บทที่ 4 (เกลียด)แรกพบ
"โทรศัพท์ตกในรถ" คำพูดที่อยากจะเอ่ยกลืนหายเข้าไปในลำคอพร้อมกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกใจตอนเห็นร่างสูงของนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาทางเธอซึ่งคนนั้นก็คือ 'พิชญ์' พี่ชายของลูกพีชเพื่อนสนิทของหญิงสาว
พิชญ์เดินไปหยุดตรงหน้าของน้องสาวตัวเองแล้วยื่นโทรศัพท์ในมือไปให้กับลูกพีช ดวงตาคมกริบปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างของลูกพีชด้วยสายตาเย็นชาจนมัดหวายเผลอกำกระโปรงแน่นอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้มายืนอยู่ต่อหน้านักธุรกิจหนุ่มที่มีชื่อเสียง ทุกคนต่างรับรู้ถึงความสามารถของพิชญ์เป็นอย่างดีว่าเขาสามารถทำให้บริษัทเล็กๆ ที่กำลังจะล้มละลายของพ่อตัวเองกลับมาเป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจได้อีกครั้งแม้ตอนนั้นชายหนุ่มจะเพิ่งอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น มีสื่อเป็นจำนวนมากที่ลงข่าวเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศของชายหนุ่ม ซึ่งเธอเองที่เป็นเพื่อนสนิทของลูกพีชได้เกือบหนึ่งปีก็เพิ่งจะเคยเจอตัวจริงของพิชญ์เป็นครั้งแรก ดวงตาคมนิ่งที่แฝงไปด้วยอะไรบางอย่างทำเอาคนโดนมองเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องจนมัดหวานต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อนแม้เธอจะแอบดีใจที่ได้เจอตัวจริงของคนมีชื่อเสียงขนาดนี้ก็ตาม
ใบหน้าที่หล่อเหลาและท่าทีสุขุมยากจะคาดเดายิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำด้วยความประหม่า แต่อีกใจหนึ่งก็เผลอคิดไปว่าคงจะดีหากได้มีพี่ชายหรือคนที่สนิทแบบนี้บ้างเพราะเธอต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานจากเขารวมถึงวิธีที่ทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ เธออยากที่จะทำความรู้จักและอยากพูดคุยกับพิชญ์ในสิ่งที่สงสัยแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้คิดแบบเธอเลยแม้แต่น้อยจากสายตาของเขาที่มองมา
"วันหลังเช็คให้ดีก่อน ถ้าเป็นของสำคัญกว่านี้จะทำยังไง" พิชญ์ละสายตาจากหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่แล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติตามเดิมก่อนจะหันมาพูดคุยกับน้องสาวของตัวเองอีกครั้งโดยมีมัดหวายที่ยืนฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่อย่างเงียบๆ แม้จะเป็นเพียงแค่น้ำเสียงที่นิ่งเรียบกับคำพูดแสนธรรมดาแต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากอีกฝ่ายที่มีต่อน้องสาวของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด คงเป็นเพราะทั้งเขาและลูกพีชต่างมีกันอยู่เท่านี้เพียงแค่สองคนจึงไม่แปลกเลยหากพิชญ์จะเป็นห่วงน้องสาวที่เป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขาขนาดนี้
"อืม ตั้งใจเรียน พี่ไปทำงานก่อน" ริมฝีปากหนาตอบกลับคนตรงหน้าไปอย่างไม่เรื่องมากแล้วหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นหลังพูดคุยกันเสร็จโดยไม่ลืมที่จะเหลือบมองไปยังหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ไปด้วยหางตาเพียงนิดในตอนท้ายซึ่งก็พบว่ามัดหวายเองก็กำลังมองมาที่เขาด้วยเหมือนกัน หญิงสาวเบือนหน้าหลบไปอีกทางแล้วจิกหลังมือตัวเองแน่นเมื่อรับรู้ในความหมายเหล่านั้น แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตากันแต่มัดหวายกลับมั่นใจในสายตานั้นว่ามันไม่ได้มีความเป็นมิตรหรือความรู้สึกที่ดีอยู่เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่พิชญ์เดินกลับไปที่รถของตนเองอย่างไม่ใส่ใจแม้จะรู้ว่าเผลอแสดงความรู้สึกให้อีกฝ่ายรู้ก็ตาม
ดวงตาคมเข้มจ้องมองไปยังพื้นถนนด้านหน้าด้วยสายตานิ่งเรียบในระหว่างที่กำลังขับรถเพื่อไปยังบริษัทของตัวเอง ทว่าในหัวของเขากลับนึกภาพของหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันเมื่อห้านาทีก่อนอยู่ตลอดเวลา บุคลิกภายนอกที่ดูเป็นมิตร รอยยิ้มที่สดใส รวมถึงใบหน้าสวยหวานที่สามารถดึงดูดผู้คนได้ไม่ยากทำให้เธอดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมากในสายตาของคนอื่นแต่มันไม่ใช่กับเขา ริมฝีปากหนากัดฟันแน่นเพื่อข่มอารมณ์บางอย่างแล้วเผลอหลุดชื่อคนที่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อนเสียงแผ่วเบาด้วยความลืมตัว
"มัดหวาย..."
