บทที่ 2 #พี่ช้างของหนู EP.1 อยากเป็นคนรับส่ง (1)

โรงเรียนไอ้เด็กนี่อยู่ไม่ไกลจากค่ายมวยผมมาก

จริงๆ ผมรู้แล้วแต่ช่วงนั้นไม่พิศวาส เลยไม่ได้ไปส่งเอง

“พี่ช้างไม่ต้องขับเข้าไปข้างในโรงเรียนนะ” ไอ้ตัวเล็กพูดกับผมแล้วทำหน้ามุ่ยใส่ตอนที่ขับมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์ที่ยังผ่อนส่งอยู่มาหน้าประตูโรงเรียน ผมมองหน้ามันอยู่จากกระจกมองหลัง “เดี๋ยวเพื่อนหนูล้อ ปกติหนูมาคนเดียว”

“ก็บอกไปดิว่าพี่มาส่ง”

“ไม่มีใครรู้จักพี่ช้างหรอก” มันทำหน้ามุ่ยหนักกว่าเดิม

“งั้นบอกว่าแฟนมาส่ง”

“พี่จะบ้าเหรอ!” มันหลับตาตวาดเสียงสั่นเมื่อผมแหย่ไปหน่อย “พี่ช้างเมาใช่มั้ย แปลกๆ ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ”

“เออ” ผมตอบหน้าตาย

“นั่นไง จริงๆ ด้วย...”

“เมารัก”

“...!” มันทำตาโต น่ารักดี ผมว่าผมมองผ่านความน่ารักไอ้เด็กนี่มานาน เวลามันโดนแกล้งแล้วรีแอ็คชั่นโคตรน่ามอง

“เข้าค่ายมวยตั้งเที่ยง ขอเข้าไปด้วยได้ปะ”

“เดี๋ยวค่ะ” มันรีบเบรกผมไว้ตอนที่ผมเปลี่ยนเรื่องกะจะจอดรถทิ้งไว้ตรงนั้นแล้วเดินเข้าประตูโรงเรียนไปกับมัน “พี่เข้าไม่ได้นะ”

“ทำไม”

“พี่จะเข้ามาทำไม”

“จะไปดูโรงเรียนแก”

“ฮึ้ย” มันอมลมเข้าปาก คิดว่าน่ารักมากเหรอไง “ไม่ต้องค่ะ”

“เย็นนี้จะมารับ” แต่ผมทำหูทวนลมไม่ฟังแล้วโพล่งขึ้นมา มันทำหน้าเอ๋ออีก ที่ไม่รู้ว่าแม่งเอ๋อไปกี่รอบแล้ว “เลิกเรียนสี่โมงเย็นถูกปะ”

“มะ... ไม่” อยู่ๆ มันก็หน้าดำหน้าแดง “ไม่ต้องมารับแล้ว”

“ทำไม”

“ไม่ให้มารับอ่ะ พี่มันไว้ใจไม่ได้”

“ไม่ไว้ใจเหรอ” ผมทวนคำมันหน้านิ่ง คิดอะไรนิดหน่อนก่อนที่จะล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองหยิบแบงค์ร้อยออกมาหนึ่งใบ พร้อมกับไอโฟนที่ยังผ่อนไม่หมดไม่ต่างกับฮาเล่ย์เดวิดสันลูกรัก แล้ววางลงบนมือเล็กๆ ของมัน “งั้นฝากไว้ก่อน”

“... อะ”

“เดี๋ยวเย็นนี้มาเอา”

[จบพาร์ท : ควาญช้าง]

ไม่อยากจะเชื่อ!

หน้ามึนจนแทบไม่อยากจะเชื่อนี่ล่ะ

หนูเดินเข้าโรงเรียนพร้อมกับไอโฟนและแบงค์ร้อยของผู้ชายหน้ามึน (ที่แค่ฝากเฉยๆ ไม่นึกจะให้เป็นทิปเบ๊สาวคนนี้สักห้าสิบบาทเลย ไอ้คนใจดำ!) ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ช้างที่วันๆ ไม่เคยสนใจอะไรหนูเลยนอกจากใช้หนูทำนู่นทำนี่ตอนนี้จะมาส่งหนูที่โรงเรียนจริงๆ ส่วนเรื่องที่เขาหยอดมาอ่ะถึงมันจะนานๆ ที แต่หนูรู้ว่าเขาน่ะมันเป็นนักล่าแต้มผู้หญิง!

นักล่าแต้มผู้หญิงก็คือผู้ชายที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากหยอดผู้หญิงไปเรื่อยๆ ไม่คิดจะจริงจังกับใคร ถึงหนูจะอยู่ ม.6 แต่หนูตามทันนะ ถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หนูค่อนข้างจะงงๆ แถมประสบการณ์น้อยกว่าคนอื่น แต่หนูก็คิดว่าหนูเข้าใจอยู่นะ

ตั้งแต่ปีที่แล้วเขาก็มีแฟน ไม่อยากจะพูดเลยว่าเขาพาผู้หญิงเข้าห้องแล้วก็ไปจู๋จี๋ดี๋ด๋าที่ค่ายมวยบ่อยมากๆ ผู้หญิงในสต๊อกก็เยอะแยะ ตอนโสดก็มีแต่คนมาจีบ แถมเขาก็เล่นกับทุกคนด้วย ดูหน้ามึนๆ แบบนั้นอ่ะร้ายใช่ย่อยเลยล่ะ

เพราะอย่างนั้น หนูจะไม่ไว้ใจเขาเด็ดขาด

ทำมารับมาส่ง ทำมาบอกอยากมาทำหน้าที่ในฐานะคนดูแลบ้างล่ะ

จะต้องหลอกเก็บแต้มหนูอีกคนแน่ๆ เลย!

พี่ชายหนูสอนมาว่าผู้ชายอ่ะน่ากลัวมากๆ ทั้งร้ายลึกและเห็นแก่ตัว ชอบหยอดคำหวานกับผู้หญิงแต่สุดท้ายก็ลวงไปทำมิดีมิร้าย แถมพอได้แล้วก็เททิ้งอย่างไม่ใยดีอีกต่างหาก

ถึงจะไม่บอกว่าพี่ช้างไว้ใจได้มั้ยก็เถอะ แต่หนูได้ข้อสรุปแล้ว

หนูจะไม่ไว้ใจเขาหรอกนะ

ในคาบเรียนหนูมันไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ นอกจากการบ้านเยอะจนล้นมือ เหมือนครูลืมไปว่านักเรียนเองก็มีแค่สองมือเท่านั้น จะไปปั่นการบ้านเป็นตั้งยังไงให้ทันในคืนเดียว

แต่ที่ไม่อยากจะเชื่อ เรื่องที่แสนน่าช็อกของวันนี้อีกครั้ง

คือพี่ช้างมารับหนูตอนคาบที่หก เป็นวิชาแนะแนวแต่คุณครูก็อยู่นะ เพื่อนหนูกรี๊ดกันใหญ่เลย บอกว่าเขาหล่อเหลาเอาการมาก

ใช่ค่ะ หล่อ แต่นิสัยแย่ชอบใช้คนอื่นแบบนี้หนูจะไม่ให้อภัย

คนโดนมันคือหนูนะ แง

“มารับน้องกลับบ้านครับ” เขาพูดหน้าตายตอนที่คุณครูออกไปถามเขาที่หน้าห้อง “ที่แม่มันชื่อลิตา”

มีการบอกชื่อแม่ของหนูให้คนอื่นฟังด้วย!

อะ... ไอ้พี่ช้างบ้า โคตรน่าอายเลย

“วันหลังไม่ต้องมารับหนูแล้วนะ”

หนูโพล่งขึ้นมาหลังจากที่ถูกอนุญาตให้กลับกับพี่ช้างได้ แล้วแทนที่เขาจะพาหนูกลับคอนโด ร่างสูงกลับพาหนูมาที่สโมสรค่ายมวยของตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบมารับกลับเพราะมีนัดสอนเด็กเรียนมวยตอนช่วงสี่โมงเย็น ซึ่งหนูก็ไม่เข้าใจว่าถ้าจะลำบากมากขนาดนั้นแล้วจะมารับเพื่อ!

“ทำไมวะ”

พี่ช้างถามหนูตอนที่พันมือ... มันเรียกว่าอะไรนะที่ผู้ชายชอบพันมือกันเวลาจะต่อยมวย เอ้อ ช่างเถอะ ส่วนที่สำคัญกว่านั้นคือหนูโมโหที่เขาไปพูดชื่อแม่ของหนูเสียงดังต่อหน้าครูและเพื่อนๆ ถึง ม.6 เพื่อนจะโตพอที่จะไม่ล้อกันแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่นะ

หนูไม่ใช่เด็กขี้โมโหหรอก แต่พี่ช้างชอบทำให้หงุดหงิดนี่นา

“หนูไปเองได้นะคะ” หนูเลือกที่จะแข็งข้อกับพี่ช้างแค่คนเดียวเท่านั้นล่ะ

เขาเอามือปิดหูตัวเอง

“ไม่ฟัง”

“พี่ช้างอ่ะ” หนูทำหน้าบึ้งตึง ในใจนะอยากจะเขย่งเท้าไปปัดมือออกแล้วดึงหูเขาแรงๆ เลย

“ไม่ฟัง”

“ฟังเถอะค่ะ” หนูแทบจะร้องไห้ มันไม่ชินเลยจริงๆ นะ เขามาทำตัวแบบเนี้ย “พี่ช้างไม่ใช่คนแบบนี้อ่ะ มารับหนูแล้วยังมาแกล้งหนูอีก”

“ก็บอกแล้ว” เขาพ่นลมหายใจ “อยากทำตัวเป็นผู้ดูแลที่ดี ไม่เก็ท?”

เขาพูดซ้ำอีกแล้ว

“มะ... ไม่เกี่ยวอ่ะ” หนูเอามือยกขึ้นเป็นปางค์ห้ามญาติโดยอัตโนมัติ เพราะนึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้แล้วหน้าร้อนไปหมด “จริงๆ ก็แค่กะจะเก็บแต้มใช่มั้ยล่ะ”

พูดออกไปแล้วค่ะ

“ว่าไงนะ” เขาหันกลับมามอง

“พี่อ่ะเป็นผู้ชายประเภทเก็บแต้มผู้หญิงใช่มั้ยล่ะ” หนูพูดทั้งที่หน้ายังคงแดง แต่ก็พูดเสียงเบามาก เพราะกลัวคนอื่นในค่ายมวยจะได้ยิน ถึงหนูจะโกรธที่เขาทำตัวผิดแปลกไปแบบนี้ แต่ก็เป็นเด็กดีที่จะไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของพี่ช้างเสียหายอยู่ดี “จริงๆ ที่ทำเป็นมารับมาส่งหนูเมื่อเช้า กับพูดหยอดอะไรนั่นอ่ะ ก็แค่พูดเล่นไม่จริงจังใช่มั้ย”

หนูเป็นคนที่ความรู้สึกไวน่ะค่ะ พอไวแล้วก็อยากรู้คำตอบตอนนี้เลย ไม่ได้จะหวั่นไหวหรอก แต่ก็แค่ไม่อยากรับกับท่าทางแปลกๆ ของเขา จะทำตัวไม่เอาอ่าวใส่หนูก็ทำไปเลยดีกว่า ยังไงก็ดีกว่ามาทำตัวเหมือนจะจีบแต่ก็ไม่ใช่แบบนี้อ่ะ

พี่ช้างยืนจ้องหน้าหนูอยู่นาน ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะดังเหอะ

“พูดงี้อยากให้พี่จริงจังกับแกเหรอ?” เขาพูดรูปประโยคที่ทำให้หนูต้องเหวอ อะไรอ่ะ จริงจังอะไรก่อน เขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย อย่ามาทำให้ขนลุกหน่อยเลย

“มะ... ไม่ใช่ค่ะ”

“อยากให้จริงจังมั้ย” เขาพูดแล้วชกลมตรงหน้าหนูเหมือนจะกวนประสาท “บอกเลย แรกๆ แค่อยากลองคุย สนใจนิดหน่อย”

“...”

“แต่ตอนนี้ชักอยากจริงจังขึ้นมา”

“...”

“นิดหน่อยแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป