บทที่ 9 งานใหม่...ข้างกายประธานอริยะ กรุ๊ป

ตกค่ำเมื่ออธิติกลับมาถึงบ้าน เขาก็ถามหาภรรยาหมาดๆ กับป้านวลทันทีที่เปิดประตูก้าวลงจากรถยนต์คันงามและไม่เห็นว่าเธอมารอรับอยู่ด้วย

“คุณเอวิตราละครับ ป้านวล”

“คุณผู้หญิงอยู่ข้างบนค่ะ” ป้านวลตอบพลางกลั้นยิ้มเต็มที่เมื่อได้ยินผู้เป็นนายที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กถามหาผู้เป็นภรรยานับแต่ก้าวแรกที่กลับถึงบ้าน

“วันนี้คุณผู้หญิงของป้านวลทำอะไรบ้างครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยขณะถอดเสื้อสูทออกแล้วส่งให้เธอ

“ทานข้าวกลางวันเสร็จก็ลงมาข้างล่าง เดินเล่นในสวนแล้วก็เห็นโทรศัพท์หาใครสักคน คิดว่าน่าจะเป็นน้องชายมั้งคะ จากนั้นเธอก็ขึ้นชั้นสอง แล้วก็ไม่ได้ลงมาอีกเลยค่ะจนเย็นนี่แหละค่ะ แต่ป้าขึ้นไปเสิร์ฟของว่างช่วงบ่าย เห็นเปิดโน้ตบุ๊กนั่งทำงานอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นบนค่ะ”

อธิติพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินเร็วๆ ตรงไปที่บันได

“ให้ป้าตั้งโต๊ะเลยไหมคะ?”

“ครับป้า” ตอบแล้วเขาก็วิ่งขึ้นบันไดหายลับขึ้นชั้นสอง ปล่อยให้แม่บ้านเก่าแก่มองตามด้วยรอยยิ้ม

เมื่อไปถึงชั้นบน คนขยันที่ป้านวลบอกว่าเห็นนั่งทำงานอยู่ที่ห้องนั่งเล่น กลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น อธิติจึงเดินตรงไปที่ห้องนอน เปิดประตูเข้าไปก็พบว่า เอวิตรานอนหลับอยู่บนเตียงนอนกว้าง

หญิงสาวคงหลับสนิทจริงๆ จึงไม่รู้ตัวแม้ว่าอธิติจะไปยืนอยู่ข้างเตียงแล้วก็ตาม ชายหนุ่มยืนพินิจผู้หญิงตรงหน้าเงียบๆ เขาเคยเจอเธอหลายครั้ง แม้จะไม่เคยได้พูดคุยกันจริงๆ จังๆ เพราะเธอทำงานให้กับบริษัทคู่แข่งของอริยะ กรุ๊ป แต่ก็ได้เห็นและได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของเธอมามากมาย

พูดได้ว่าหลายโครางการของเอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น สำเร็จได้ก็เพราะผู้หญิงคนนี้

พอได้ยินน้องชายของเธอเอ่ยชื่อ ‘เอวิตรา’ เท่านั้น อธิติจึงยืนมือเข้าสอดโดยแทบไม่ต้องคิด!

ร่างสูงใหญ่ทรุดลงนั่งบนเตียงแล้วเอื้อมแขนพาดร่างบอบบางที่นอนอยู่อย่างสบายพลางก้มกระซิบชิดริมหูอีกฝ่าย

“หลับหรือครับคนดี ฝันถึงจูบของผมอยู่หรือเปล่า...” จบประโยคเขาก็จูบใบหูน่ารักนั้นเบาๆ

คนที่นอนหลับสะดุ้งทันที เอวิตราคิดจะพาตัวเองออกจากอ้อมแขนอีกฝ่าย ทว่ากลับถูกเขากอดแน่นขึ้นอีก จนเธอดุ

“ปล่อยฉันค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น!”

“ใครจะมาเห็น...นี่ในห้องนอนเรานะคุณ ถึงไม่ใช่ในห้องนอน...สามีภรรยา จะกอดกันหอมกันจูบกัน...ก็ไม่เห็นเป็นไร”

“แต่...”

“ผมก็บอกคุณแล้วไง แหวนเพชรบนนิ้วคุณนั่นน่ะคือค่าตัวคุณ” อธิติพูดพลางฉวยมือเรียวของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างถือสิทธิ์ แหวนเพชรสามกะรัตส่องประกายอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย “แล้วถ้าคุณทำให้ผมถูกใจ...ผมเปย์คุณได้มากกว่านี้อีก คุณอยากจะได้สร้อยเพชร นาฬิกาล้อมเพชร หรืออะไร ก็ได้ทั้งนั้น...”

เอวิตรากัดปากตนเองเมื่อได้ฟังคำพูดของเขา ความอดสูกัดกินข้างในใจจนน้ำตาแทบไหล

เมื่อก่อนเธอมั่นใจในตนเอง และภาคภูมิใจในความสามารถที่ตนมี แต่ผู้ชายคนนี้ทำลายทุกอย่าง!

ทั้งความภูมิใจ มั่นใจ และศักดิ์ศรี ไม่มีอะไรเหลือสักอย่าง

“เห็นป้านวลบอกคุณทำงานเหรอวันนี้ เอางี้ดีกว่า ไหนๆ ท่าทางคุณจะเป็นคนชอบทำงาน ถ้างั้นต่อไปนี้ คุณไปทำงานกับผมดีกว่า จะได้ไม่เบื่อ”

“แต่เราตกลงกันแล้วนี่คะ ว่าฉันจะไม่มีทางเปิดเผยข้อมูลอะไรเกี่ยวกับงานที่ฉันเคยทำ” เอวิตราคัดค้านเสียงแข็ง เธอขืนตัวจนหลุดจากอ้อมกอดอีกฝ่ายได้ในที่สุด

“ผมไม่เคยบอกว่าจะคุณไปเป็นพนักงานธรรมดา...” เขาขยับเข้ามาหา มองสบตาคู่สวยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูอย่างไรก็เจ้าเล่ห์เหลือเกิน “คุณไปทำงานในฐานะ ‘ผู้ช่วยส่วนตัวของประธาน’ ต่างหาก นั่งทำงานในห้องเดียวกับผม ออกไปประชุมด้วยกัน อ้อ...คุณต้องสวมแหวนวงนี้ไว้ตลอดเวลาด้วยนะ” เขาฉวยมือเธอมาไว้อีกครั้งพลางพยักพเยิดไปยังแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้าย

เอวิตราชักมือกลับ พลางถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“คุณต้องการอะไร! จะประจานฉัน หรืออยากปั่นหัวคุณแพทกับคนที่เอ็มไพร์กันแน่?”

อธิติฉุนอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินคำเรียกเจ้านายเก่าอย่างสนิทสนมของเอวิตรา เขาเค้นเสียงเมื่อตอบเธอ

“ผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่า...อดีตมือขวาของเอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น กลายมาเป็นภรรยาของประธานบริษัทอริยะ กรุ๊ป โดยสมบูรณ์แล้วต่างหาก พรุ่งนี้เช้าคุณเตรียมตัวไว้ให้พร้อม เราจะออกไปทำงานพร้อมกัน ส่วนตอนนี้...คุณมีเวลาสิบนาทีไปล้างหน้าล้างตาแล้วลงไปกินมื้อเย็นกับผม” เขาบอกแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินออกจากห้อง อธิติหันมาอีกที “อ้อ...คราวหลัง วันไหนที่คุณไม่ได้ออกไปทำงานกับผม ตอนผมกลับถึงบ้าน ผมอยากเห็นคุณยืนรอรับผมหน้าประตูพร้อมป้านวล”

เมื่ออยู่เพียงลำพังในห้องนอน เอวิตราไม่คิดฝืนอีกต่อไป ความอดสู ขมขื่น และโกรธแค้นที่เก็บกดไว้ในใจพังทลายราวทำนบที่รับน้ำมาจนเกินพิกัด น้ำตาร้อนๆ จึงไหลหยาดลงมาเป็นสาย ก่อนจะตามด้วยเสียงสะอื้นอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

...ที่นี่มันนรก...นรกชัดๆ ฉันต้องอยู่ในนรกนี่อีกตั้งห้าปี...ห้าปีเชียวเหรอ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป