บทที่ 3 เจ้าของหมาหรือเจ้าของชีวิต
กอหญ้ายืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำอยู่นานกว่าปกติ เธอมองตัวเองในเงาสะท้อนแล้วถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ผมยาวถูกรวบขึ้นลวกๆ ใบหน้าหวานยังมีรอยอ่อนเพลียจากการนอนน้อย ส่วนความทรงจำเมื่อคืนกลับชัดเจนเสียจนแค่คิดก็ทำให้แก้มร้อนขึ้นมาอีก
“ตั้งสติค่ะกอหญ้า”
เธอชี้นิ้วใส่ตัวเองในกระจก
“เขาเป็นคนไข้”
เงียบ
“คนไข้ที่เป็นหมา”
เงียบอีก
“ไม่ใช่สิ เป็นปีศาจ”
กอหญ้าหลับตา ยิ่งพูดยิ่งแปลก เมื่อคืนเธอยอมรับได้อย่างไรว่าเจ้าหมาดำบาดเจ็บที่เก็บมาจากข้างถนนคือเซอร์เบอรัส ผู้เฝ้าประตูยมโลกในตำนานกรีก แถมยัง…
“พอ!”
เธอตบแก้มตัวเองเบาๆ
“ไม่คิดแล้ว”
กอหญ้าเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วต้องหยุดทันที ลูคัสยืนพิงผนังอยู่ตรงหน้าห้อง เขาเปลี่ยนไปใส่เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวที่ไม่รู้ไปหามาจากไหน ผมดำยาวถูกมัดหลวมๆ ไว้ด้านหลัง รูปร่างสูงใหญ่เกือบแตะกรอบประตูทำให้ทางเดินแคบลงไปถนัดตา เธอมองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เสื้อผ้ามาจากไหน”
“คนของข้าเอามาให้”
“คนของคุณ?”
“อืม”
“เข้ามาตอนไหน”
“ตอนเจ้าอาบน้ำ”
กอหญ้าตาโต
“มีคนเข้าบ้านฉันตอนฉันอาบน้ำ?”
“ข้าอนุญาตแล้ว”
“แต่ฉันไม่ได้อนุญาต!”
ลูคัสขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
“เขาเป็นคนของข้า”
“แล้วบ้านนี้เป็นของฉัน”
“งั้นซื้อบ้านนี้ด้วย”
กอหญ้าหลับตาช้าๆ
“คุณลูคัสคะ”
“ว่า”
“ถ้าคุณพูดว่าจะซื้ออะไรอีก ฉันจะโยนคุณออกจากบ้าน”
“เจ้ายกข้าไม่ไหว”
เธอลืมตาทันที
“อย่าท้าทาย”
มุมปากของเขาขยับนิดๆ กอหญ้าหรี่ตา
“ขำอะไร”
“เจ้าดูเหมือนเดิม”
“เหมือนอะไร”
ลูคัสนิ่งไปเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร”
คำตอบสั้นๆ ทำให้เธอรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่เขายังไม่ยอมบอก แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะซักเธอต้องเปิดคลินิก กอหญ้าเดินลงบันไดลูคัสเดินตามลงมาติดๆ เธอหยุดเขาหยุด เธอเดินต่อเขาก็เดินต่อ กอหญ้าหันกลับ
“ตามทำไม”
“ข้าจะอยู่กับเจ้า”
“ไม่ต้องค่ะ”
“ต้อง”
“ไม่ต้อง”
“ต้อง”
กอหญ้าจ้องเขา ลูคัสจ้องกลับผ่านไปห้าวินาที เธอถอนหายใจ
“คุณเป็นเซอร์เบอรัสหรือเด็กอนุบาล”
“ข้าแก่กว่าบรรพบุรุษของเจ้าหลายร้อยรุ่น”
“แต่เถียงเหมือนเด็กห้าขวบ”
ลูคัสเงียบไป กอหญ้าหันหลังเดินต่ออย่างผู้ชนะ พอลงถึงชั้นล่างมิ้นท์ซึ่งเพิ่งเปิดประตูเข้าคลินิกมาก็หยุดกึก สายตาของพนักงานสาวเลื่อนจากกอหญ้าไปยังชายสูงใหญ่ด้านหลังแล้วกลับมาที่กอหญ้า จากนั้นมองลูคัสอีกครั้ง
“หมอคะ…”
กอหญ้ารู้ทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไร
“อย่าเพิ่งถาม”
“แต่—”
“อย่า”
มิ้นท์ยกมือปิดปากตัวเองแต่ดวงตากลับโตขึ้นเรื่อยๆ ลูคัสเดินผ่านไปนั่งบนเก้าอี้มุมห้องอย่างไม่สนใจใคร มิ้นท์รีบลากกอหญ้าเข้าไปหลังเคาน์เตอร์
“ใครคะ!”
เสียงกระซิบดังจนแทบเรียกว่าตะโกน
“เบาๆ”
“แฟนหมอเหรอ!”
“ไม่ใช่”
“แล้วเมื่อคืนอยู่บนบ้าน?”
“เรื่องมันยาว”
“ยาวแค่ไหนคะ”
กอหญ้าหน้าเริ่มร้อน
“มิ้นท์”
“โอเค ไม่ถามก็ได้ค่ะ”
มิ้นท์แอบชะโงกมอง
“แต่หล่อมากเลยนะหมอ”
“รู้แล้ว”
“หา?”
กอหญ้าชะงัก
“หมายถึง…ก็เห็นอยู่ว่าหล่อ”
มิ้นท์ยิ้มกว้าง
“อ๋อ”
“อ๋ออะไร”
“เปล่าค่ะ”
กอหญ้ากำลังจะดุ แต่เสียงทุ้มจากอีกฝั่งดังขึ้น
“นางเป็นใคร”
ทั้งสองหันไปพร้อมกัน ลูคัสกำลังมองมิ้นท์กอหญ้าตอบ
“พนักงานฉัน”
“ไว้ใจได้?”
มิ้นท์ชี้ตัวเอง
“หนูเหรอคะ”
ลูคัสไม่ตอบ กอหญ้าตบหน้าผาก
“คุณไม่ต้องสอบสวนทุกคนที่อยู่ใกล้ฉัน”
“ข้าจำเป็นต้องรู้”
“ทำไม”
“เพื่อความปลอดภัย”
“ของใคร”
“ของเจ้า”
ประโยคนั้นทำให้เธอเงียบไปชั่วครู่ ลูคัสสบตาเธอนิ่ง
“มีบางอย่างกำลังตามหาเจ้า”
กอหญ้าจำสิ่งที่เขาพูดเมื่อเช้าได้ แต่ยังไม่ทันถามต่อเสียงกระดิ่งเหนือประตูก็ดังขึ้น ลูกค้ารายแรกเดินเข้ามาพร้อมสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เจ้าหมาที่ยังร่าเริงอยู่เมื่อครู่หยุดทันทีเมื่อเห็นลูคัส ขนทั่วตัวชูขึ้นแล้วมันก็หมอบลงเจ้าของงง
“โกโก้ เป็นอะไรลูก”
ลูคัสปรายตามอง สุนัขตัวใหญ่ส่งเสียงหงิงเบาๆ แล้วค่อยๆ ถอยไปซ่อนหลังเจ้าของ กอหญ้ามองลูคัสทันที
“คุณทำอะไร”
“ไม่ได้ทำ”
“มันกลัวคุณ”
“เป็นเรื่องปกติ”
“ปกติตรงไหน”
“สัตว์รู้ว่าข้าคืออะไร”
กอหญ้าหรี่ตา
“งั้นคุณขึ้นไปข้างบน”
“ไม่”
“คุณทำคนไข้ฉันกลัว”
“มันต้องปรับตัว”
“คุณต่างหากต้องปรับตัว”
“ข้าไม่เคยปรับตัวให้ใคร”
กอหญ้ากอดอก
“งั้นออกไป”
ลูคัสนิ่ง
“กอหญ้า”
“เลือกค่ะ ขึ้นบ้านหรือออกไป”
ชายผู้เฝ้าประตูยมโลกมานับพันปีจ้องสัตวแพทย์สาวอยู่นาน ก่อนจะลุกขึ้น
“ขึ้นบ้านก็ได้”
มิ้นท์ที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ ลูคัสหันขวับ
“เจ้ายิ้มอะไร”
มิ้นท์รีบส่ายหน้า
“เปล่าค่ะ!”
กอหญ้าโบกมือ
“ไปค่ะ”
ลูคัสเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่พอใจแต่ก่อนหายขึ้นไปชั้นสอง เขายังหันกลับมามองเธออีกครั้ง กอหญ้าส่ายหน้า
“ตัวใหญ่แต่ดื้อจริงๆ”
เจ้าของโกโก้หัวเราะ
“แฟนคุณหมอเหรอครับ”
“ไม่ใช่ค่ะ!”
คำตอบเร็วเกินไปจนคนถามยิ้ม กอหญ้ารีบก้มตรวจโกโก้ต่อ ด้านบนลูคัสยืนกอดอกอยู่หลังประตู สีหน้าเย็นลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายถามว่าเขาเป็นแฟนหรือไม่ คำนี้… เขาไม่ชอบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากเป็นแต่เพราะกอหญ้าปฏิเสธเร็วเกินไป ช่วงสายผ่านไปอย่างวุ่นวาย ลูคัสพยายามอยู่ข้างบนตามคำสั่งแต่ความอดทนของเซอร์เบอรัสมีไม่มากนักโดยเฉพาะเมื่อมีผู้ชายเข้าคลินิก เกือบเที่ยงกอหญ้ากำลังตรวจแมวอยู่เสียงฝีเท้าหนักก็ดังลงบันได เธอเงยหน้าลูคัสเดินลงมา
“ลงมาทำไม”
“หิว”
“ในตู้เย็นมีอาหาร”
“ข้าไม่กิน”
“ทำไม”
“ไม่ชอบ”
“แล้วจะกินอะไร”
เขามองเธอ กอหญ้าชะงัก
“อย่ามองฉัน”
“เจ้าถาม”
“หมายถึงอาหารค่ะ”
“เนื้อ”
“ดิบ?”
“ได้”
กอหญ้าทำหน้าแปลก
“คุณยังมีความเป็นหมาเยอะกว่าที่คิดนะ”
ดวงตาเขาหรี่ลง
“กอหญ้า”
“โอเคๆ ไม่พูดแล้ว”
มิ้นท์เดินถือกล่องอาหารเข้ามาพอดี
“หมอคะหนูสั่งข้าวมาฝากแล้วของคุณ…เอ่อ คุณลูคัสเอาอะไรดีคะ”
ลูคัสมองกล่องอาหารในมือ
“มีเนื้อหรือไม่”
“มีข้าวกะเพราเนื้อค่ะ”
“เอา”
มิ้นท์พยักหน้าทันที ไม่นานโต๊ะพักหลังก็กลายเป็นโต๊ะอาหารชั่วคราว กอหญ้านั่งกินข้าวอยู่ฝั่งหนึ่งส่วนลูคัสนั่งตรงข้าม เขาใช้ช้อนเป็นเรื่องนี้ทำให้เธอแปลกใจอย่างไม่มีเหตุผล
“มองอะไร”
“เปล่า”
“เจ้าคิดว่าข้ากินด้วยมือ?”
กอหญ้าสำลัก
“ฉันยังไม่ได้พูด!”
“สีหน้าเจ้าพูด”
มิ้นท์หลุดหัวเราะ ลูคัสตักเนื้อเข้าปากอย่างสงบกอหญ้ามองเขาอีกครั้ง
“คุณอยู่บนโลกมนุษย์มานานแล้วเหรอ”
“นาน”
“นานแค่ไหน”
“นานกว่าเมืองนี้”
“แล้วทำอะไร”
“หลายอย่าง”
“เช่น?”
“ธุรกิจ”
“ธุรกิจอะไร”
“โรงแรม บริษัทลงทุน อสังหาริมทรัพย์”
มือที่กำลังตักข้าวของกอหญ้าหยุด
“เดี๋ยวนะ”
ลูคัสมอง
“คุณรวย?”
“มาก”
คำตอบไม่มีความถ่อมตัวแม้แต่นิด มิ้นท์ตาโตกอหญ้าถอนหายใจ
“ฉันไม่น่าถาม”
“ทำไม”
“ฟังแล้วหมั่นไส้”
“ข้าเพียงตอบความจริง”
“คุณอายุเท่าไหร่กันแน่”
ลูคัสนิ่งไปเล็กน้อย
“ร่างนี้ยี่สิบแปด”
“ฉันถามอายุจริง”
“จำไม่ได้”
กอหญ้าวางช้อน
“คนเราจะจำอายุตัวเองไม่ได้ยังไง”
“เมื่อผ่านไปหลายพันปี เจ้าจะเลิกนับเอง”
มิ้นท์ที่กำลังดื่มน้ำเกือบพ่น กอหญ้าหันไปมอง
“หลายพัน?”
“อืม”
“แล้วคุณไม่แก่?”
“ไม่”
“ตายไหม”
“ยาก”
“แปลว่าตายได้”
“ทุกสิ่งมีวิธีฆ่า”
เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแต่กอหญ้ากลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเฉยๆ เธอรีบก้มกินข้าวต่อลูคัสมองเธอ เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในแววตานั้น
“เจ้ากลัวข้าตาย?”
“เปล่า”
“โกหก”
“กินข้าวไปเลยค่ะ”
ลูคัสยิ้มบางๆ
กอหญ้านั่งคุยกับมิ้นท์เป็นการส่วนตัวอยู่พักใหญ่เพื่อให้เธอเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังเจอ เพราะมันดูเหลือเชื่อเกินกว่าจะเข้าใจว่าคนที่เธอซื้อข้าวมาเผื่อเป็นหมาจริงๆ ช่วงบ่ายคลินิกมีชายหนุ่มคนหนึ่งอุ้มแมวเข้ามาเขาเป็นลูกค้าประจำชื่อวิน เจ้าของร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามและเป็นคนที่ชอบหาเรื่องมาชวนกอหญ้าคุยทุกครั้ง
“หมอกอหญ้าครับ วันนี้โมจิจามทั้งวันเลย”
“เอามาดูค่ะ”
วินยื่นแมวให้ แล้วส่งกาแฟอีกแก้วตามมา
“ของหมอครับ แบบหวานน้อยเหมือนเดิม”
“ขอบคุณค่ะ”
กอหญ้ายิ้ม คนที่นั่งอยู่อีกมุมของห้องเงยหน้าทันทีลูคัสมองแก้วกาแฟแล้วมองวิน สีหน้าเย็นลงชัดเจนวินเพิ่งสังเกตเห็น
“เอ่อ…เพื่อนหมอเหรอครับ”
กอหญ้ากำลังจะตอบ
“ไม่ใช่”
ลูคัสตอบก่อน วินงงกอหญ้าหันไป
“แล้วคุณตอบทำไม”
ลูคัสลุกขึ้น
“ข้าไม่ใช่เพื่อน”
“แล้วเป็นอะไร”
คำถามนั้นหลุดจากปากเธอเอง ลูคัสเดินเข้ามาหยุดข้างตัวมือใหญ่แตะพนักเก้าอี้ด้านหลังเธอ
“เจ้าอยากให้ข้าเป็นอะไร”
กอหญ้าตาโต วินเงียบ มิ้นท์ที่เคาน์เตอร์หยุดพิมพ์คอมพิวเตอร์ทันทีบรรยากาศในคลินิกเงียบอย่างพร้อมเพรียง กอหญ้ากัดฟัน
“ขึ้นไปข้างบนค่ะ”
“ข้าเพิ่งลงมา”
“ขึ้นไป”
“ไม่”
“ลูคัส”
เขาไม่ขยับ กอหญ้าจึงลดเสียงลง
“หรือจะให้หยิบกรรไกรผ่าตัด”
ลูคัสนิ่ง สายตาเหลือบไปยังตู้เครื่องมือแล้วจึงหันหลังเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไร วินมองตามอย่างงงๆ
“เขา…กลัวกรรไกรเหรอครับ”
กอหญ้ายิ้มหวาน
“กลัวการทำหมันค่ะ”
วินหัวเราะเพราะคิดว่าเป็นมุก มีเพียงมิ้นท์ที่รู้สึกว่าคำพูดนั้นน่าจะจริงมากกว่าที่คิด หลังคลินิกปิดตอนค่ำกอหญ้าขึ้นไปชั้นบนพร้อมถุงอาหาร เธอพบลูคัสยืนอยู่ที่ระเบียงเงาสูงใหญ่ตัดกับแสงไฟเมือง
“งอนเหรอ”
เขาไม่หันมา
“ข้าไม่งอน”
“อ๋อค่ะ”
เธอวางอาหารบนโต๊ะ
“คนไม่งอนที่นั่งเงียบมาสามชั่วโมง”
ลูคัสหันกลับ
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”
“ลูกค้า”
“เขาชอบเจ้า”
กอหญ้าชะงัก
“คุณรู้ได้ไง”
“กลิ่น”
“กลิ่น?”
“ฮอร์โมน อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย”
เธอมองเขา
“คุณดมออกหมดเลย?”
“อืม”
กอหญ้าถอยหนึ่งก้าวทันที ลูคัสหรี่ตา
“เจ้าถอยทำไม”
“แล้วคุณดมฉันออกไหม”
“ออก”
“ทุกอย่าง?”
“เกือบ”
ใบหน้ากอหญ้าร้อนวูบ
“หยุดดมฉันเลย!”
“ข้าหยุดไม่ได้”
“ทำไม”
“หายใจอยู่”
เธออ้าปากค้าง
“งั้นห้ามบอกสิ่งที่ได้กลิ่น”
“ทำไม”
“มันเสียมารยาท!”
ลูคัสเดินเข้ามาใกล้ กอหญ้าถอยจนหลังชนโต๊ะ
“ตอนเจ้าตื่นเต้น กลิ่นเปลี่ยน”
“ลูคัส!”
“ตอนโกรธก็เปลี่ยน”
“พอเลย”
“ตอนเจ้าชอบ—”
มือของกอหญ้ายกปิดปากเขาทันที
“ห้ามพูด”
ดวงตาลูคัสจับจ้องเธอ ริมฝีปากของเขาแตะฝ่ามือเธออยู่กอหญ้าค่อยๆ รู้ตัวว่าทำอะไรแล้วรีบดึงมือกลับแต่ลูคัสจับข้อมือไว้เสียก่อน
“เมื่อวานเจ้าบอกว่าจะช่วยข้า”
“ก็ช่วยแล้ว”
“อืม”
“แล้ว?”
“ข้ายังจำได้”
เขาก้มลงเล็กน้อย
“ทุกอย่าง”
กอหญ้าหน้าแดง
“คุณตั้งใจแกล้งฉันใช่ไหม”
“เปล่า”
“หน้าคุณตอนนี้ไม่เหมือนคนเปล่าเลย”
มุมปากเขายกขึ้น กอหญ้าตีแขนเขา
“ปล่อย”
ลูคัสยอมปล่อยแต่โดยดี เธอรีบไปเปิดถุงอาหาร
“กินข้าว”
“ยังไม่หิว”
“เมื่อกลางวันยังบอกหิว”
“ตอนนี้อยากกินอย่างอื่น”
กอหญ้าหันขวับ ลูคัสมองหน้าเธอเฉยๆ
“ผลไม้”
เธอนิ่ง เขายกคิ้ว
“เจ้าคิดอะไร”
“ไม่ได้คิดอะไร!”
เสียงตอบดังเกินปกติ ลูคัสหัวเราะ กอหญ้ากำลังจะด่าแต่จู่ๆ แสงไฟในห้องก็กะพริบ ครั้งหนึ่ง สองครั้งก่อนดับพรึบ ความมืดปกคลุมทั่วห้องกอหญ้าชะงัก
“ไฟดับ?”
ลูคัสไม่ตอบร่างของเขาแข็งขึ้นทันที กลิ่นบางอย่างลอยมากับอากาศ กลิ่นเน่าเย็นของวิญญาณ เขาหันไปทางหน้าต่างดวงตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
“อยู่ตรงนี้”
“อะไร”
“ห้ามออกไป”
กอหญ้ายังไม่ทันถาม เงาดำก็พุ่งผ่านกระจกหน้าต่างลูคัสคว้าตัวเธอเข้าหาอกทันที เสียงกระแทกดังสนั่นกระจกแตกร้าวเป็นเส้น เงาร่างโปร่งใสบิดเบี้ยวปรากฏอยู่นอกระเบียงมันไม่มีใบหน้า มีเพียงช่องว่างสีดำตรงตำแหน่งดวงตาและปากกอหญ้าตัวแข็ง
“นั่นอะไร”
“วิญญาณหลงทาง”
“หลงทางแล้วมาบ้านฉันทำไม!”
ลูคัสไม่ตอบเพราะเขารู้ดี มันไม่ได้หลงมันตามกลิ่นของกอหญ้ามา เงาดำพุ่งเข้าชนกระจกอีกครั้ง ปัง! ลูคัสผลักกอหญ้าไปด้านหลัง
“อย่าขยับ”
ร่างสูงใหญ่ถูกเงาดำปกคลุม ในพริบตาเดียวสุนัขสีดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางห้อง ไม่ใช่ร่างเล็กแบบเมื่อคืนร่างนี้สูงเกือบชนเพดาน ขนดำสนิทกล้ามเนื้อแน่นดวงตาแดงจัดแต่ยังมีเพียงหัวเดียว กอหญ้าอ้าปากค้าง
“คุณตัวใหญ่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ!”
เซอร์เบอรัสหันมามองเหมือนอยากบอกว่านี่ไม่ใช่เวลาชื่นชม เงาวิญญาณทะลุกระจกเข้ามาเสียงคำรามของลูคัสดังกึกก้อง เขากระโจนเข้าใส่ เพียงพริบตาเดียวกรงเล็บขนาดใหญ่ก็กดวิญญาณลงกับพื้น มันส่งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูกอหญ้ายกมือปิดหู
“ลูคัส!”
ดวงตาของสัตว์ร้ายเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เขาอ้าปากเปลวไฟสีดำพุ่งออกมาเผาวิญญาณจนสลายความเงียบกลับมาในทันที กอหญ้ายืนแข็งอยู่ข้างผนังเซอร์เบอรัสหันกลับ ร่างใหญ่ค่อยๆ เดินเข้าหาเธอ หนึ่งก้าว สองก้าว กอหญ้ามองขนาดของมันแล้วกลืนน้ำลาย
“คุณ…กลับเป็นคนก่อนได้ไหม”
มันหยุด
“คือไม่ได้กลัวนะ”
หูสีดำกระดิกนิดหนึ่ง
“แค่บ้านฉันแคบ”
ลูคัสยังไม่เปลี่ยนร่างกอหญ้ามองหัวของมัน แล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
“ในฝันคุณมีสามหัว”
ร่างตรงหน้าชะงัก
“ตอนนี้ทำไมมีหัวเดียว”
เซอร์เบอรัสเบือนหน้า กอหญ้าหรี่ตา
“แปลงให้ดูหน่อย”
มันหันกลับทันที
“อยากเห็น”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้น
“ทำไม หรืออาย”
คำรามหนักกว่าเดิม กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“อ๋อ อายจริงด้วย”
ทันใดนั้นเงาดำก็ห่อหุ้มร่างใหญ่ ก่อนชายหนุ่มกลับมายืนตรงหน้าอีกครั้งลูคัสสีหน้าไม่สบอารมณ์
“ร่างนั้นไม่จำเป็น”
“แต่ฉันเห็นในฝัน”
“นั่นคือร่างแท้”
“แล้วทำไมไม่ให้ดู”
“มันน่ากลัว”
กอหญ้าชะงัก คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เธอเงียบลูคัสหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง
“มนุษย์เห็นแล้วหวาดกลัว”
กอหญ้ามองแผ่นหลังกว้าง เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้
“ฉันเป็นสัตวแพทย์”
เขาหันกลับ
“แล้ว?”
“เห็นสัตว์หน้าตาแปลกๆ มาเยอะ”
“ข้าไม่ใช่สัตว์ธรรมดา”
“รู้แล้ว”
เธอยิ้ม
“แต่ถ้าคุณคิดว่าฉันจะกลัวเพราะมีเพิ่มอีกสองหัว คุณดูถูกอาชีพฉันเกินไปแล้ว”
ลูคัสมองเธอนิ่งเป็นอีกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขานึกถึงอดีต เมื่อหลายพันปีก่อน ธอก็เคยพูดคล้ายกัน ตอนที่ทุกคนวิ่งหนีจากสัตว์อสูรที่บาดเจ็บมีเพียงเธอที่เดินเข้าหา ลูคัสยกมือแตะแก้มเธอเบาๆ
“อย่ากลัวข้า”
“ยังไม่ได้กลัวเลย”
“วันหนึ่งเจ้าอาจกลัว”
“ถ้าวันนั้นมาถึงค่อยว่ากัน”
เธอปัดมือเขาออกเบาๆ
“แต่ตอนนี้ช่วยเก็บกระจกให้ด้วย”
ลูคัสนิ่ง
“อะไรนะ”
กอหญ้าชี้พื้น
“บ้านฉันพังเพราะเรื่องของคุณ”
ผู้เฝ้าประตูยมโลกมองเศษกระจก
“เรียกคนมาเปลี่ยน”
“ตอนนี้ตีสอง”
“คนของข้ามาได้”
“ไม่ต้องค่ะ”
เธอยื่นไม้กวาดให้ ลูคัสมองสิ่งของในมือแล้วมองเธอ
“ให้ข้ากวาด?”
“ค่ะ”
“ข้าไม่เคย—”
“งั้นวันนี้จะได้เคย”
กอหญ้ายัดไม้กวาดใส่มือเขา
“กวาดให้หมดนะ ระวังเศษแก้ว”
แล้วเดินไปหยิบที่ตักผง ลูคัสยืนถือไม้กวาดนิ่งๆหากใครในยมโลกมาเห็นภาพนี้คงไม่มีวิญญาณตนไหนกล้าเชื่อเซอร์เบอรัสผู้เฝ้าประตูแห่งความตาย กำลังกวาดเศษกระจกเพราะถูกสัตวแพทย์สั่ง
“ตรงนั้นยังมีอีกค่ะ”
ลูคัสกัดกราม
“เห็นแล้ว”
“กวาดดีๆ”
เขากวาดแรงจนไม้กวาดแทบหัก กอหญ้าหัวเราะและคืนนั้นเองลูคัสก็ได้เรียนรู้ว่า ต่อให้เป็นสัตว์เทพอมตะหากทำบ้านผู้หญิงพังก็ยังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายอยู่ดี
รุ่งเช้าชายหนุ่มผมสีเทาเงินก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่จอดฝั่งตรงข้ามคลินิก โลแกนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกับกางเกงสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาดูเป็นมิตรเกินกว่าจะเชื่อว่าเบื้องหลังคือไฮดราผู้เคยทำให้กองทัพทั้งกองหวาดกลัว เขายืนมองป้ายคลินิกอยู่ครู่หนึ่งกลิ่นนั้นชัดขึ้นมาก ไม่มีทางผิดนางอยู่ที่นี่ โลแกนยิ้มจากนั้นสายตาก็เลื่อนไปยังชั้นสอง มีกลิ่นอีกกลิ่นหนึ่งปะปนอยู่กลิ่นที่เขาจำได้ดีไม่แพ้กัน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางลง
“เจ้าหมานั่นเร็วจริงนะ”
เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นในลำคอ เขาหันไปเปิดประตูรถด้านหลังภายในมีตะกร้าขนาดเล็กวางอยู่ เสียงฟ่อเบาๆ ดังออกมาโลแกนยิ้มกว้าง
“เอาล่ะ”
เขาหยิบตะกร้าขึ้น
“ถ้าจะเข้าหาสัตวแพทย์ ก็ควรมีสัตว์ป่วยสักตัวจริงไหม”
ไม่กี่นาทีต่อมา กระดิ่งหน้าคลินิกดังขึ้นกอหญ้าเงยหน้าจากแฟ้ม
“สวัสดีค่ะ”
ชายผมสีเทาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเธอนานกว่าปกติ หัวใจที่มีชีวิตมานับพันปีเต้นแรงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายศตวรรษ คนเดิม ดวงตาเดิม รอยยิ้มเดิม โลแกนกำมือแน่นกับตะกร้าเพื่อไม่ให้ตัวเองเดินเข้าไปกอดเธอเสียตรงนั้น กอหญ้ากลับไม่รู้จักเขาเลย
“พาสัตว์อะไรมาตรวจคะ”
โลแกนวางตะกร้าลงบนโต๊ะ
“งูครับ”
กอหญ้ายิ้ม
“ได้ค่ะ ขอหมอดูหน่อยนะคะ”
เธอเปิดฝาตะกร้างูสีขาวตัวเล็กขดอยู่ด้านใน กอหญ้าโน้มตัวลงอย่างสนใจโลแกนมองเธอรอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง
“มันค่อนข้างหวงเจ้าของนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หมอจับงูได้”
“จริงหรือ”
น้ำเสียงของเขามีความหมายมากกว่าที่เธอรู้ กอหญ้าเงยหน้าขึ้น
“ค่ะ”
โลแกนยิ้ม
“ดีจัง”
เพราะครั้งนี้… เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่านางจะทำให้ไฮดราอย่างเขาเชื่องได้อีกหรือไม่ เสียงฝีเท้าหนักดังลงมาจากบันไดลูคัสปรากฏตัว ทันทีที่สายตาสองคู่สบกันบรรยากาศในคลินิกเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด กอหญ้ามองซ้าย มองขวา
“รู้จักกันเหรอคะ”
ลูคัสไม่ตอบ โลแกนกลับยิ้มกว้าง
“รู้จักดีเลยล่ะครับ”
“ดีมากเสียด้วย”
ลูคัสกัดฟัน
“เจ้ามาทำไม”
โลแกนวางแขนบนเคาน์เตอร์อย่างสบายใจ
“มาหาหมอ”
สายตาเขาเลื่อนไปยังกอหญ้า
“หมอของข้า”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากลำคอลูคัสทันที กอหญ้าชะงักแล้วถอนหายใจยาว ไม่รู้ทำไม… แต่เธอเริ่มรู้สึกว่าชีวิตหลังจากนี้คงไม่ได้ปวดหัวเพราะหมาดำแค่ตัวเดียวแล้ว เพราะดูจากสายตาของผู้ชายผมสีเทาตรงหน้างูตัวนี้ก็ดูจะไม่เชื่องเหมือนกัน
