บทที่ 6 ก้าวแรกในเรือนหอ
เอวิตรามองผ่านกระจกรถยนต์คันหรูไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ปรากฏเบื้องหน้า ตัวคฤหาสน์ตั้งตระหง่านกลางพื้นที่กว่าห้าไร่ สะท้อนถึงความมั่งคั่งของผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านได้เป็นอย่างดี
เมื่อรถจอดสนิทหน้าบันไดทางเข้า...เอวิตรายังคงนั่งนิ่ง เธอต้องการเวลา...สักนิดก็ยังดี เพื่อตั้งหลัก รับบทบาทใหม่ในชีวิต บทบาทที่เธอจะต้องอยู่กับมันไปอีกถึงห้าปี!
กระทั่งประตูรถฝั่งที่เธอนั่งเปิดออกโดยคนขับรถ และเสียงเชิญดังขึ้น เธอจึงรู้สึกตัว
“เชิญครับ คุณผู้หญิง”
หญิงสาวยิ้มแหยเมื่อได้ยินคำที่อีกฝ่ายเรียก เกิดมาก็ยังไม่เคยเจอใครเรียกแบบนี้
“เดี๋ยวก็ชิน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเหมือนรู้ความคิดเธอ เอวิตราเหลียวไปมองเขา แต่อธิติเปิดประตูก้าวลงจากรถไปแล้ว
หญิงสาวจึงสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อสะกดอาการสั่นไหวในอก พลางก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่พยายามให้ดูมั่นอกมั่นใจ อธิติที่เดินอ้อมมาจากอีกฝั่ง หยุดยืนข้างเธอ เขาสอดมือกุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่น เอวิตราพยายามบิดข้อมือให้เพื่อหลุดจากการเกาะกุมของมือใหญ่ แต่เขากลับรั้งร่างเธอเข้ามาแนบชิด แล้วเปลี่ยนจากกุมมือเป็นโอบเอวแทน ดวงหน้าสวยซับสีเลือดจนแดงก่ำ และนั่นยิ่งทำให้อธิติชอบใจ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ทว่าเอวิตราไม่เห็น
เมื่อก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาภายในคฤหาสน์ มีผู้คนนับสิบชีวิตยืนเข้าแถวรอรับ ทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวแม้จะอยู่ในอาการสำรวม แต่ก็ปิดความสงสัยและอยากรู้ในแววตาไว้ไม่ได้ ร้อยวันพันปีผู้เป็นเจ้านายไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนย่างกรายเข้ามาถึงคฤหาสน์หลังนี้ แม้กระทั่งดาราสาวแสนสวยที่เป็นข่าวในหน้าสังคมด้วยกันบ่อยๆ ก็ไม่เคยได้เหยียบย่างมาที่นี่
แต่วันนี้เขากลับเป็นคนพาผู้หญิงคนนี้มาด้วยตนเอง
อธิติหยุดยืนหน้าแถวคนรับใช้ที่ยืนรอ เอวิตราซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขาจึงจำต้องหยุดไปด้วย
“ผมขอแนะนำให้รู้จักคุณเอวิตรา...” น้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจของอธิติดังขึ้น “เธอจะมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้ คุณเอวิตราเป็นภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของผม ผมหวังว่าทุกคนจะเชื่อฟังและให้เกียรติคุณผู้หญิงคนใหม่ของพวกคุณ และดูแลเธอให้ดีเหมือนที่ดูแลผมนะครับ”
หลังจากได้ยินผู้เป็นนายเอ่ยแนะนำ ทุกคนจึงยกมือไหว้และรับคำอย่างแข็งขัน แม้ความสงสัยจะได้รับการไขแล้ว ทว่า...ข่าวอันน่าตกใจนี้ก็ทำให้ทุกคนยิ่งมองเธอเป็นตาเดียว เอวิตรายิ้มเจื่อนพลางก้มหน้าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอึดอัดและทำตัวไม่ถูก เธอกำมือเข้าหากันอย่างประหม่า อาการดังกล่าวทำให้สัมผัสเย็นเยียบของแหวนเพชรสามกะรัตบนนิ้วนางข้างซ้ายกระตุกหัวใจให้ตระหนักถึงความเป็นจริงที่ยังคงเหมือนความฝันสำหรับเธอ
เธอคือ...เอวิตรา อริยะ ไม่ใช่ เอวิตรา คนเดิมอีกแล้ว!
“เอาล่ะ ทุกคนกลับไปทำงานได้ ป้านวลครับ” อธิติบอกกับคนรับใช้อื่นๆ ก่อนจะหันไปหาหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หัวแถว
“ค่ะ” ฝ่ายนั้นรับคำเบาๆ
“จัดมื้อเที่ยงขึ้นไปให้ผมบนห้องนั่งเล่นข้างบนด้วยนะครับ วันนี้ผมจะทานข้าวกับภรรยาที่นั่น”
“ได้ค่ะ คุณผู้ชาย เดี๋ยวป้ารีบจัดการให้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีเมนูอะไรอยากทานเป็นพิเศษไหมคะ?” ป้านวลเอ่ยถามผู้เป็นนาย แล้วก็หันไปหาคุณผู้หญิงคนใหม่ “คุณผู้หญิงละคะ มีอะไรอยากทานเป็นพิเศษไหมคะ?”
เอวิตรายิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าแล้วตอบเสียงเบา
“ม...ไม่คะ เอ...ไม่...” ทว่าเธอยังไม่ทันจะพูดจบ อธิติก็กระชับมือเรียวแล้วพาเธอเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที เมื่อถึงห้องนั่งเล่นบนชั้นสองของคฤหาสน์ ซึงเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวของครอบครัว เขาไม่ได้หยุดแต่กลับพาเดินต่อไปที่ห้องนอน
ทันทีที่เขาปิดประตูห้องนอน เอวิตราจึงถือโอกาสเบี่ยงตัวออกจากการโอบกอดของเขา พลางถอยหลังห่างออกไปสองสามก้าว
“ฉันคิดว่า...เราควรคุยเรื่องขอบเขตความเป็นส่วนตัวกันให้ชัดเจนก่อนค่ะ คุณอธิติ” หญิงสาวพยายามเค้นเสียงให้จริงจัง และดูเป็นการเป็นงานที่สุด
อธิติเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ถอดสูท พลางปลดปมเนคไทออกให้หลวมๆ แกะกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดด้วยท่าทางผ่อนคลาย จากนั้นก็ก้าวเข้าไปหาหญิงสาว ไล่ต้อนเธอช้าๆ ด้วยท่วงท่าของพยัคฆ์ที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม
“ขอบเขต? ความเป็นส่วนตัว?” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาพราวระยับทีเดียว “ในห้องนอนของสามีภรรยาเนี่ยนะ!”
“เราแต่งงานกันเพราะสัญญาแลกเปลี่ยนนะคะ!” เอวิตราเชิดหน้าสู้พลางเอ่ยเตือนเขาเสียงเรียบ สัมผัสจากด้านหลังทำให้รู้ว่าตนถูกต้อนมาจนชนเข้ากับขอบโต๊ะเครื่องแป้งแล้ว “ในสัญญาบอกแค่เรื่องนิตินัย...ฉันตกลงย้ายมาอยู่ที่นี่ตามที่คุณต้องการ แต่เราควรแยกห้องนอนกันค่ะ หรืออย่างน้อย...คุณก็ไม่ควรคุกคามความเป็นส่วนตัวของฉัน!” เอวิตราจำคำพูดของเขาที่เอ่ยบนรถได้ แต่ก็ยังอยากต่อรองดูอีกครั้ง
อธิติยื่นมือทั้งสองข้างไปท้าวขอบโต๊ะเครื่องแป้ง ขังร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าคมคายก้มลงมาจนปลายจมูกแทบชนกัน กระไอร้อนและกลิ่นน้ำหอมเปลือกไม้หรูหราจากเรือนกายเขา ทำให้เอวิตราใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก แต่กัดฟันข่มความตระหนกไว้
“คุณจำผิดแล้วล่ะ...” เสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดใบหูเล็กที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง “ผมบอกคุณบนรถแล้วไง นักธุรกิจอย่างผมไม่เคยทำสัญญาขาดทุน เรื่องนิตินัยก็ส่วนหนึ่ง...แต่พฤตินัย มันคือหน้าที่ที่คุณต้องจ่ายเป็นดอกเบี้ยให้ผมทุกคืน!” สายตาคมกริบเลื่อนลงมาจับจ้องริมฝีปากบางที่กำลังจะอ้าปากตอบโต้ “หรือ...คุณอยากให้ผมเริ่มคิดดอกเบี้ยตอนนี้เลย?”
