บทที่ 1 หมาดำข้างถนน
เสียงโซ่เหล็กครูดกับพื้นหินดังแกรก…แกรก…แกรก… กอหญ้ายืนอยู่กลางหมอกสีดำที่หนาจนแทบมองไม่เห็นปลายเท้าตัวเอง อากาศรอบกายเย็นจัดจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว แต่แปลกเหลือเกินที่สถานที่แห่งนี้กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เธอแน่ใจว่าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ตรงหน้าเธอคือประตูหินขนาดมหึมาสูงจนยอดจมหายเข้าไปในความมืด บานประตูเต็มไปด้วยรอยสลักประหลาดคล้ายอักษรโบราณ บางจังหวะมันเรืองแสงสีแดงวาบราวกับมีชีพจรของตัวเอง เสียงครางต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง กอหญ้าชะงักหัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดอยู่ในอก มาอีกแล้ว… เธอค่อยๆ หันกลับไป ดวงตาสีแดงสามคู่ลอยอยู่ท่ามกลางหมอก วินาทีต่อมาร่างมหึมาของสุนัขสีดำก็ค่อยๆ ก้าวออกมา มันใหญ่เกินกว่าจะเรียกว่าสุนัขธรรมดา ลำตัวสูงเกือบถึงไหล่ของเธอ กล้ามเนื้อใต้ขนสีดำสนิทขยับตามทุกย่างก้าว เขี้ยวขาววาวสะท้อนกับแสงสีแดงจากประตู และที่สำคัญ… มันมีสามหัว
“อย่าเข้ามานะ”
กอหญ้าถอยหลังหนึ่งก้าว เจ้าสัตว์ประหลาดหยุด หัวตรงกลางจ้องเธอนิ่งส่วนอีกสองหัวส่งเสียงคำรามต่ำอยู่ในลำคอเหมือนกำลังไม่พอใจที่เธอถอยหนี
“ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไง”
มันก้าวต่อ กอหญ้าถอยอีก
“นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง!”
คราวนี้มันเร่งฝีเท้า
“เดี๋ยว!”
กอหญ้าหันหลังวิ่งทันที เธอไม่รู้ว่ากำลังวิ่งไปทางไหน เพราะรอบตัวมีเพียงหมอกดำและเสาหินสูงชะลูด เสียงฝีเท้าหนักกระแทกพื้นดังไล่หลังมาใกล้ขึ้นทุกที
ตุบ!
แรงมหาศาลกระแทกเข้าที่แผ่นหลังจนกอหญ้าล้มลงกับพื้น
“โอ๊ย!”
เธอพลิกตัวกลับทันที ก่อนจะต้องหยุดหายใจเมื่อร่างใหญ่โตของมันคร่อมอยู่เหนือเธอ ขาทั้งสองข้างของมันตรึงพื้นที่ข้างลำตัวเธอเอาไว้จนแทบไม่มีทางหนี หัวตรงกลางค่อยๆ ก้มลงมา ปลายจมูกสีดำแตะบริเวณลำคอสูดกลิ่นเธอช้าๆ กอหญ้าตัวแข็งทื่อ
“อย่านะ…”
เสียงที่หลุดจากริมฝีปากเบาจนน่าหงุดหงิด แทนที่จะถอยมันกลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาสีแดงจับจ้องเธอราวกับกำลังพยายามจดจำทุกอย่างจากนั้นเสียงผู้ชายทุ้มต่ำก็ดังขึ้นข้างหู
“ในที่สุด…ข้าก็หาเจ้าเจอ”
กอหญ้าเบิกตากว้าง “ใคร!”
เธอมองซ้ายมองขวาแต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงมัน สุนัขสามหัวตัวมหึมา
“นายพูดเหรอ?”
มันเอียงหัว
“ไม่ใช่มั้ง…หมาที่ไหนพูดได้”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นทันที กอหญ้ากลืนน้ำลาย
“โอเค ไม่เรียกหมาก็ได้”
มันยังจ้อง
“แต่ช่วยลงไปก่อนได้ไหม หนักนะ!”
ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ
“นี่ ฉันเป็นสัตวแพทย์นะ ต่อให้ดุแค่ไหนฉันก็ไม่กลัวหรอก”
คราวนี้หนึ่งในสามหัวเผยเขี้ยว กอหญ้าชะงักไปนิดหนึ่ง
“ก็…กลัวนิดหน่อย”
หัวตรงกลางค่อยๆ ก้มลงมาอีก
“อย่ามองแบบนั้นนะ”
มันยังไม่ละสายตา
“ฉันเตือนแล้วนะ”
เงียบ
“ถ้าดื้อมากๆ ฉันจับฉีดยาเลยนะ”
ยังเงียบ
“ไม่กลัว?”
เจ้าสัตว์ยักษ์ก้มต่ำลงอีก กอหญ้ารวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วชี้นิ้วใส่มัน
“งั้นจับทำหมันเลย!”
สัตว์ประหลาดทั้งสามหัวชะงักพร้อมกัน กอหญ้าก็ชะงัก ไม่รู้เพราะอะไรแต่เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามันเข้าใจและกำลังโกรธ
“ทำไม มองอะไร”
เสียงคำรามดังสนั่นจนพื้นใต้ร่างสั่นสะเทือน หมอกดำรอบตัวพุ่งเข้าหาเธอราวกับคลื่นยักษ์ กอหญ้าสะดุ้งตื่น
“เฮือก!”
ร่างบางเด้งขึ้นนั่งบนเตียงทันที หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เส้นผมยาวยุ่งพันอยู่ข้างแก้มเหงื่อเย็นเกาะเต็มหน้าผาก เธอใช้เวลาอยู่หลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้ ก่อนหันไปมองนาฬิกาข้างเตียง
03:37 น.
อีกแล้ว ฝันถึงเจ้าหมาสามหัวนั่นอีกแล้ว กอหญ้ายกมือขึ้นกุมหน้าอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันไปทำกรรมอะไรกับหมามาหรือไงนะ”
นี่เป็นครั้งที่ห้าในเดือนนี้ที่เธอฝันถึงมัน และความน่ากลัวไม่ใช่เพียงเรื่องที่มันมีสามหัวหรือใหญ่ราวกับสัตว์ประหลาด แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่มันปรากฏตัว ความฝันกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกลิ่นทั้งเสียง ทั้งสัมผัสเหมือนจริงจนน่าขนลุก โดยเฉพาะดวงตาสีแดงคู่นั้นมันไม่ได้มองเธอเหมือนเหยื่อ แต่มองราวกับรู้จักเธอมานานมาก กอหญ้าถอนหายใจยาวก่อนล้มตัวกลับลงบนหมอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงคาง
“ถ้าเจอตัวจริงนะ แม่จับทำหมันให้เข็ดเลย”
เธอบ่นพึมพำก่อนหลับตา แน่นอนว่าเธอไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประโยคนั้นจะกลายเป็นคำขู่ที่ทำให้สัตว์เทพแห่งยมโลกเสียศักดิ์ศรีที่สุดในรอบหลายพันปี
เช้าวันนั้นคลินิกรักษาสัตว์ของกอหญ้าเปิดตามเวลาปกติ ตัวอาคารเป็นตึกสองชั้นขนาดไม่ใหญ่นัก ชั้นล่างใช้เป็นคลินิก ส่วนชั้นบนเป็นบ้านพักของเธอเอง คลินิกถูกตกแต่งด้วยโทนสีครีมและไม้ ดูอบอุ่นมากกว่าจะเหมือนโรงพยาบาลสัตว์
“คุณหมอกอหญ้าคะ เจ้าไข่เค็มไม่ยอมกินข้าวมาเมื่อคืนค่ะ”
หญิงวัยกลางคนอุ้มแมวอ้วนสีส้มเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล กอหญ้ารับมันมาอุ้มแล้วมองหน้า
“ไข่เค็ม เมื่อวานยังแอบงับมือหมออยู่เลยนะ วันนี้ไม่กินข้าวแล้วเหรอคะ”
แมวอ้วนหันหน้าหนีทันที
“งอนอะไรหรือเปล่า”
มันยังเมิน กอหญ้าหัวเราะเบาๆ ก่อนตรวจร่างกายอย่างละเอียด
“ไม่มีไข้ ช่องปากปกติ ท้องไม่แข็ง…เมื่อวานกินอะไรแปลกๆ ไหมคะ”
เจ้าของทำหน้าคิด
“เอ่อ…แอบกินปลาทูไปเกือบตัวค่ะ”
กอหญ้ามองแมวอ้วน
“อ๋อ”
ไข่เค็มหลบตา
“งั้นไม่ได้ป่วยค่ะ น่าจะอิ่ม”
หญิงเจ้าของหัวเราะออกมาอย่างโล่งใจ
“นี่แกหลอกแม่อีกแล้วเหรอ!”
ไข่เค็มร้องเหมียวแล้วซุกหน้ากับอกหมอราวกับขอความคุ้มครอง กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่คราวหน้าต้องระวังเรื่องก้างนะคะ”
ทั้งเช้าคลินิกเต็มไปด้วยเสียงเห่า เสียงแมวร้อง และเสียงเจ้าของสัตว์พูดคุยกันไม่ขาดสาย กอหญ้าวิ่งไปมาระหว่างห้องตรวจกับเคาน์เตอร์แทบไม่ได้พัก จนช่วงบ่ายคนไข้เริ่มซาเธอจึงได้มีเวลานั่งลงกินกาแฟเย็นแก้วนึง
“เมื่อคืนฝันอีกแล้วเหรอคะหมอ”
พนักงานสาวชื่อมิ้นท์ถาม กอหญ้าชะงัก
“เห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ใต้ตาหมอจะลงไปถึงคางแล้วค่ะ”
“เว่อร์”
“จริงนะคะ แล้วฝันถึงผู้ชายหรือหมา”
กอหญ้าหรี่ตา
“ทำไมต้องสองอย่างนี้”
“ครั้งก่อนหมอบอกฝันว่าหมาสามหัวคร่อมอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”
“อย่าพูดดังสิ!”
มิ้นท์หัวเราะ
“แล้วหล่อไหมคะ”
“หมาจะหล่อยังไงก่อน”
“ไม่รู้ค่ะ เผื่อมันกลายเป็นผู้ชาย”
กอหญ้าส่ายหน้า
“ดูซีรีส์เยอะไปแล้ว”
“หมอไม่คิดเหรอคะว่ามันอาจเป็นเนื้อคู่”
“ถ้าเนื้อคู่ฉันมีสามหัว ฉันขออยู่โสด”
สองสาวหัวเราะพร้อมกัน โดยไม่รู้เลยว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในอีกโลกหนึ่ง ลึกลงไปใต้ผืนดิน ในสถานที่ซึ่งมนุษย์ทั่วไปไม่มีวันมองเห็น ประตูหินขนาดมหึมาเปิดกว้างท่ามกลางเปลวไฟสีดำ เสียงกรีดร้องของวิญญาณดังระงม โซ่เหล็กสีดำพุ่งออกไปพันร่างวิญญาณหลายสิบดวงที่กำลังดิ้นรน ชายร่างสูงยืนอยู่กลางความวุ่นวาย ผมสีดำยาวถึงกลางหลังปลิวตามกระแสลมร้อน ใบหน้าคมเข้มไร้อารมณ์ เสื้อเชิ้ตสีดำถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยเส้นเลือดและกล้ามเนื้อแข็งแรงตามท่อนแขน ลูคัสผู้เฝ้าประตู ผู้เป็นเซอร์เบอรัส
“กลับไป”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเพียงคำเดียว วิญญาณหลายดวงถูกกระชากกลับเข้าสู่ประตูทันที แต่มีหนึ่งดวงไม่ยอม มันบิดตัวจนโซ่แตกร้าวร่างโปร่งใสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนดูดกลืนวิญญาณดวงอื่นเข้ามาในตัว ลูคัสขมวดคิ้ว
“กล้าดี”
เสียงหัวเราะแหลมดังขึ้น
“ข้าไม่กลับไป!”
วิญญาณอาฆาตพุ่งเข้าใส่เขา ลูคัสยกมือขึ้นรับ ทันใดนั้นเปลวไฟสีแดงก็ลุกโชนจากฝ่ามือ ก่อนจะกลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่
ตูม!
แรงปะทะสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่ผิดปกติคือวิญญาณตนนั้นแข็งแกร่งกว่าที่ควร มันมีอาวุธบางอย่าง ดาบสีดำที่เต็มไปด้วยเศษวิญญาณลูคัสเบี่ยงตัวหลบแต่ช้าไปเสี้ยววินาที คมดาบเฉือนเข้าที่สีข้างเลือดสีเข้มไหลออกมา เขาชะงัก นานมากแล้วที่ไม่มีสิ่งใดทำให้ร่างของเขาเลือดออกได้วิญญาณหัวเราะ
“แม้แต่สัตว์เฝ้าประตูก็ตายได้”
ลูคัสก้มมองบาดแผลก่อนเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง
“ลองดู”
เสียงคำรามดังสนั่น เงาดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นด้านหลังเขา สามหัว หกดวงตา เขี้ยวที่สามารถฉีกวิญญาณออกเป็นชิ้นๆ การต่อสู้จบลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีแต่บาดแผลกลับไม่สมาน ลูคัสยืนหอบเบาๆ มองเลือดที่ยังไหลไม่หยุด
“อาวุธต้องสาป…”
เขาสบถต่ำ หากฝืนอยู่ในร่างมนุษย์ต่อไปพลังจะรั่วไหลจนสิ่งมีชีวิตรอบตัวรับรู้ ลูคัสจึงลดขนาดพลังลง เงาดำปกคลุมร่างสูงใหญ่เมื่อเงาจางหาย ชายหนุ่มก็หายไป เหลือเพียงสุนัขสีดำตัวใหญ่กว่าสุนัขทั่วไปเล็กน้อย มันกระโจนออกจากเขตประตู ผ่านรอยแยกระหว่างโลกก่อนตกลงสู่ตรอกมืดแห่งหนึ่งในเมือง ร่างสีดำเซไปสองก้าวก่อนล้มลงข้างกำแพงเลือดซึมเต็มขนบริเวณท้อง ลูคัสพยายามลุกแต่ขาทั้งสี่กลับไม่ยอมทำตาม ดวงตาสีแดงค่อยๆ ปิดลงในช่วงวินาทีก่อนหมดสติ กลิ่นบางอย่างลอยมากับสายลม กลิ่นอ่อนๆ ที่เขาจำได้แม้เวลาจะผ่านไปนับพันปี เขาลืมทุกอย่างได้ยกเว้นกลิ่นนี้ หญิงสาวคนนั้น…
กอหญ้าปิดคลินิกเกือบสี่ทุ่มเพราะมีเคสฉุกเฉินเข้ามาช่วงเย็น หลังส่งเจ้าของกับสุนัขตัวสุดท้ายกลับ เธอก็เก็บของและเดินออกมาทิ้งขยะด้านหลังอาคาร
“วันนี้เหนื่อยชะมัด”
เธอยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ ถนนด้านหลังคลินิกค่อนข้างเงียบ มีเพียงไฟสีส้มจากเสาไฟส่องเป็นระยะ กอหญ้ากำลังจะเดินกลับเข้าอาคาร แต่เสียงครางเบาๆ จากมุมกำแพงทำให้เธอหยุด
“หืม?”
เธอหันไปมอง เงาสีดำก้อนหนึ่งนอนอยู่หลังถังขยะ
“หมาเหรอ”
กอหญ้าเดินเข้าไปใกล้ พอเห็นชัดสีหน้าเธอก็เปลี่ยนทันที สุนัขสีดำตัวใหญ่กำลังนอนหอบ เลือดไหลออกจากบริเวณสีข้างจนพื้นเปียกเป็นวง
“เฮ้ย!”
เธอรีบคุกเข่าลงข้างตัวมัน
“ได้ยินไหม”
มือเล็กแตะบริเวณคอเพื่อตรวจชีพจร เจ้าสุนัขลืมตาขึ้นฉับพลัน ดวงตาสีแดงวาบขึ้นกอหญ้าชะงัก
“ตาสี…”
ก่อนเธอจะพูดจบ สีแดงนั้นก็จางลงกลายเป็นสีดำเข้ม
“สงสัยฉันตาฝาด”
มือของเธอขยับเข้าใกล้แผล เจ้าหมาดำเผยเขี้ยวพร้อมเสียงคำรามต่ำ กอหญ้าหรี่ตา
“ไม่ต้องขู่”
คำรามหนักขึ้น
“ฉันเป็นหมอนะ”
ยังขู่
“ถ้ากัดฉัน นายตายแน่”
คราวนี้มันเงียบไปนิดหนึ่ง กอหญ้าเลิกคิ้ว
“ฟังรู้เรื่องหรือไง”
มันไม่ตอบ แน่นอน กอหญ้าถอนหายใจก่อนค่อยๆ ยื่นมือไปแตะหัวมัน สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้ทั้งคนและสัตว์ชะงักพร้อมกัน วินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสขนสีดำความร้อนบางอย่างไหลผ่านฝ่ามือเลือดที่กำลังไหลจากแผลช้าลงทันที ลูคัสลืมตากว้าง กลิ่นนี้ สัมผัสนี้ ไม่มีทางผิด เขารอมันมาหลายพันปี หญิงสาวตรงหน้าเงยขึ้นมองด้วยดวงตากลมใส ใบหน้าหวานมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่ยังคงอ่อนโยน
“เจ็บมากเหรอ”
เสียงของเธอเบามาก ลูคัสแทบลืมหายใจ เสียงนี้ด้วย เสียงเดียวกับหญิงสาวคนนั้น คนที่เคยร้องเพลงให้สัตว์ประหลาดที่ทุกคนหวาดกลัวฟัง คนที่เคยแตะหัวเขาโดยไม่กลัว คนที่จากไปต่อหน้าต่อตาเขา ลูคัสพยายามขยับเข้าใกล้แต่ร่างกายไม่เหลือแรง กอหญ้าเห็นมันพยายามลุกก็รีบประคอง
“อย่าฝืนสิ เดี๋ยวแผลเปิด”
เธอมองขนาดตัวของมันแล้วถอนหายใจ
“หนักแน่เลย”
ลูคัสมองเธอ
“แต่ปล่อยไว้นี่ก็ตาย”
กอหญ้าตัดสินใจสอดแขนเข้าใต้ลำตัวมัน
“ช่วยหมอหน่อยนะ เดินไหวไหม”
เขาไม่ตอบ
“โอเค ไม่ไหวสินะ”
เธอกัดฟันพยายามพยุงร่างหมาดำขึ้น
“โอ๊ย…นายกินอะไรมาถึงได้หนักขนาดนี้”
ลูคัสที่มีน้ำหนักมากกว่ามนุษย์ธรรมดาเกือบเท่าตัวในร่างจริงคิดเงียบๆ ว่า หากเธอรู้ความจริงคงไม่บ่นแค่นี้ กอหญ้าใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะพามันเข้าคลินิกได้สำเร็จ เธอวางมันลงบนโต๊ะตรวจแล้วรีบเปิดไฟ
“อย่ากัดนะ”
ลูคัสมองมือเธอ
“ถ้ากัด ฉันกัดคืนจริงๆ ด้วย”
เขาเกือบคิดว่าตัวเองได้ยินผิด หญิงสาวตรงหน้าก้มลงตัดขนบริเวณแผลอย่างระมัดระวัง ก่อนสีหน้าจะเคร่งขึ้น
“แผลลึกขนาดนี้ไปโดนอะไรมา”
คมแผลไม่เหมือนถูกของมีคมธรรมดา รอบแผลมีเส้นสีดำคล้ายรอยไหม้แทรกอยู่ กอหญ้าขมวดคิ้ว
“แปลก…”
ลูคัสหลับตาเขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เสียงอุปกรณ์กระทบกันดังเบาๆ จากนั้นเสียงของเธอก็ดังขึ้น
“อดทนหน่อยนะ”
เขารู้สึกถึงมือที่แตะตัว ความเจ็บปวดลดลงทันทีอีกครั้ง กอหญ้าเองก็ประหลาดใจเหมือนกันเพราะทุกครั้งที่เธอแตะมัน กล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นจะคลายลง
“เชื่องกว่าที่คิดแฮะ”
ลูคัสลืมตา คำว่าเชื่องไม่เคยถูกใช้กับเขามาก่อนเธอกลับพูดต่ออย่างไม่รู้ชะตากรรม
“เมื่อกี้ทำเป็นขู่”
มือเล็กเกาหลังหูให้เบาๆ ลูคัสชะงักความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นผ่านร่าง นี่มัน…
“ดีขึ้นไหม”
กอหญ้าถาม เขาหลับตาลงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวมือเธอเกาต่อ
“เห็นไหม ชอบนี่นา”
ดวงตาสีแดงเปิดขึ้นทันที กอหญ้าหัวเราะ
“เขินเหรอ”
หากตอนนี้เขาพูดได้ เธอคงได้ยินคำเตือนว่าอย่าล้อเล่นกับสัตว์เทพ แต่เพราะพูดไม่ได้เขาจึงทำเพียงหันหน้าหนี กอหญ้ายิ่งขำ
“มีงอนด้วย”
หลังล้างแผลและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เธอพามันไปนอนในห้องพักสัตว์ที่สะอาดที่สุด ก่อนปิดไฟกอหญ้าหยุดมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
“แปลกนะ”
ลูคัสลืมตาขึ้น
“ฉันรู้สึกเหมือนเคยเจอนายมาก่อน”
หัวใจที่เต้นมานานหลายพันปีหยุดไปชั่วขณะ กอหญ้าส่ายหน้า
“คงคิดมากเพราะฝันบ่อย”
เธอกำลังจะเดินออกไป แต่สุนัขดำกลับยกหัวขึ้นทันที กอหญ้าหันกลับ
“อะไร”
มันลุกทั้งที่แทบไม่มีแรง ก่อนเดินกะเผลกตามเธอ
“เฮ้ย อย่าเดิน!”
เธอรีบเข้ามาประคอง ลูคัสซุกจมูกลงใกล้ข้อมือเธอ กลิ่นเดิมเขาแน่ใจแล้ว หญิงสาวที่เขารออยู่ตรงนี้จริงๆ กอหญ้ามองมันอย่างงงๆ
“ติดฉันเหรอ”
มันไม่ถอย
“ไม่ได้ นายต้องนอนนี่”
ลูคัสยังยืน
“อย่าดื้อ”
มันยังนิ่ง
“จะตามขึ้นบ้านหรือไง”
หางสีดำกระดิกเบาๆ หนึ่งครั้งโดยไม่ตั้งใจ กอหญ้าชะงัก
“เมื่อกี้นายกระดิกหางใช่ไหม”
ลูคัสตัวแข็ง เธอหลุดหัวเราะทันที
“โอ๊ย ทำหน้าดุไปงั้นเองนี่นา”
ถ้าเขายังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่มันคงถูกทำลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว สุดท้ายกอหญ้าจำต้องย้ายเบาะขึ้นไปบนชั้นสอง เธอปูผ้าห่มไว้ข้างเตียง
“คืนนี้นอนตรงนี้ก่อนนะ”
ลูคัสมองเบาะ จากนั้นมองเตียง
“ไม่”
เขามองเธอ
“อย่ามอง เตียงฉัน”
ลูคัสยังมอง
“ขึ้นไม่ได้”
เงียบ
“ห้าม”
กอหญ้าชี้นิ้วใส่
“ถ้าขึ้นมา ฉันจับทำหมันจริงๆ ด้วย”
ลูคัสนิ่งไปทันที คำนี้อีกแล้ว หญิงสาวตรงหน้าเดินไปอาบน้ำโดยไม่รู้เลยว่า หมาดำที่นั่งมองตามกำลังจดจำคำขู่นั้นไว้ทุกคำ หลังจากนั้นไม่นานกอหญ้ากลับออกมาพร้อมชุดนอนเรียบๆ เธอหันไปดูที่เบาะ เจ้าหมาดำนอนอยู่เรียบร้อย
“ดีมาก”
เธอยิ้มก่อนปิดไฟ ไม่ถึงสิบนาทีเสียงหายใจของเธอก็สม่ำเสมอ ลูคัสลืมตาขึ้นในความมืด เขายืนขึ้นอย่างเงียบเชียบแล้วเดินไปข้างเตียง ใบหน้าของหญิงสาวอยู่ใกล้เพียงเอื้อม เหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมจนเจ็บปวด เขาก้มลงสูดกลิ่นบริเวณเส้นผม ความทรงจำเก่าไหลกลับเข้ามาอย่างรุนแรงหญิงสาวในชุดสีขาว เสียงหัวเราะ เสียงเพลง มือเล็กที่เคยแตะใบหน้าเขาและเลือด เลือดมากมาย ลูคัสหลับตา หลายพันปีเขาเคยคิดว่าอาจไม่มีวันได้พบเธออีก แต่ตอนนี้เธออยู่ตรงหน้า มีชีวิต หายใจอบอุ่นเขาก้มลงเล็กน้อยก่อนจะหยุด กอหญ้าพลิกตัวมือของเธอหล่นลงมาแตะหัวเขาพอดี
“เด็กดี…”
เธอละเมอเบาๆ ลูคัสนิ่ง ไม่มีผู้ใดในโลกกล้าเรียกเซอร์เบอรัสว่าเด็กดีแต่เขากลับยอมให้เธอลูบหัวอยู่อย่างนั้นจนรุ่งเช้า และเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่ผู้เฝ้าประตูยมโลกเผลอหลับโดยไม่มีฝันร้าย ทว่าในช่วงใกล้รุ่งบาดแผลที่สีข้างกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำอีกครั้ง ไอคำสาปไหลเข้าสู่เส้นเลือดร่างสุนัขสั่นอย่างรุนแรง ลูคัสลืมตาขึ้นเขารู้ทันทีว่าเวลาของเขาเหลือไม่มาก หากไม่กำจัดคำสาปออกก่อนพระอาทิตย์ตกร่างนี้จะพังและเขาอาจต้องคืนสู่รูปลักษณ์ที่แท้จริงต่อหน้าเธอ ดวงตาสีแดงหันไปมองหญิงสาวบนเตียง ลูคัสไม่กลัวความตายแต่เขาไม่คิดจะจากเธอไปอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่ว่าเขาต้องทำอะไรครั้งนี้… เขาจะอยู่และจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีก
