บทที่ 2 เผชิญหน้าจอมบงการ
เมื่อคืนหลังจากได้รับโทรศัพท์จากอัครพลกลางดึก เอวิตราก็นอนไม่หลับ น้องชายบอกว่าถูกจับตัวไว้ที่คลับของเสี่ยทรงชัย แต่โชคดีที่มีคนมาช่วยเคลียร์หนี้ห้าล้านให้
ฟังมาถึงตรงนี้เอวิตราก็เกือบลมใส่…ห้าล้าน! เงินไม่ใช่น้อยๆ เคลียร์หนี้ให้ไม่ได้หมายความว่าหนี้นั้นเป็นศูนย์ ก็แค่หนี้เปลี่ยนไปอยู่ในมืออีกคน
‘ห้าล้าน…จะไปหาจากไหน…’
และเมื่อน้องชายเอ่ยชื่อผู้ที่มาช่วย เอวิตราก็แทบลืมหายใจ
เขาคือ อธิติ อริยะ…ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่สำคัญ...เขาเป็นคู่แข่งตัวฉกาจในโลกธุรกิจของเธอ
เพราะมัวแต่ตะลึง ทำให้เกือบไม่ได้ยินตอนที่อัครพลกำชับให้ไปเจอ ‘เขา’ ที่ตึกอริยะ กรุ๊ป ตอนแปดโมงตรง กระทั่งน้องชายย้ำอีกครั้ง เธอจึงได้รู้สึกตัวและรับปากไปอย่างใจลอยทั้งที่มีคำถามวนเวียนอยู่ในหัว
‘เขาต้องการอะไร?’
เช้านี้เธอลางานครึ่งวันเพื่อมาตามนัด เอวิตราเงยหน้ามองอาคารสูงยี่สิบสี่ชั้นที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า…ตึกอริยะ กรุ๊ป
หญิงสาวกำสายกระเป๋าแน่นก่อนจะตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า หลังจากใคร่ครวญและประเมินสถานการณ์มาทั้งคืน เธอมั่นใจว่าเงินห้าล้านที่เขาจ่ายไปให้นั้นต้องย้อนกลับมาเป็นเครื่องมือในการต่อรองอะไรสักอย่าง และมันน่าจะเกี่ยวข้องกับงานของเธอในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น…ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของอริยะ กรุ๊ป
เธอก้าวออกจากลิฟต์ที่ชั้นบนสุด กวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ที่นี่ตกแต่งอย่างเรียบหรู กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศที่โชยมาเบาๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศที่นี่เหมือนล็อบบีโรงแรมห้าดาวมากกว่า
“คุณเอวิตราใช่ไหมคะ?” เสียงหวานใสทักก่อนที่เจ้าของเสียงจะลุกขึ้นและเดินมาหา
“ใช่ค่ะ”
“เชิญค่ะ บอสรออยู่ค่ะ”
“ค่ะ” เอวิตราตอบรับเสียงเบาก่อนจะสุูดลมหายใจเข้าลึกเมื่ออีกฝ่ายพามาหยุดหน้าประตูบานใหญ่ ฝ่ายนั้นเคาะเบาๆ สองสามครั้งแล้วหยุดฟัง ก่อนจะเปิดประตูและผายมือเชื้อเชิญให้เธอก้าวเข้าไป
“เชิญนั่ง…คุณเอวิตรา”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังมาจากหลังเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ก่อนที่มันจะหมุนกลับมาพร้อมกับการเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น
อธิติในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ดูผ่อนคลาย กระนั้นเอวิตรากลับสัมผัสได้ถึงรังสีคุกคามที่แผ่กระจายรอบตัวเขาได้อย่างประหลาด สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยที่แม้จะซีดเผือดเล็กน้อยทว่าลำคอยังคงเชิดระหงอย่างคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรี
“ขอบคุณค่ะ” เธอลอบสูดลมหายใจอีกครั้ง พยายามรักษาความเป็นมืออาชีพเอาไว้อย่างเต็มที่ “ฉันมาเพื่อเจรจาเรื่องหนี้ห้าล้านของอัครพล คุณเป็นนักธุรกิจคงไม่ใช้หนี้ให้โดยไม่ต้องการผลตอบแทนหรอก…ใช่ไหมคะ?”
อธิติเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้าที่พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ใช่! เธอคิดถูก…เขาไม่มีทางทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่จะได้รับตอบแทนอยู่แล้ว มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างนึกสนุก
“ดูเหมือนคุณจะรู้จักผมดีไม่น้อยนะครับ ถูกต้อง…ทุกการกระทำของผม ต้องได้รับผลตอบแทนที่พึงพอใจ แหม…ห้าล้านเชียวนะคุณ” รอยยิ้มตรงมุมปากและแววตาวาววับทำให้เอวิตราทำตัวไม่ถูก
“แล้ว…คุณต้องการอะไรคะ ฉันพร้อมรับฟังข้อเสนอการร่วมงาน หรือข้อสัญญาการจ้างงานที่คุณต้องการ เพื่อชดใช้เงินจำนวนนั้นค่ะ แต่ฉันบอกไว้ก่อนว่า…ถ้าคุณจะให้ฉันเปิดเผยความลับของบริษัทที่ฉันทำงานอยู่ ฉันทำไม่ได้ค่ะ”
คราวนี้หล่อนได้ยินเสียงอีกฝ่ายหลุดหัวเราะออกมา
“สัญญาจ้างงานงั้นเหรอ? นี่คุณคิดว่า…ผมอยากได้ตัวผู้จัดการจากบริษัทคู่แข่งมาทำงานด้วยงั้นเหรอ?”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน…แล้วคุณต้องการอะไรคะ?” เอวิตราขมวดคิ้วเมื่อคำถามเดิมย้อนกลับมาอีกครั้ง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความมาดมั่นเริ่มไหวระริก
อธิติไม่ตอบแต่เอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะ เลื่อนมันมาข้างหน้าเธอ เอวิตราจ้องมองมันนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงเปิดออก พลันสายตาอ่านเจอหัวข้อใหญ่บนหน้ากระดาษ ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง ร่างกายแข็งทื่อแต่หัวใจกลับเต้นโครมครามยิ่งกว่ากลอง
สัญญาการจดทะเบียนสมรส และสิทธิผูกขาดในฐานะภรรยาทางนิตินัย
ระยะเวลาสัญญา : 5 ปี
วงเงินสัญญา : 5,000,000 บาท
เงื่อนไขพิเศษ : ผู้เซ็นสัญญาต้องลาออกจากงานปัจจุบันทันทีที่ลงนามในสัญญาฉบับบนี้
เอวิตาเงยหน้ามองคนที่นั่งตรงข้าม แววตาวาวโรจน์ด้วยความตกใจระคนโกรธจัด
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! สัญญาแต่งงาน…ห้าปี แลกกับเงินห้าล้านงั้นเหรอ คุณอธิติ…นี่คุณบ้าไปแล้วแน่ๆ สัญญานี้มัน…ป่าเถื่อนชัดๆ”
อธิติเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางเยือกเย็นราวก้อนน้ำแข็ง ผิดกับอารมณ์ของเอวิตราที่กำลังปะทุเหมือนภูเขาไฟที่พร้อมระเบิด
“ป่าเถื่อน! คำนั้นคุณควรไปใช้กับน้องชายของคุณมากกว่า” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม วูบหนึ่งที่แววตาคู่นั้นปรากฏแววสมเพชขึ้นมา “รู้ไหม? เมื่อคืนน้องชายคุณมันคุกเข่าอ้อนวอนเสี่ยทรงชัยยังไง มันแทบจะเอาคุณใส่พานประเคนให้เสี่ยนั่นไปแล้ว ขอแค่ปล่อยมันไปก็พอ”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เอวิตราหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก …ไม่จริง เขาโกหก…
“ไม่จริง!” เธอปฏิเสธเสียงสั่น …คนในครอบครัวเพียงคนเดียวบนโลกนี้ที่เหลืออยู่ของเธอ ไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก เอวิตรากัดฟันสะกดหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอต้องไม่อ่อนแอต่อหน้าเขา
“สันดานน้องตัวเองเป็นยังไง คุณน่าจะรู้ดีกว่าผม” อธิติขยับตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ เขาก้มลงมาจ้องดวงตาเธอนิ่งก่อนเอ่ย “ผมไม่ได้บังคับคุณ คุณจะเดินออกไปจากห้องนี้ตอนนี้เลยก็ได้ แต่…ทันทีที่คุณก้าวขาออกไป เสี่ยทรงชัยที่กำลังรอโทรศัพท์จากผม จะให้ลูกน้องทำอะไรกับน้องชายคุณบ้างก็ไม่รู้นะ”
“คุณ! คุณมันใจดำ” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องมองจอมบงการตรงหน้าด้วยความเกลียดชัง
“ผมเป็นนักธุรกิจนี่คุณ…สำหรับผมนี่คือการลงทุน” อธิติจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ห้าล้านบาทกับเวลาห้าปีที่คุณต้องมาเป็นภรรยาตีตราของผม ทิ้งงานที่กำลังรุ่งเรืองของคุณซะ แลกกับชีวิตและอิสรภาพของน้องชายคนเดียวของคุณ เลือกเอา…เอวิตรา”
