บทที่ 5 ตีตราทะเบียนสมรส... จุดเริ่มต้นของกรงขังแสนหวาน

แผ่นกระดาษที่มีตราครุฑเด่นหราอยู่ด้านบนนั้น บีบรัดหัวใจเอวิตราจนแทบหายใจไม่ออก เธอจรดมือที่สั่นน้อยๆ ลงบนกระดาษแผ่นนั้น กลั้นใจเซ็นชื่อลงไปให้จบๆ

เพื่อล้างหนี้พนันห้าล้านและอิสรภาพของน้องชายเพียงคนเดียว เธอต้องจ่ายคืนด้วยอิสรภาพของตนเอง และเวลาห้าปีที่จะต้องถูกจองจำไว้ด้วยกระดาษแผ่นนี้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าอย่างยากลำบาก นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกขณะเชิดหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งเคียงข้าง

อธิติเซ็นชื่อของเขาอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็น เขาวางปากกาแล้วหันมาสบตาเธอด้วยสายตาที่ฉายแววของผู้ชนะอย่างเต็มภาคภูมิ รอยยิ้มตรงมุมปากยิ่งย้ำเตือนว่าเธอได้ก้าวเข้ามาอยู่ภายใต้ ‘ปีก’ ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

‘มันคือธุรกิจน่ะ...เอวิตรา’ หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อสร้างพลังและมิให้ต้องรู้สึกว่าตนเองต้องละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงิน ‘แค่ห้าปี อดทนทำหน้าที่ภรรยาในนามให้ครบตามสัญญา แล้วหลังจากนั้นเธอก็จะเป็นอิสระ’

“เรียบร้อยแล้วครับ” นายทะเบียนเลื่อนใบทะเบียนสมรสมาให้ทั้งคู่คนละใบ “ยินดีด้วยนะครับ”

เอวิตรานิ่งมองกระดาษแผ่นนั้นนิ่งโดยมิได้คิดจะหยิบมันขึ้นมา กระทั่งเสียงทุ้มเอ่ยเย้า

“คุณไม่ได้ฝันไปหรอก ตอนนี้คุณคือ นางเอวิตรา อริยะ ภรรยาของนายอธิติ อริยะแล้ว อ้อ...เดี๋ยวเราไปทำบัตรประชาชนใหม่เลยดีไหม ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว” หญิงสาวหันขวับไปมอง ยิ่งเห็นดวงตาวาวระยับที่มองอยู่ก่อนแล้ว พลังใจที่สร้างขึ้นมาเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจกลับหายวับ

เธอตั้งท่าจะพูด ทว่าเสียงนายทะเบียนกลับดังขัดจังหวะ

“ครับ ถ้างั้นเชิญทางนั้นต่อเลยครับ”

อธิติลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือมาจับต้นแขนหญิงสาวให้ลุกขึ้น

“ไปคุณ...เดี๋ยวเสร็จจากนี่จะได้กลับบ้าน”

“บ้าน? ” เอวิตราทวน

“แต่งงานแล้วคุณก็ต้องย้ายมาอยู่บ้านผมไง”

ฟังคำพูดนั้นแล้ว เอวิตราได้แต่กะพริบตาปริบๆ เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน

“ร...เรา แค่แต่งงานในนามไม่ใช่เหรอคะ? ฉันอยู่บ้านฉันเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ”

มือใหญ่ที่จับอยู่ตรงต้นแขนเรียวเสลารั้งร่างหญิงสาวให้แนบชิด มองเผินๆ เหมือนคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันกำลังชื่นมื่นกับสถานะใหม่ ทว่ามีเพียงเอวิตราเท่านั้นที่รู้ว่าไม่ใช่

ริมฝีปากรุ่มร้อนอยู่ใกล้ใบหูเล็กๆ ของเธอจนรู้สึกได้ถึงกระไอร้อนจากเขา ทว่าเสียงเข้มดุดันนั่นทำให้หัวใจเธอเต้นโครมคราม

ไม่ใช่เพราะความรู้สึกหวือหวา แต่มันเป็นความตระหนก

“คุณคงไม่คิดว่าผมจ่ายเงินห้าล้านให้คุณฟรีๆ หรอกใช่ไหม? ”

“ฉ...ฉัน...ยังไม่ได้เตรียมตัวเลยค่ะ ต้องเก็บของอีก แล้ว...แล้วก็ ฉันเป็นห่วงน้อง” เอวิตราพูดตะกุกตะกัก พยายามหาเหตุผลมาอ้าง

อัครพล...น้องชายของเธออายุยี่สิบสอง เพิ่งเรียนจบและตกงาน เธอจะทิ้งน้องไว้ที่บ้านคนเดียวได้อย่างไร ขนาดว่าอยู่บ้านเดียวกัน นายตัวดีนั่นยังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้แบบนี้

“คุณไม่ต้องห่วงหรอก ผมหางานไว้ให้น้องชายคุณแล้ว เขาจบบริหารฯ การตลาดมาใช่ไหม...ผมจะส่งไปฝึกงานกับหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่ห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ที่...” เขาเอ่ยชื่อจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก “ผมให้ทางนั้นจัดหอพักพนักงานไว้ให้เรียบร้อย มีที่พักพร้อมอาหารสามมื้อ มีงาน...มีเงินเดือน ผมรับรองว่า จะทำให้น้องคุณไม่มีเวลาไปเข้าบ่อนที่ไหนได้อีก”

ที่เขาบอกมาทุกอย่างก็ฟังดูดีอยู่หรอก เธออาจจะพอวางใจเรื่องน้องชายไปได้บ้าง แต่ถึงอย่างไร...เธอก็ยังกังวลอยู่ดี

ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานนัก บัตรประชาชนใบใหม่ของเอวิตราก็เสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก้มมองบัตรในมือด้วยความรู้สึกประหลาด ใบหน้าที่ปรากฏบนบัตรเป็นใบหน้าของเธอ ชื่อนั้นก็ชื่อเธอ ทว่านามสกุลนี่สิ...

อย่างไรก็ไม่คุ้น!

“เรากลับไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านแล้วกัน” เขาไม่รอคำตอบจากเธอแม้แต่น้อย เดินนำไปที่รถยุโรปสีดำคันหรูที่เคลื่อนมาจอดตรงหน้าบันได

อธิติเดินอ้อมไปอีกฝั่งแล้วเปิดประตูขึ้นนั่งตอนหลังของรถโดยมิได้คิดจะเปิดประตูให้เธอขึ้นนั่งเหมือนอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ เอวิตรายืนละล้าละลังอยู่ครู่จึงเปิดประตูขึ้นมานั่งเคียงชายหนุ่ม

“กลับบ้าน” เขาบอกกับคนขับ จากนั้นก็กดปุ่มตรงที่วางแขน กระจกบานหนึ่งก็เลื่อนขึ้นมากั้นระหว่างที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ทั้งคู่

อธิติขยับกายเอียงมาทางที่หญิงสาวนั่ง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปด้านในสูทสีเทาเข้มเพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา...กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม แรกนั้นเอวิตราเหลียวมามองด้วยความระแวง ทว่าเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือเขา เธอถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ

“คนอื่นไม่รู้เงื่อนไขระหว่างเรา เขารู้แต่เพียงว่าคุณเป็นภรรยาของผม และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย”

เอวิตราก้มมองแหวนเพชรขนาดไม่ต่ำกว่าสามกะรัตที่เปล่งประกายระยิบระยับล้อแสงในกล่องเล็กๆ ด้วยความตะลึงลาน มันสวย...สวยมาก...แต่เธอก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า

‘มันไม่มากไปเหรอ สำหรับการแต่งงานหลอก ๆ นี่’

เหมือนเขาจะรู้ความคิดของเธอ เมื่อเขาเอ่ยคำพูดประโยคถัดมา

“ผมเป็นนักธุรกิจ...และนักธุรกิจที่ดีไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองขาดทุนหรอก” เขาเอนตัวเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงสั่นพร่าทว่าหนักแน่นข้างหู “ในสัญญาอาจจะระบุว่าคุณเป็นภรรยาตามกฎหมาย และในฐานะภรรยา...คุณต้องทำหน้าที่ทุกอย่างที่ภรรยาพึงกระทำต่อสามี ไม่ว่าจะทางนิตินัย...หรือ พฤตินัย แหวนวงนี้ถือว่าเป็นค่าตอบแทนพิเศษจากผมแล้วกัน”

เลือดในกายเอวิตราเย็นเฉียบ ทั้งที่ใบหน้าเธอกำลังร้อนเห่อและแดงจัดด้วยความโกรธ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป