บทที่ 10 วันแรกในฐานะนายหญิงแห่งอริยะ
เช้าวันรุ่งขึ้น เอวิตราตื่นแต่เช้าหรือที่จริงต้องบอกว่าเธอแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน ความกังวลที่ต้องนอนห้องเดียวกับอธิติทำให้หญิงสาวนอนไม่หลับ แต่จนจะตีสองก็ยังไม่เห็นเขาเข้ามาในห้อง หลังจากนั้นเธอก็ผล็อยหลับแบบไม่รู้ตัว
ตื่นมาอีกที่เกือบหกนาฬิกา ที่ว่างข้างๆ ก็ยังว่างเปล่า หมอนก็ไม่มีรอยยุบ หญิงสาวจึงรู้ว่าอธิติไม่ได้เข้ามานอนในห้อง
เอวิตราแทบจะถอนใจด้วยความโล่งอกเมื่อรู้เช่นนั้น
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอน น่าจะเป็นเช้าที่อากาศดีทีเดียว แต่ความที่นอนดึกและเป็นกังวลสารพัดทำให้เช้านี้เอวิตรากลับรู้สึกอ่อนล้า ประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาอ่อนตัดเย็บอย่างประณีต ในมือของเขาถืออะไรเข้ามาด้วย
อธิติมองหญิงสาวที่ลุกขึ้นมานั่งตรงขอบเตียง ก่อนจะวางเอกสารและเสื้อผ้าแบรนด์หรูลงบนเตียงกว้าง
“ผมให้เวลาคุณสามสิบนาที อาบน้ำแต่งตัว แล้วเดี๋ยวไปพบผมข้างล่าง”
เอวิตราขมวดคิ้วกับคำสั่งที่ได้รับ
...ใช่! เธอเข้าใจถูกแล้ว เขาสั่งเธอจริงๆ นั่นแหละ...
ทว่าอธิติมิได้สนใจ เขาสั่งแล้วก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ทิ้งให้เอวิตรานั่งมองเอกสารและเสื้อผ้าสวยหรูที่เขาวางทิ้งไว้ให้บนเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิดบูดบึ้ง
เธอนั่งอยู่ครู่หนึ่งก็ทอดถอนใจก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชุดสวยนั้นติดมือไปด้วย
สามสิบนาทีต่อมา เอวิตราก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เมื่อลงมาข้างล่างป้านวลบอกเธอว่าอธิติรอรับประทานมื้อเช้าในห้องอาหาร เธอจึงเดินไปที่นั่น เขานั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาก็หันไปส่งสัญญาณให้คนรับใช้คนหนึ่งที่ยืนไม่ไกล
“หลับสบายไหมคุณ?” อธิติเอ่ยทัก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มทว่าแววตาพริบพราวนั้น ทำให้หญิงสาวที่ทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งขวามือรู้สึกไม่สบายใจนัก
“ค่ะ” ...เอาน่า การตอบสั้นๆ น่าจะเป็นการตัดจบการสนทนาไปในตัว...
ทว่ามิใช่!
“เมื่อคืน ผมปล่อยให้คุณนอนคนเดียว จะได้คุ้นเคยกับสถานที่และก็...สถานะใหม่ด้วย วันนี้คุณต้องไปแสดงตัวให้ทุกคนรู้จัก...ในฐานะ ‘คุณผู้หญิงของอริยะ กรุ๊ป’ เพราะฉะนั้นผมจะให้คุณไปแบบสะโหละสเหล...” เขาเว้นจังหวะ แววตาที่ฉายแววไม่น่าไว้ใจนั้นกวาดมองเธอแบบเร็วๆ “หรือ...มีร่องรอยบนเนื้อตัว คงไม่เหมาะ”
เอวิตราหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินถ้อยประโยคสุดท้ายนั้น เธอโตพอจะรู้ความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ
“บ้า!” เธอสบถเบาๆ ไม่นึกว่าเขาจะได้ยิน แต่เขาได้ยิน!
“บ้าอะไรคุณ เรื่องธรรมชาติ คนเป็นสามีภรรยา หรือภาษาชาวบ้านเขาว่าไงนะ...อ่อ คนเป็นผัวเมียกัน ยิ่งข้าวใหม่ปลามัน วันๆ อยู่ใกล้กันไม่ได้หรอก...รู้ไหม?”
...โอ๊ย...ไม่รู้ๆ ไม่เคยแต่งงาน จะมาพูดอะไรแบบนี้ทำไมเล่า... เอวิตราบ่นพึมในใจ
ระฆังช่วยชีวิตเมื่อคนรับใช้คนเดิมกลับเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารเช้าโดยมีป้านวลเดินตามมากำกับ เอวิตราจึงทำเป็นสนใจกับอาหารเช้าที่ว่าไปแล้วก็อร่อยถูกปากเธอทุกอย่าง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงค่อยสงบอีกครั้ง
รถยุโรปคันงามของอธิติแล่นเข้ามาจอดหน้าอาคารตึกอริยะ กรุ๊ป พนักงานรักษาความปลอดภัยที่จำได้ว่าเป็นรถของเจ้านาย รีบเดินแกมวิ่งมาต้อนรับพร้อมกับเปดประตูรถให้ อธิติก้าวลงมาแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกฝั่ง เอวิตราในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูก้าวลงมาด้วยท่าทางประหม่าและเคอะเขิน กระทั่งเสียงทุ้มกระซิบข้างหูของเธอ
“เชิดหน้าเข้าไว้...ตอนนี้คุณคือคุณผู้หญิงของอริยะ กรุ๊ป จำเอาไว้!”
และทันทีที่ทั้งคู่ก้าวผ่านประตูเข้าไป เสียงซุบซิบและสายตาของพนักงานต่างก็จับจ้องมาที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว และเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ผู้เป็นแนวเดินควงเข้ามาคือใคร...จึงเกิดเสียงฮือฮายิ่งกว่าเดิม
“นั่นคุณเอวิตราจากเอ็มไพร์ฯ ไม่ใช่เหรอ? มากับคุณอธิติได้ยังไงกัน...”
“หรือว่า...ข่าวเมื่อวานที่บอกว่าคุณอธิติควงสาวไปจดทะเบียน จะเป็น...คุณเอวิตรา?”
“คุณอธิติแน่ใจได้ยังไงว่า เธอจะไม่เข้ามาล้วงตับบริษัทเรา?”
ทุกถ้อยนินทานั้นย่อมไม่พ้นการได้ยินของเอวิตรา เธอเม้มริมฝีปากแน่นทั้งโกรธและโมโห นึกจะเบี่ยงตัวจากการอ้อมแขนอธิติ ทว่าไม่ทันได้ทำอย่างที่คิด อธิติกลับรั้งร่างเธอเข้ามาแนบชิดข้างกายยิ่งขึ้นกว่าเดิม เสียงกระซิบดังขึ้น
“คุณจะไปสนใจกับคำพวกนั้นทำไม...คุณรู้อยู่แล้วนี่ว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงนี้ และเรื่องจดทะเบียน...มันก็เรื่องจริง ในเมื่อเป็นการตัดสินใจของผม ไม่มีใครมีสิทธิ์จะมาตั้งคำถามหรืออยากรู้ทั้งสิ้น!”
เอวิตรานึกอยากตอบไปอย่างใจเหลือเกิน
...คุณก็พูดได้สิ เพราะอยู่ในฐานะที่เหนือกว่า ฉันนี่สิ...ที่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีปากเสียง ทุกอย่างที่ทำก็เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งสิ้น ตำแหน่งคุณผู้หญิงของอริยะ กรุ๊ป อย่างนั้นเหรอ...ฮึ! อึกห้าปีทุกคนก็คงรู้ล่ะว่า...มันจอมปลอมทั้งนั้น...
