บทที่ 5 คนเย็นชา
"เฮ้อ~" เสียงพ่นลมหายใจเบาๆ จากคนตรงหน้าทำให้มาร์ชที่กำลังจะตักอาหารเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วมองรุ่นน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง
"หวายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ มีเรื่องไม่สบายใจตรงไหนบอกพี่ได้นะ"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
"หรือหวายไม่ไว้ใจพี่เหรอ?" น้ำเสียงน้อยใจของอีกคนทำเอาความรู้สึกแย่เมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอเบิกตากว้างแล้วยกมือปฏิเสธอย่างลนลาน
"ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่แบบนั้น"
"หรือพี่ล้ำเส้นมากเกินไปจนทำให้เราอึดอัดหรือเปล่า"
"หวายไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ" เพราะเธอเข้าใจว่ามาร์ชเป็นห่วงเธอจริงๆ เลยไม่ได้มองเขาในแง่ร้ายแบบนั้น กลับกันเธอกลับรู้สึกเกรงใจเสียมากกว่าหากจะต้องพูดความรู้สึกให้อีกคนฟังแม้ตอนนี้ทั้งเธอและเขาจะอยู่ในสถานะกำลังศึกษาดูใจกันอยู่แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่มาร์ชจะต้องมาคิดมากเกี่ยวกับเรื่องของเธอ
"บางครั้งการที่ได้ระบายให้ใครฟังมันก็ดีกว่าเก็บไว้คนเดียวนะ" ชายหนุ่มยิ้มเอ่ยบอกรุ่นน้องสาวเสียงอบอุ่นทำให้มัดหวายเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อยที่จะได้เล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันให้กับอีกคนฟัง เธอสบตากับมาร์ชแล้วเริ่มระบายถึงความรู้สึกออกมาเสียงงอแง
"แค่รู้สึกว่าจะโดนคนไม่ชอบหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอยังไงก็ไม่รู้ค่ะ"
"หืม? ไม่ชอบหวายเหรอ?"
"ใช่ค่ะ" คนโดนถามยู่หน้าตอบกลับด้วยความน้อยใจ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นก่อนจะเริ่มบ่นออกมาอีกครั้งในขณะที่ยังคงนึกถึงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งเจอกันเมื่อเช้าไปด้วย
"ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไรให้ คนอุตส่าห์ชื่นชมเห็นว่าเป็นคนดังแต่กลับมองด้วยสายตาแบบนั้น ชิ! คอยดูเถอะถ้าเจอกันอีกครั้งนะ"
"คนดัง?"
"ค่ะ เป็นนักธุรกิจที่ดังพอสมควร แต่หวายเพิ่งได้เจอตัวจริงเป็นครั้งแรก เขามองเหมือนหวายไปเผาบ้านเขาอย่างนั้นแหละ" มาร์ชเผลอหลุดยิ้มออกมาให้กับท่าทางเกรี้ยวกราดของคนตรงหน้าแม้จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่หญิงสาวเพิ่งเจอมาแต่มันก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะคำพูดหรือตัวของมัดหวายน่ารักอยู่แล้วทำให้ตอนนี้ยิ่งเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่กำลังขู่ฟ้อเสียมากกว่าคนหงุดหงิดปกติ
"นี่พี่มาร์ชขำหวายเหรอ หวายจริงจังนะ!"
"หึ พี่เพิ่งเคยเห็นหวายใส่อารมณ์แบบนี้ครั้งแรกเลย" มาร์ชพยายามกลั้นเสียงหัวเราะแล้วตอบกลับคนที่นั่งแก้มป่องอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มต่างจากมัดหวายที่ยังคงรู้สึกโกรธเคืองพี่ชายของเพื่อนสนิทไม่หาย
"จะไม่ให้หวายโกรธได้ไงล่ะคะ หวายมั่นใจเลยว่าสายตาเขาดูไม่ชอบหวายจริงๆ ทั้งๆ ที่หวายกับเขาเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกเอง"
"พี่ว่าคงไม่มีใครที่จะไม่ชอบหวายหรอกนะ แล้วมันก็ดูไม่มีเหตุผลมากๆ เลยด้วยที่จะทำแบบนั้น"
"..."
"บางครั้งสายตาคนเราอาจจะเผลอมองแบบนั้นเองโดยไม่รู้ตัว แต่พี่เชื่อนะว่าคนน่ารักๆ แบบหวายยังไงคนที่เจอกันครั้งแรกก็ต้องรู้สึกถูกชะตาอยู่แล้ว" เพราะเธอทั้งน่ารัก และมีจิตใจดีมากขนาดนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่มัดหวายจะมีแต่คนที่อยากใกล้ชิดอยากทำความรู้จักด้วย เช่นเดียวกับเขาที่รู้สึกอยากจะรู้จักผู้หญิงที่น่ารักคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ดังนั้นจึงทำให้มาร์ชไม่เชื่อว่าคนที่มัดหวายกำลังพูดถึงจะไม่ชอบหน้าเธอจริงๆ
มัดหวายทำท่าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ตามคำพูดของอีกคน พอนึกย้อนไปได้ว่าพิชญ์มักจะมีท่าทีเย็นชาอยู่เสมอมันก็พอจะเป็นไปได้สูงหากจะเป็นตามที่มาร์ชบอกว่าชายหนุ่มอาจจะไม่ได้ตั้งใจมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น อีกทั้งเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับน้องสาวของเขา ยังไงชายหนุ่มก็คงจะไม่มีทางมองเธอในแง่ร้าย เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงทำให้มัดหวายรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย รอยยิ้มบางเริ่มกลับมาประดับบนใบหน้าหวานอีกครั้งก่อนเสียงเล็กจะเปล่งออกมาอย่างอารมณ์ดี
"จริงแบบที่พี่มาร์ชพูดค่ะ สงสัยหวายคงคิดมากไปเอง"
"เราน่ารักขนาดนี้ ไม่มีใครเกลียดลงหรอก"
"นั่นน่ะสิ~ สงสัยครั้งหน้าหวายคงต้องลองเข้าหาเขาเอง เผื่ออาจจะดีขึ้น" มัดหวายสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาที่มุ่งมั่นเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มอีกคน บางทีพิชญ์อาจจะคุ้นเคยกับการที่คนอื่นเข้ามาทำความรู้จักกับเขาก่อนเลยทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนั้น ดูเหมือนครั้งหน้าเธอต้องพยายามมากกว่านี้หากจะต้องการทำความรู้จักกับนักธุรกิจหนุ่มชื่อดังที่พ่วงมาด้วยสถานะพี่ชายของเพื่อนสนิทอย่างเขา
"ดูเหมือนคนนั้นจะสำคัญมากเลยนะหวายถึงสนใจเขาแบบนั้น"
"หวายแค่รู้สึกชื่นชมเขาน่ะค่ะตามประสาของนักศึกษาคนหนึ่งที่อยากรู้เรื่องราวคนที่ประสบความสำเร็จ พี่เขาเป็นพี่ชายเพื่อนสนิทหวายเองแต่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ เอง หวายว่ามันน่าสนใจมากเลย~"
"หึ เป็นเด็กที่หาแรงบันดาลใจนี่เองตอนแรกพี่ก็แอบเสียใจแล้วนะที่หวายดูสนใจคนอื่นมากกว่าพี่..คิดว่าตัวเองจะอกหักแล้ว"
"พะ..พูดอะไรแบบนั้นคะ" มัดหวายก้มหน้างุดด้วยความเขินอายแล้วกลับมาให้ความสนใจจานอาหารตรงหน้าอีกครั้งในขณะที่มาร์ชเมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีปฏิกิริยากับคำพูดของเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าใสที่มีสีแดงระเรื่อไม่วางตายิ่งเห็นว่าเธอมีท่าทีเขินอายเพราะคำพูดของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกมีความหวังว่าเธอจะเปิดใจและยอมพัฒนาความสัมพันธ์ในเร็วๆ นี้ตามที่หวังไว้
@อีกด้าน
"คุณพิชญ์ครับ" เจ้าของใบหน้าคมคายละสายตาจากเอกสารตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงเรียกของลูกน้องคนสนิทซึ่งดีแลนก็รีบรายงานความคืบหน้าของหน้าที่ที่ได้รับอย่างรู้งาน
"คุณพีชกลับไปกับไอ้ภาคินแล้วครับ"
"มันได้ทำอะไรพีชไหม"
"ไม่ได้มีการบังคับหรือการทะเลาะกันครับ คุณพีชยอมขึ้นรถกลับไปที่คอนโดและยอมขึ้นห้องไปกับไอ้ภาคินเอง"
"คอยจับตาดูไว้ ถ้ามันทำอะไรพีชก็จัดการได้เลย ดูแลน้องสาวกูให้ดีที่สุด"
"ครับ"
"แล้วอีกเรื่องล่ะ" ริมฝีปากหนาเอ่ยถามอีกคนต่อหลังจากรับรู้เรื่องราวของน้องสาวตัวเองแล้วเนื่องจากเรื่องที่เขาได้ให้ลูกน้องไปจัดการนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของลูกพีชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
"คืนนี้ผมจะส่งข้อมูลให้ครับ"
"อืม ไปได้แล้ว"
