บทที่ 4 งูเจ้าเล่ห์กับจูบที่ไม่ทันตั้งตัว
บรรยากาศในคลินิกเงียบลงอย่างประหลาด ทั้งที่เมื่อครู่ยังมีเสียงเครื่องปรับอากาศเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดและเสียงแมวร้องจากห้องพักด้านหลัง แต่ทันทีที่ลูคัสกับโลแกนสบตากันทุกอย่างกลับเหมือนถูกกดให้เงียบลงพร้อมกัน กอหญ้ามองผู้ชายตัวสูงสองคนตรงหน้าแล้วถอนหายใจ
“ถ้าจะจ้องกันขนาดนี้ ไปต่อยกันข้างนอกไหมคะ”
มิ้นท์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์รีบก้มหน้าทันทีเพราะกลั้นหัวเราะ ลูคัสไม่ละสายตาจากโลแกน
“ข้าไม่จำเป็นต้องต่อย”
โลแกนยิ้ม
“จริงสิ เจ้าเก่งแต่กัด”
กอหญ้าหันขวับไปมองลูคัส ลูคัสนิ่ง
“เขาพูดจริงเหรอ”
“กอหญ้า”
“อะไร”
“อย่าฟังมัน”
โลแกนหัวเราะเบาๆ
“เห็นไหมครับหมอ เขาดุแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว”
กอหญ้าหรี่ตา
“เมื่อก่อน?”
โลแกนชะงักนิดเดียว ก่อนยิ้มต่อเหมือนไม่มีอะไร
“หมายถึงตอนรู้จักกันแรกๆ”
ลูคัสมองเขาอย่างเตือน แต่กอหญ้ากลับสนใจอย่างเห็นได้ชัด
“รู้จักกันมานานแค่ไหนคะ”
โลแกนกำลังจะตอบ ลูคัสแทรกขึ้นทันที
“ไม่นาน”
“หลายพันปี”
ทั้งสองตอบพร้อมกัน กอหญ้านิ่ง มิ้นท์สำลักน้ำ ลูคัสหันไปมองโลแกนด้วยสายตาเย็นจัด
“พูดมาก”
โลแกนยักไหล่
“ความจริงก็คือความจริง”
กอหญ้าวางปากกาลง
“เดี๋ยวนะ หลายพันปีจริงเหรอ”
โลแกนยิ้ม
“ประมาณนั้นครับ”
“แล้วคุณก็…ไม่แก่?”
“ไม่แก่”
“แล้วคุณเป็นอะไร”
โลแกนมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นแตะขอบตะกร้า งูสีขาวตัวเล็กข้างในขยับตัวช้าๆ
“เดาได้ไหมครับ”
กอหญ้ามองงูแล้วมองเขา
“อย่าบอกนะว่า…”
โลแกนยิ้มกว้างขึ้น
“ข้าคือไฮดรา”
มิ้นท์ทำหน้าตื่น กอหญ้านิ่งไปสองวินาทีจากนั้นหันไปมองลูคัส
“หนึ่งคนเป็นหมาสามหัว”
ลูคัสขมวดคิ้ว
“เซอร์เบอรัส”
“อีกคนเป็นงูหลายหัว”
โลแกนหัวเราะ
“ไฮดรา”
“แล้วทำไมพวกคุณถึงชอบอยู่ในชีวิตฉันกันนัก”
คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าโลแกนจางลงเล็กน้อย ลูคัสเองก็เงียบ กอหญ้าสังเกตได้ทันที
“มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้ใช่ไหม”
ไม่มีใครตอบ
“ดีค่ะ”
เธอยกมือขึ้น
“ถ้าไม่ยอมบอกก็ไม่ต้องอยู่ตรงนี้ทั้งคู่”
ลูคัสหันขวับ
“กอหญ้า”
“อะไร”
“ข้าต้องอยู่”
“ไม่ต้อง”
“ต้อง”
“งั้นขึ้นไปข้างบน”
“ไม่”
“คุณจะเถียงทุกคำเลยใช่ไหม”
“ถ้าจำเป็น”
โลแกนยกมือขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าผมขึ้นไปแทนได้ไหมครับ”
ลูคัสหันไปทันที
“ไม่ได้”
โลแกนยิ้ม
“ข้าไม่ได้ถามเจ้า”
กอหญ้าตบโต๊ะดังปัง
“พอค่ะ!”
ทั้งสองเงียบ มิ้นท์รีบหันหลังไปทำงานต่อทันทีกอหญ้ามองโลแกน
“คุณมาตรวจงูใช่ไหม”
“ครับ”
“งั้นตรวจงู”
จากนั้นหันไปหาลูคัส
“ส่วนคุณ ถ้าจะอยู่ก็ห้ามพูดแทรก”
“ข้า—”
“ห้าม”
ลูคัสกัดกรามแต่สุดท้ายก็เดินไปนั่งที่มุมห้อง กอหญ้าหันกลับมา
“เอางูออกมาได้เลยค่ะ”
โลแกนเปิดตะกร้าอย่างสบายใจ งูสีขาวตัวเล็กขดอยู่บนผ้าสะอาดกอหญ้ายื่นมือเข้าไปอย่างระมัดระวัง
“เชื่องดีนะคะ”
“กับคุณมันคงเชื่อง”
“ทำไม”
“สัตว์ส่วนใหญ่ชอบคุณ”
เธอยิ้ม
“อาชีพช่วยได้ค่ะ”
โลแกนมองหน้าเธอนิ่ง
“ไม่ใช่เพราะอาชีพ”
กอหญ้าชะงัก
“หมายความว่าไง”
“คุณมีกลิ่นบางอย่าง”
จากอีกมุมห้อง เสียงเก้าอี้ขยับดังครืดลูคัสลุกขึ้นทันที
“อย่าพูดเรื่องกลิ่น”
โลแกนหันไป
“ทำไม หรือเจ้าหวงแม้กระทั่งเรื่องที่คนอื่นได้กลิ่นนาง?”
ลูคัสเดินเข้ามา กอหญ้ายกมือขึ้นทันที
“นั่งลงค่ะ”
เขาหยุด
“กอหญ้า”
“นั่ง”
ลูคัสยืนนิ่งอยู่สองวินาทีก่อนกลับไปนั่งอย่างไม่พอใจ โลแกนหลุดหัวเราะ
“น่าเหลือเชื่อ”
“อะไรคะ”
“คนอย่างเขายอมฟังคนด้วย”
“เขาไม่ค่อยฟังหรอกค่ะ ต้องขู่”
“ขู่ว่าอะไร”
กอหญ้ายิ้ม
“ทำหมัน”
โลแกนหัวเราะออกมาดังลั่น ลูคัสสีหน้าเย็นลง
“หยุดหัวเราะ”
“ขอโทษที แต่ภาพเซอร์เบอรัสกลัวทำหมันมันตลกเกินไป”
“ข้าไม่ได้กลัว”
“แน่นอน”
“โลแกน”
“ครับ?”
“หุบปาก”
กอหญ้าหลุดหัวเราะตาม ภาพชายสองคนที่ควรจะดูน่ากลัวตามเรื่องเล่า กลับกำลังเถียงกันเหมือนเด็กประถม ทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าตำนานโบราณอาจแต่งเรื่องเกินจริงไปมาก หลังตรวจงูเสร็จกอหญ้าพบว่ามันไม่ได้ป่วยอะไรเลย
“สุขภาพดีมากค่ะ”
โลแกนทำหน้าประหลาดใจแบบไม่จริงใจนัก
“จริงหรือครับ”
“คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม”
“รู้เรื่องอะไร”
“งูไม่ได้ป่วย”
“อาจจะหายตอนมาเจอหมอก็ได้”
กอหญ้าหรี่ตา
“คุณเอางูมาหาข้ออ้างเจอฉัน?”
โลแกนยิ้มไม่ตอบ แค่นั้นก็ชัดเจนพอ กอหญ้าถอนหายใจ
“พวกคุณนี่แปลกทั้งคู่เลยนะ”
“ผมต่างจากเขามาก”
“ตรงไหน”
โลแกนโน้มตัวพิงเคาน์เตอร์
“ผมพูดเพราะกว่า”
ลูคัสส่งเสียงหึ
“ผมอารมณ์ดีกว่า”
“เสแสร้งกว่า”
“แล้วก็จีบผู้หญิงเป็นกว่า”
ลูคัสลุกขึ้นทันที กอหญ้ารีบแทรกกลาง
“พอ!”
โลแกนยิ้ม
“เห็นไหมครับ”
“คุณก็อย่าแหย่เขาสิคะ”
“ผมแค่พูดความจริง”
“คุณสนุกใช่ไหม”
“มาก”
กอหญ้าส่ายหน้า
“ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครเป็นสัตว์มากกว่ากัน”
ช่วงบ่ายโลแกนไม่ยอมกลับ เขาหาข้ออ้างนั่งรอจนกอหญ้าตรวจเคสหมดลูคัสเองก็ไม่ยอมไปไหนเช่นกัน ผลคือคลินิกกลายเป็นสถานที่รวมผู้ชายตัวสูงหน้าตาดีสองคนที่ดึงดูดสายตาลูกค้าจนมิ้นท์ต้องแอบกระซิบว่า วันนี้คนเดินเข้าคลินิกมากกว่าปกติเกือบสองเท่า
“คนพวกนั้นไม่ได้เอาสัตว์มาตรวจด้วยซ้ำค่ะหมอ”
“แล้วเข้ามาทำไม”
“มาดูสองคนนั้น”
กอหญ้าหันไปมอง ลูคัสนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสืออยู่มุมหนึ่ง โลแกนนั่งพิงเคาน์เตอร์คุยกับแมวเปอร์เซียของลูกค้าอย่างอารมณ์ดี
“ฉันควรเก็บค่าดูไหม”
มิ้นท์หัวเราะ
“ถ้าเก็บจริงวันนี้รวยค่ะ”
กอหญ้าส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ พอคลินิกปิ โลแกนก็ยังไม่กลับ
“คุณไม่มีบ้านเหรอคะ”
“มีครับ”
“แล้วทำไมยังอยู่”
“รอคุณ”
ลูคัสที่กำลังยกเก้าอี้เข้าที่หยุดทันที กอหญ้าหันไปมองโลแกน
“รอทำไม”
“อยากชวนกินข้าว”
“คืนนี้ไม่ได้”
“ทำไมครับ”
เธอเหลือบมองลูคัส
“มีคนป่วยต้องดู”
ลูคัสยกคิ้ว โลแกนหันไปมองเขา
“มันหายแล้ว”
“ฉันเป็นหมอ ฉันตัดสินเอง”
ลูคัสยิ้มเล็กน้อย โลแกนถอนหายใจ
“ลำเอียงนะครับ”
“ไม่ได้ลำเอียง”
“งั้นพรุ่งนี้”
กอหญ้าชะงัก
“อะไร”
“กินข้าวกับผม”
“เดี๋ยว—”
ลูคัสกำลังจะพูด กอหญ้าหันไป
“เงียบค่ะ”
เขาหุบปากทันที โลแกนหัวเราะ
“พรุ่งนี้นะครับ”
“ฉันยังไม่ได้ตกลง”
“แต่ยังไม่ได้ปฏิเสธ”
“คุณนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่ได้ชม”
“ผมรับเป็นคำชม”
กอหญ้าถอนหายใจ
“กลับบ้านได้แล้วค่ะ”
โลแกนยิ้ม
“ครับ”
เขาหยิบเสื้อคลุมขึ้น ก่อนเดินไปถึงประตูเขากลับหยุดแล้วหันมา
“กอหญ้า”
เธอชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเธอโดยไม่ใช้คำว่าหมอ น้ำเสียงนั้นแปลกคุ้นเคยเกินไปอบอุ่นเกินไป
“อะไรคะ”
โลแกนมองเธอเหมือนกำลังมองคนที่หายไปนาน
“ดีใจที่ได้เจอคุณอีกครั้ง”
กอหญ้านิ่ง
คำว่า “อีกครั้ง” ทำให้หัวใจเธอกระตุก
“เราเคยเจอกันจริงๆ ใช่ไหม”
โลแกนยิ้มบางๆ
“เคย”
ลูคัสก้าวเข้ามาใกล้ทันที
“พอแล้ว”
โลแกนมองเขา
“เจ้ากลัวอะไร”
“ข้าไม่ได้กลัว”
“งั้นก็ปล่อยให้นางถาม”
กอหญ้ามองสลับไปมา
“บอกฉัน”
โลแกนกำลังจะพูด แต่ลูคัสเอ่ยก่อน
“ยังไม่ถึงเวลา”
เธอหันไป
“นี่ชีวิตฉันนะ”
“รู้”
“แล้วทำไมฉันไม่มีสิทธิ์รู้”
ลูคัสเงียบ กอหญ้าหงุดหงิดขึ้นมา
“พอค่ะ”
เธอวางกุญแจลงบนโต๊ะ
“ถ้าทั้งคู่จะปิดบัง ฉันไม่อยากคุย”
จากนั้นเธอเดินขึ้นบันไดไปทันที ลูคัสหันมามองโลแกน
“พอใจหรือยัง”
โลแกนถอนหายใจ
“เจ้าก็ยังเหมือนเดิม”
“หมายความว่าอย่างไร”
“อยากปกป้องนางจนลืมไปว่านางมีสิทธิ์เลือก”
ดวงตาลูคัสเย็นลง
“อย่าสอนข้า”
“ข้าไม่ได้สอน”
โลแกนเดินเข้าใกล้
“ข้าเตือน”
สองคนสบตากันนิ่ง ความเป็นศัตรูเก่าแก่ชัดเจนขึ้นในทันทีโลแกนยิ้มบาง
“ครั้งก่อนเจ้าก็คิดแทนนางทุกอย่าง”
ลูคัสกำหมัด
“อย่าพูดถึงอดีต”
“ทำไม กลัวนางจำได้?”
“ข้าบอกให้หยุด”
เงาดำเริ่มไหลออกจากร่างลูคัส ในเวลาเดียวกันดวงตาโลแกนเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม แต่เสียงกอหญ้าดังลงมาจากด้านบน
“ถ้าพังบ้านฉันอีก จะให้จ่ายสองเท่านะ!”
ทั้งสองหยุดพร้อมกัน ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่โลแกนหลุดหัวเราะ ลูคัสหลับตาอย่างอดทน
“นางเปลี่ยนไปมาก”
“ไม่”
ลูคัสตอบเบาๆ
“ตรงนี้ไม่เปลี่ยนเลย”
คืนนั้นกอหญ้านอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาอยู่หลายรอบคำพูดของโลแกนวนอยู่ในหัว
“ดีใจที่ได้เจอคุณอีกครั้ง”
เคยเจอกัน เมื่อไหร่? ที่ไหน? ทำไมเธอจำไม่ได้? กอหญ้าหลับตาภาพในฝันเริ่มกลับมา แต่คราวนี้ไม่ใช่ประตูยมโลกเธอเห็นสวนกว้าง ดอกไม้สีขาวและชายคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ผมสีเทาเขาหันมาใบหน้าคือโลแกน
“เจ้ามาช้า”
เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม กอหญ้าในความฝันหัวเราะ
“ข้ามาแล้วนี่ไง”
โลแกนยื่นมือออกเธอยื่นมือให้ปลายนิ้วแตะกัน ทันใดนั้นภาพทั้งหมดแตกสลายกอหญ้าสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นแรงแสงเช้าส่องลอดม่านเข้ามา เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง
“อะไรเนี่ย…”
ภาพเมื่อครู่ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นฝันธรรมดา เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“กอหญ้า”
เสียงลูคัส
“ตื่นหรือยัง”
เธอลุกไปเปิด ทันทีที่ประตูเปิดลูคัสมองหน้าเธอ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเล็กน้อย
“เจ้าฝัน?”
กอหญ้าชะงัก
“คุณรู้ได้ไง”
“กลิ่น”
“อีกแล้วนะ”
แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ดุ
“ฉันฝันถึงโลแกน”
ลูคัสนิ่งทันที
“เห็นอะไร”
“สวน ดอกไม้ แล้วฉันเหมือนรู้จักเขา”
กรามของลูคัสเกร็ง
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
เธอมองเขา
“คุณรู้ใช่ไหมว่ามันคืออะไร”
“ความทรงจำ”
กอหญ้าตาโต
“ของใคร”
ลูคัสเงียบ
“ของฉัน?”
เขาพยักหน้า หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น
“ฉันเคยรู้จักเขา”
“ใช่”
“แล้วคุณล่ะ”
ลูคัสมองเธอ แววตานั้นมีความเจ็บบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“เจ้าก็เคยรู้จักข้า”
“มากแค่ไหน”
เขาไม่ตอบ กอหญ้าถอนหายใจ
“อีกแล้ว”
เธอปิดประตูใส่หน้าเขาทันที ลูคัสยืนอยู่ด้านนอก
“กอหญ้า”
“วันนี้ไม่คุย!”
“เปิดประตู”
“ไม่”
“ข้าจะพัง”
“ลองสิ ฉันคิดค่าเสียหายสิบเท่า!”
เงียบ กอหญ้าหลุดหัวเราะเบาๆ ทั้งที่ยังหงุดหงิด ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาโลแกนมาปรากฏตัวที่คลินิกอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีงูมีเพียงกาแฟสองแก้วกับขนม
“สวัสดีครับ”
กอหญ้ามองเขา
“มาทำไม”
“จีบคุณ”
คำตอบตรงๆ ทำให้เธอชะงัก ลูคัสที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์เงยหน้าทันที
“กลับไป”
โลแกนทำเหมือนไม่ได้ยิน
“ผมจำได้ว่าคุณชอบของหวาน”
กอหญ้ามองถุงขนม
“คุณรู้ได้ไง”
โลแกนชะงักไปนิดหนึ่ง
“เดา”
“โกหก”
เขาหัวเราะ
“เริ่มจับได้เร็วขึ้นนะครับ”
“เพราะคุณโกหกไม่เก่ง”
“ผมโกหกเก่งมาก”
“งั้นหมายความว่าเรื่องนี้ตั้งใจให้จับได้”
โลแกนยิ้ม
“ฉลาดเหมือนเดิม”
กอหญ้าสบตาเขา คำว่าเหมือนเดิมอีกแล้ว
“ฉันฝันถึงคุณเมื่อคืน”
รอยยิ้มบนใบหน้าเขาหายไปทันที
“เห็นอะไร”
“สวน”
โลแกนสูดลมหายใจ
“ดอกไม้สีขาว?”
กอหญ้าตาโต
“คุณรู้?”
“เพราะมันเคยเกิดขึ้นจริง”
ลูคัสเดินเข้ามา
“พอ”
กอหญ้าหันไปทันที
“ไม่”
เธอพูดชัด
“คราวนี้ฉันจะฟัง”
ลูคัสหยุด โลแกนมองเขาก่อนหันกลับมาหาเธอ
“ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ ผมจะเล่า”
กอหญ้าพยักหน้า
“แต่ไม่ใช่ที่นี่”
เขายื่นมือ
“ออกไปเดินกับผม”
ลูคัสขยับทันที กอหญ้ายกมือห้าม
“ฉันไปเอง”
“กอหญ้า”
“แค่ข้างนอกคลินิก”
เธอมองเขา
“ฉันมีสิทธิ์เลือกว่าจะคุยกับใคร”
ลูคัสนิ่ง สุดท้ายเขาถอยกอหญ้าเดินออกไปกับโลแกน ทั้งคู่เดินไปยังสวนเล็กๆ ข้างคลองไม่ไกลจากคลินิก อากาศยามเย็นเย็นสบายโลแกนเดินข้างเธอโดยไม่พูดอะไรอยู่พักหนึ่ง กอหญ้าทนไม่ไหว
“เล่าค่ะ”
“ใจร้อน”
“ก็คุณทำให้สงสัย”
เขายิ้ม
“คุณเคยช่วยผม”
“เมื่อไหร่”
“นานมากแล้ว”
“หลายพันปี?”
“ใช่”
กอหญ้าหยุดเดิน
“ฉันเกิดมาแล้วหลายครั้ง?”
“อาจเรียกแบบนั้นได้”
“แล้วชาติก่อนฉันเป็นใคร”
โลแกนมองเธอ
“ผู้หญิงที่ทำให้สัตว์ประหลาดสองตัวเรียนรู้ว่าหัวใจเจ็บได้”
คำตอบนั้นทำให้กอหญ้าเงียบ
“ฉันรักใคร”
โลแกนชะงักคราวนี้เขาไม่ยิ้ม
“คำถามนั้น…ผมอยากให้คุณจำเอง”
“ทำไม”
“เพราะถ้าผมตอบ มันจะกลายเป็นคำตอบของผมไม่ใช่ของคุณ”
กอหญ้าจ้องเขา คำตอบนี้ต่างจากลูคัสโลแกนไม่ปิดบังทุกอย่างแต่ก็ไม่บังคับให้เธอเชื่อ เธอถอนหายใจ
“คุณนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ”
“ข้อนี้คุณพูดถูก”
พวกเขาเดินต่อไม่นานก็มาถึงสะพานเล็กลมพัดผมของกอหญ้าปลิวเข้าหน้า โลแกนยกมือขึ้นช่วยเกลี่ยผมออกให้เธอชะงัก ปลายนิ้วเขาแตะแก้มเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ภาพบางอย่างวาบเข้ามาในหัว มือเดียวกัน สถานที่เดิม เสียงหัวเราะ หัวใจเธอกระตุก กอหญ้าเผลอจับข้อมือเขา โลแกนหยุดทันที
“จำได้?”
“ไม่รู้”
เธอกระซิบ
“มันเหมือน…เคยเกิดขึ้น”
โลแกนมองเธอนิ่ง แววตาเจ้าเล่ห์หายไปเหลือเพียงความอ่อนโยนที่ลึกจนทำให้เธอใจสั่น
“กอหญ้า”
“คะ”
“ถ้าผมอยากทำอะไรสักอย่าง…คุณจะโกรธไหม”
หัวใจเธอเต้นแรง เธอรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
“ขึ้นอยู่กับว่าอะไร”
โลแกนขยับเข้าใกล้
“จูบคุณ”
กอหญ้านิ่ง เขาไม่ได้แตะต่อไม่ได้ฉวยโอกาส เพียงรอ
“ถ้าฉันบอกว่าไม่?”
“ผมจะถอย”
“แล้วถ้าบอกว่าได้?”
รอยยิ้มบางกลับมาที่ริมฝีปากเขา
“ผมจะถือว่าเป็นวันที่ดีที่สุดในรอบพันปี”
กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“เว่อร์”
“พูดจริง”
เธอมองหน้าเขา ความคุ้นเคยบางอย่างในหัวใจทำให้เธอไม่อยากถอย สุดท้ายกอหญ้าพยักหน้าเล็กน้อย
“แค่จูบ”
“ครับ”
โลแกนยกมือแตะแก้มเธอแล้วค่อยๆ โน้มลงมา จูบของเขาต่างจากลูคัสอย่างสิ้นเชิง ถ้าลูคัสคือไฟที่พยายามกดตัวเองไม่ให้ลุกลาม โลแกนก็เหมือนพิษหวานที่ค่อยๆ แทรกซึมอย่างช้าๆ นุ่มนวล เจ้าเล่ห์และรู้จังหวะจนกอหญ้าเผลอกำเสื้อเขาแน่น โลแกนถอนจูบออกเล็กน้อยหน้าผากยังแตะกัน
“ยังไหวไหม”
กอหญ้าหน้าแดง
“คุณถามช้าไปไหม”
เขาหัวเราะเบาๆ
“งั้นจูบต่อได้?”
เธอทุบอกเขา
“พอเลย”
โลแกนจับมือเธอไว้
“เสียดาย”
“คุณนี่มัน…”
“งูครับ”
กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“รู้ตัวด้วย”
โลแกนมองเธอ
“แต่ถ้าคุณไม่ชอบ ผมเปลี่ยนเป็นคนดีได้”
“ไม่เชื่อ”
“ผมพยายามได้”
เสียงคำรามดังขึ้นจากอีกฝั่งของสะพาน ทั้งคู่หันพร้อมกันลูคัสยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าเย็นจัดดวงตาสีแดงเรืองวาบ กอหญ้าชะงัก
“คุณตามมา?”
“ข้าเดินผ่านมา”
โลแกนหัวเราะทันที
“ผ่านมาห่างบ้านเกือบกิโล?”
ลูคัสไม่ตอบ สายตาจับจ้องมือที่โลแกนยังจับกอหญ้าอยู่
“ปล่อย”
โลแกนยิ่งจับแน่นขึ้นนิดหนึ่ง
“ไม่”
เงาดำเริ่มไหลจากร่างลูคัส กอหญ้ารีบดึงมือกลับ
“พอทั้งคู่!”
ลูคัสมองเธอ สายตาเลื่อนไปที่ริมฝีปาก เขารู้ไม่ต้องถามกลิ่นเปลี่ยนไปแล้ว กอหญ้ารู้ทันทีว่าถูกจับได้ใบหน้าร้อนขึ้น ลูคัสพูดเสียงต่ำ
“มันจูบเจ้า”
ไม่ใช่คำถาม โลแกนยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ใช่”
กอหญ้าตบแขนเขาทันที
“อย่าพูดเหมือนประกาศสงคราม!”
ลูคัสกัดกราม
“เจ้าปล่อยให้มันจูบ?”
กอหญ้าหันไป
“ฉันยอมเอง”
ประโยคนั้นทำให้เขาเงียบ ดวงตาสีแดงค่อยๆ จางลงแต่สีหน้ากลับเย็นกว่าเดิม
“เข้าใจแล้ว”
เขาหันหลัง กอหญ้าขมวดคิ้ว
“จะไปไหน”
“กลับ”
“ลูคัส”
เขาไม่หยุด กอหญ้าถอนหายใจแล้วหันไปหาโลแกน
“คุณพอใจไหม”
“นิดหน่อย”
“นิสัยไม่ดี”
“ผมเตือนไว้แล้วว่าเจ้าเล่ห์”
เธอเหลือบมองแผ่นหลังลูคัสที่เดินไกลออกไป ความรู้สึกผิดแปลกๆ เกิดขึ้นในใจทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด โลแกนสังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ ลดลง
“ไปเถอะ”
กอหญ้าหันกลับ
“อะไร”
“ตามเขาไป”
“แล้วคุณล่ะ”
“ผมไม่หนีไปไหน”
โลแกนยิ้มบางๆ
“ผมรอมาหลายพันปีแล้ว รออีกวันไม่เป็นไร”
กอหญ้าจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณก็รู้ว่าฉันยังไม่ได้เลือกใครใช่ไหม”
“รู้”
“แล้วทำไมยัง—”
“เพราะผมอยากให้คุณมีทางเลือก”
คำตอบทำให้เธอเงียบ โลแกนยกมือขยี้ผมเธอเบาๆ
“ไปครับ เดี๋ยวหมาดำกัดเฟอร์นิเจอร์ในบ้านพัง”
กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“ถ้าเขาได้ยินคุณโดนกัดแน่”
“ให้มากัดสิ”
เธอส่ายหน้าก่อนรีบเดินตามลูคัสไป โลแกนยืนมองจนเธอลับสายตารอยยิ้มยังอยู่ แต่ในแววตากลับมีความเศร้าจางๆ เมื่อหลายพันปีก่อนเขาเคยแพ้ครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาไม่คิดยอมง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นลูคัส อดีตหรือชะตากรรม เขาจะให้กอหญ้าเป็นคนเลือกด้วยตัวเองและหากสุดท้ายคนที่เธอเลือกไม่ใช่เขา… อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็อยากได้ยินคำตอบจากปากเธอ ไม่ใช่จากความตายเหมือนครั้งก่อน
