บทที่ 8 สายข่าวและความลับที่เริ่มไม่ลับ

ภูวิสิษฏ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำพลางทอดสายตามองซองจดหมายลาออกสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ความรู้สึกหลากหลายประดังประเดจนยากจะจับทางได้ถูก ทั้งสงสัย...อยากรู้ และร้อนรุ่มใจ

เอวิตราเป็นคนมีฝีมือและทำงานจริงคนหนึ่ง นับเป็นทรัพยากรที่มีค่าของเอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น ที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา ดังนั้นเมื่อจู่ๆ เธอมายื่นจดหมายลาออกโดยที่ไม่มีสิ่งใดให้ระแคะระคายมาก่อน จึงผิดปกติเอามากๆ ในความรู้สึกของเขา

เพราะเหตุนี้เขาจึงปล่อยวางความรู้สึกจากเรื่องนี้ไม่ได้เสียที

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่ ‘ธนชัย’ คนสนิทที่เขาไว้วางใจที่สุดจะก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ได้เรื่องอะไรไหม ธนชัย?” ภูวสิษฏ์เอ่ยถามทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม น้ำเสียงนิ่งเรียบอยู่เสมอกดต่ำลงเล็กน้อยอย่างคนที่กำลังใช้ความอดทนเต็มที่

ธนชัยเดินเข้ามายืนเบื้องหน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นนาย ครั้นอีกฝ่ายผายมือให้นั่ง เขาจึงเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วทรุดลงนั่ง ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งตรงหน้าเจ้านาย แล้วรายงานด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน

“จากที่ส่งคนไปสืบเรื่องคุณเอวิตราช่วงสองสามวันมานี้...มีเรื่องน่าสงสัยเกิดขึ้นหายอย่างครับคุณแพท เรื่องแรกคือ...สามวันก่อนน้องชายคุณเอวิตรา...อัครพล ไปก่อเรื่องไว้ที่คลับแห่งหนึ่ง จนเจ้าของคลับกักตัวไว้และโดนรุมซ้อม”

“ก่อเรื่องอะไร...”

“ติดหนี้พนันครับ ที่คลับเสี่ยทรงชัย...คุณแพทน่าจะเคยได้ยิน” ภูวิสิษฏ์พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนถามต่อ

“หนี้พนัน เท่าไรกัน?”

“ห้าล้านครับ”

“ห้าล้าน?” ภูวสิษฏ์ขมวดคิ้ว ดวงตาฉายแววสงสัย “หมอนั่นไปเอาทำอีท่าไหนถึงติดหนี้ขนาดนั้น แล้วเอาเงินที่ไหนมาเคลียร์หนี้ เสี่ยทรงชัยถึงยอมปล่อยตัวออกมา?”

“นั่นล่ะครับ ประเด็นสำคัญ” ธนชัยเว้นจังหวะ ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งจากปึกเอกสารแล้วเลื่อนไปตรงหน้าเจ้านาย “คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเคลียร์หนี้ห้าล้านบาทให้เสี่ยทรงชัย ไม่ใช่ครับ...แต่คือ...คุณอธิติ อริยะ”

“อธิติ อริยะ”

ชื่อที่คนสนิทเอ่ยออกมานั้นไม่ต่างจากเข็มแหลมที่คอยทิ่มแทงใจภูวสิษฏ์! ร่างสูงใหญ่เอนพิงพนักเก้าอี้พลางเคาะนิ้วกับโต๊ะเหมือนกำลังไตร่ตรองอะไรบางอย่าง ขณะที่ดวงตาวาวโรจน์ เขาเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นต้องมีส่วนในการลาออกของเอวิตราแน่นอน

“คนอย่างอธิติเนี่ยนะ? คนอย่างเขาไม่มีทางใจดีจ่ายเงินห้าล้านช่วยน้องชายคุณเอหรอก ถ้าไม่มีผลประโยชน์อะไรตอบแทน” และที่สำคัญภูวสิษฏ์เชื่อว่าอธิติรู้เต็มอกว่า...เอวิตราทำงานอยู่ที่เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น

“ยังไม่หมดแค่นั้นครับคุณแพท...” สีหน้าธนชัยมีแววลังเล ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่ได้รู้มาต่อ “คนของเราที่ส่งไปติดตามคุณเอวิตรา รายงานเข้ามาว่า เมื่อเช้านี้ทั้งคู่ไปที่สำนักงานเขตกันมาครับ”

“ไปทำอะไร?” ภูวสิษฏ์ถามก่อนจะส่ายหน้าเป็นพัลวันแล้วตอบคำถามของตนเองเสียเองด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่อยากเชื่อ “อย่าบอกนะว่า...”

“ใช่ครับ ทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกันมาเมื่อเช้าครับคุณแพท”

กำปั้นที่ทุบลงบนโต๊ะทำงานนั้นแรงจนเอกสารที่วางอยู่ใกล้ๆ สั่นสะเทือน ใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววอบอุ่นอ่อนโยนเป็นนิจ บัดนี้ถมึงทึงด้วยโทสะที่ไม่อาจกักเก็บไว้ได้เมื่อตระหนักว่าเบื้องหลังการลาออกของเอวิตราคือคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ

...เล่นกันแบบนี้ ถ้าไม่เรียกว่าสกปรก ก็ไมรู้จะเรียกอะไรแล้ว อธิติ อริยะ...ผมไม่ยอมให้คุณมาแย่งคนของผมไปได้หรอก...

จิ๊กซอว์ทุกชิ้นต่อกันเป็นภาพใหญ่...และทั้งหมดคือคำตอบของข้อสงสัยที่เขามีต่อการลาออกกะทันหันของเอวิตรา ทั้งการที่เธอไม่สามารถบอกเหตุผลอันชัดแจ้งให้เขารู้ และการที่เธอทิ้งโพรเจกต์ใหญ่ที่ลงแรงมาตั้งนาน ไหนจะน้ำตาของเธอวันนั้นเล่า...

ทุกอย่างก็เพราะอธิติคนเดียวที่เป็นจอมบงการ บีบบังคับด้วยการใช้หนี้ของน้องชายเอวิตรามาเป็นเครื่องมือ

...คุณเอ...คุณไม่ได้อยากลาออกจากที่นี่...ใช่ไหม?...

คำถามนั้นเหมือนจะทำให้ส่วนหนึ่งของหัวใจภูวสิษฏ์หายใจสะดวกขึ้น...เล็กน้อย

“ชั่วช้าจริง!” เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนากำจดหมายลาออกของเอวิตราไว้แน่นจนยับยู่ยี่ “อธิติมันใช้หนี้ห้าล้านของน้องชายคุณเอมาบีบให้ต้องแต่งงานกับมัน มันต้องการตัดกำลังของเอ็มไพร์ ด้วยการเอาตัวคนที่เก่งที่สุดของผมไป!”

สำหรับเขาไม่ใช่แค่เรื่องความสูญเสียในเชิงธุรกิจ...แต่เป็นความเจ็บปวดที่มีเขารู้เพียงคนเดียว เจ็บปวดที่เห็นหญิงสาวที่เขามีใจให้ตลอดหลายปี ต้องตกไปอยู่ในน้ำมือของศัตรูคู่แค้นอย่างอธิติด้วยเงื่อนไขอยุติธรรม

“คุณแพทจะให้ผมทำยังต่อดีครับ? แล้วเรื่องการลาออกของคุณเอ...” ธนชัยเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง

ภูวสิษฏ์มองจดหมายในมือ แววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและดุดัน เขายัดกระดาษยับๆ แผ่นนั้นกลับเข้าลิ้นชัก แล้วล็อกไว้อย่างแน่นหนา

“ผมไม่มีวันอนุมัติการลาออกนี้...หนังสือที่ให้คุณเอไป ผมพร้อมจะฉีกทิ้งทันทีที่ทำให้เธอกลับมาอยู่กับเราได้” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นทีเดียว เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน และเดินไปหยุดยืนหน้ากระจกบานใหญ่ มองออกไปตรงทิศทางที่ตั้งของตึกอริยะ กรุ๊ป สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมาดอันแรงกล้าอย่างคนไม่ยอมแพ้

“ธนชัย...จับตาดูความเคลื่อนไหวของอริยะ กรุ๊ป ไว้ให้ดี ผมจะต้องหาทางคุยกับคุณเอให้ได้”

“ครับคุณแพท ผมจะหาช่องทางติดต่อคุณเอวิตราให้ได้ครับ”

ภูวสิษฏ์พยักหน้ารับน้อยๆ ธนชัยจึงอาศัยจังหวะนั้นก้าวออกไปจากห้องทำงานผู้เป็นนาย

...ห้าล้าน...ถ้าเงินจำนวนนี้ซื้ออิสรภาพของคุณจากไอ้อันธพาลนั่นได้ ผมจะทำทุกอย่าง รอผมก่อนนะคุณเอ...ผมจะเอาตัวคุณออกมาจากกรงขันนั่นให้ได้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป