บทที่ 4 #พี่ช้างของหนู EP.1 อยากเป็นคนรับส่ง (3) จบตอน

[พาร์ท : ควาญช้าง]

ไอ้เบียร์มันเป็นน้องในสังกัดของผม

มันเก่งเรื่องหมัด เป็นมวย รูปร่างสันทัด ผู้หญิงชอบมันค่อนข้างเยอะ แถมที่ได้ข่าวมาแว่วๆ ก็เห็นว่ามีแฟนแล้วด้วย แต่ฝ่ายนี้มันม่อเก่ง เจอใครน่ารักเป็นทักหมด

ถามว่าผมหวง?

ก็ใช่

“หนูไม่ใช่น้องพี่นะ” ไอ้ตัวเล็กมันโพล่งขึ้นมา หน้าแดงก่ำเพราะผมทำเหมือนกำลังแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “พี่ชอบมัดมือชกเอาเอง”

“เมื่อวานเราคุยกันแล้ว” ผมพูดว่างั้น ถึงจะตกลงเอาเองฝ่ายเดียวก็ตาม

“คะ... คุยเรื่องอะไรคะ”

“ว่าพี่จะจริงจัง” ผมพูดแค่นั้น ไอ้เบียร์ก็ดึงมือผมออก

“พี่พูดฝ่ายเดียวอ่ะ” น้องหนูทำสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ “หนูยังไม่ได้ตกลงเลย”

“พี่ ถ้าคุยฝ่ายเดียวมันก็ไม่ใช่ปะ” ไอ้เบียร์โพล่งขึ้นมาตอนที่เห็นว่านังหนูของผมมันพูดแบบนั้น ผมหน้าตึงทันที ไม่ชอบให้ใครมาแทรกเวลาที่คุยกับคนอื่น

“อย่ายุ่งไอ้เบียร์” ผมดันมันออก “อย่าให้โกรธ”

ไอ้เบียร์นิ่งอึ้ง มันไม่กล้ากับผมอยู่แล้ว สัดส่วนผมใหญ่กว่ามันมาก ชื่อเสียงลือชาผมก็ไม่ใช่ว่าจะน้อยหน้า มันยังเด็ก ประสบการณ์น้อย แถมอีกฝ่ายก็ค่อนข้างนับถือผมอยู่บ้าง ถึงแม้จะขัดแข้งขัดขากันบ่อยเรื่องผู้หญิงไปนิด

ช่วงนี้ไม่มีวันแข่งเหมือนเมื่อก่อน ผมดรอปๆ ลงมาซ้อมให้เด็กบ้างตอนเบื่อ เอาตังค์หาแดกไปวันๆ ไม่ก็มาซ้อมคู่กับเพื่อนทดมือ ตอนเด็กๆ ผมคว้าถ้วยมาหลายเวทีแล้วว่ะ พอยี่สิบเลยว่าจะพักๆ ไป

สอนเด็กได้ตังค์เหมือนกัน และแม่งไม่ต้องมาเจ็บตัวด้วย

มีเวลาเต๊าะเด็กแถวนี้นานๆ

“ไอ้ชัย วันนี้กูอารมณ์ไม่ดี” ผมพูดกับเพื่อน เป็นคนชอบมัดมือชกยังไงผมก็จะเป็นอยู่อย่างนั้น ผมคบใครไม่เคยรู้ลำดับก่อนหลังว่าเริ่มยังไง เด็กยังไงต้องไปทีละสเต็ปยังไง “ขอพาเด็กกลับบ้าน”

ขอข้ามสเต็ปเลยได้ปะ

วันนี้อ่ะ

วันนี้วันหยุด ผมมีเวลาอยู่กับนังหนูทั้งวัน

แต่มันงอนผม

“พี่ไปพูดแบบนั้นได้ยังไงอ่ะ หนูเสียหายมั้ย” ไอ้ตัวเล็กพูดกับผมหน้าบูดหน้าบึ้ง เธอกดแชทคุยกับเพื่อนบนโต๊ะทำงานของผมอย่างหัวเสีย

ใช่

ผมพาเธอกลับมาห้อง ไอ้หนูที่เคยชินกับห้องผมเพราะเปิดอ้าซ่าไว้บ่อยๆ ก็เดินกระฟัดกระเฟียดตั้งบาเรียอยู่ตรงโต๊ะทำงานติดกับครัวที่ค่อนข้างห่างจากเตียงที่ผมนั่งอยู่ ผมขี้เกียจซ้อมมวยต่อ หลังจากนี้จะพักไปยาวๆ สักอาทิตย์นึง

ชีวิตนี้มีไม่กี่อย่าง ไม่ค่ายมวย ก็ห้อง

“เสียหาย?” ผมหันหน้าไปถาม แล้วเลิกคิ้ว “มันจะเสียหายยังไง”

“...”

“เรายังไม่ได้มีอะไรกับพี่เลย”

ไอ้ตัวเล็กทำหน้าเหวอ ก่อนที่มันจะหน้าแดงก่ำ “นะ... นี่หนูอยู่ ม.6 นะ”

“เอาจริงๆ ตอนมีแฟนพี่ก็ข้ามขั้น” ผมรวบรัด ก่อนที่จะหันหน้าไปมองมัน “อยากข้ามขั้นปะ”

“อะไรนะคะ”

“อยากข้ามขั้นปะ”

“ข้ามขั้นอะไรอ่ะ” มันขยับตัวหนีเพราะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าอยู่กับผมดูเหมือนจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่แล้ว ในขณะที่ผมเองก็ขยับตัวไปใกล้มัน ก่อนที่จะท้าวแขนลงบนโต๊ะทำงาน

“เราเคยจูบกับใครปะ” ผมถามไปงั้น แต่ใจผมคิดอะไรอยู่รู้ปะ

“มะ... ไม่เคย”

ก็คิดไปเรื่อยตามประสาผู้ชายนั่นแหละ

[จบพาร์ท : ควาญช้าง]

มารู้สึกตัวอีกทีพี่ช้างก็มายืนอยู่ใกล้ซะขนาดนี้แล้ว

หัวใจหนูเต้นโครมครามเพราะเป็นครั้งแรกที่ใกล้ชิดกับผู้ชายในสถานะที่เขาเหมือนจะมาจีบกันแบบนี้ ไม่ใช่ที่ผ่านมาที่เป็นแค่ผู้ปกครอง ยิ่งโครมครามเข้าไปใหญ่เมื่อพี่ช้างบีบคางหนู แล้วพลิกให้หันมาสบตาด้วย

พี่ช้างพาหนูกลับห้องไม่ไปที่สโมสรแล้ว แต่เขาให้หนูมาอยู่ห้องเขา หนูยังเด็กอยู่เลยไม่รู้เรื่อง แต่มารู้สึกตัวอีกทีก็กำลังจะโดน... จูบ

ก็เขาถามนี่นาว่าเคยจูบกับใครมั้ย

“รู้มั้ยว่าจูบเป็นไง” เขาถาม แล้วหนูก็หน้าแดงก่ำ

“หนูไม่รู้... ไม่อยากรู้” ท้ายประโยคหนูพูดเสียงเบาลงเพราะพี่ช้างเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ จากที่เคยโวยวายเริ่มเปลี่ยนมาหงอใส่แต่โดยดี

“หนูเป็นเด็กพี่ ต้องรู้” เขารวบรัดตัดตอนเอาเองเสร็จสรรพเลย

“หนูไม่ใช่เด็กพี่นะ”

“เราตกลงกันแล้ว เมื่อวาน”

“ระ... เราไม่ได้ตกลงกันเลย พี่พูดเองเอออะ...” พี่ช้างขยับเข้ามาใกล้หนูอีกเหมือนจะพยายามบอกกลายๆ ว่าต้องพูดให้ถูกใจ ตอนนั้นหนูรีบกระเถิบตัวหนี แต่เขาก็จับคางหนูไว้แน่น

“พี่ขอหอมทีนึง” พี่ช้างทำสิ่งที่ทำให้หนูต้องอึ้ง เมื่อเขาพูดคำนั้นออกมาตรงๆ

หัวใจหนูเต้นแรงมาก บรรยากาศโดยรอบทำให้หนูพูดไม่ออก แล้วตอนนั้นพี่ช้างก็หลุบตาลงมองแล้วฉีกยิ้มพราย ท่าทางดูมีเลศนัยของเขาทำให้หนูกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอดังอึก

เขาทำให้หนูรู้แล้วว่าคนแบบพี่ช้างไม่ได้ทำเป็นแค่หน้าเดียว ทำตัวนิ่งๆ ไม่แคร์โลกรอบข้างเท่านั้น

“...”

“แต่ถ้าเป็นแฟนกันแล้ว ขอทำมากกว่าหอมได้ปะ”

ดะ... เดี๋ยวนะ!

“พะ... พี่ช้างรู้มั้ย” หนูกลั้นใจพูด พี่ช้างเป็นคนที่ชอบมัดมือชก คิดอะไรเอาเอง เขาบอกว่าจะคบกับหนู แต่ลืมไปรึเปล่าอ่ะว่าหนูยังไม่ได้ตกลง นี่มันไม่ใช่นะ นี่มันบังคับกันแล้ว “ที่พี่ช้างพูดมาทั้งหมดมันผิดนะ”

“...”

“พี่ช้างกับหนูไม่ได้เป็นแฟนกัน เราหอมกันไม่ได้เด็ดขาด” หนูส่ายหน้า อยากจะโวยวายนะแต่สถานการณ์แบบนี้ทำให้โวยวายไม่ออกเลย

“ไม่ได้เป็นได้ยังไง” เขาทำสีหน้าไม่เข้าใจ “เราก็ตกลงกันดี”

หนูได้ข้อสรุปว่าพี่ช้างเมา หนูว่าเขาต้องเมาแน่ๆ เลย เชื่อมั้ยอ่ะ

“พี่ช้าง...” หนูโอดครวญ “คนจะเป็นแฟนกันเค้าต้องตกลงกันทั้งสองฝ่ายนะ อันนี้ไม่ใช่อ่ะ อันนี้พี่ช้างพูดคนเดียว”

“แล้วต้องทำยังไง”

“พี่ช้างก็ต้องจีบหนูก่อนรึเปล่า”

“จีบยังไงวะ” เขาถามย้อนกลับมา แล้วหนูก็ไปไม่เป็น เขามาถามหนูเนี่ยนะ! หนูคือคนที่ไม่เคยมีแฟนไม่เคยมีคนมาจีบตั้งแต่ประถมจนถึง ม.ปลาย หรือไม่ก็มีแต่หนูไม่รู้เรื่อง

เอาเป็นว่าหนูโคตรไร้ประสบการณ์เลยนะโว้ย

“พะ... พี่ช้างไม่เคยจีบใครเลยเหรอ” นี่คือหนึ่งสิ่งที่หนูไม่อยากจะเชื่อ เพราะดูจากที่ผ่านๆ มาเขาโคตรจะแพรวพราว ถึงเนื้อถึงตัวเก่ง อีกนิดจับกอด อีกนิดจับหอมในสโมสร หนูคือหนึ่งในคนที่ทันเหตุการณ์นั้นนะบอกไว้ก่อน

“พี่ข้ามขั้นตลอด” เขากอดอก “มีแฟนวันแรกก็พาเข้าห้อง”

“...”

“จีบคนไม่เป็น”

... โอเค เข้าใจล่ะ

หนูว่าหนูรู้แล้วว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน

“งั้นพี่ช้างต้องไปศึกษามาใหม่นะ” หนูดันไหล่เขาออก เริ่มตั้งต้นพูดคุยกับเขาใหม่ “คนอื่นเค้าจีบกันยังไง ไปเสิร์ชเอาในอากู๋ก็ได้ค่ะ”

“...”

“ถ้าทำได้ดีหนูก็จะตกลงนะ”

พูดไปแล้ว!

พูดไปแล้วว่าทำได้ดีก็จะตกลง นี่มันอะไรเนี่ย หนูคิดอะไรของหนูอยู่

หนูนั่งกุมหัวตัวเองอยู่ในห้อง จะนั่งทำการบ้านก็ไม่มีสมาธิ พี่ช้างปล่อยหนูกลับห้องแล้ว เขาดูเหมือนจะออกไปข้างนอกอีก ไม่รู้ว่าไปที่สโมสรหรืออะไร แต่หนูไม่ควรสนใจแล้วล่ะ

หนูนั่งทำการบ้านอยู่ แล้วสักพักก็มีคนมาเคาะประตูห้อง

หนูอยู่คนเดียวด้วย ต้องถามก่อนเนอะ

“ใครคะ?”

“นังหนู” เสียงของอีกฝั่งของประตูบอกว่าเป็นพี่ช้าง หนูชะงักไปนิดหน่อย ทำสีหน้าเปื่อยๆ ออกมาแล้วเปิดประตูให้เขาอย่างเสียไม่ได้

“...”

“พี่ไปถามเพื่อนมา” เขาเดินเข้ามานั่งในห้อง หน้าตาท่าทางดูเบื่อหน่าย “มันบอกให้ขอเบอร์ก่อน”

“...”

“ขอเบอร์หน่อยดิ”

“นะ... หนูไม่เคยให้เบอร์ใครนอกจากเพื่อนผู้หญิง” หนูพูดตะกุกตะกัก นี่เป็นครั้งแรกเลยรึเปล่าที่ถูกขอเบอร์ นอกจากเวลาที่เพื่อนผู้หญิงมาขอไว้เพื่อแอดไลน์อาะ

“เออ เอามาได้ปะ ก็แค่เบอร์” เขาบ่น

คนจะจีบเขาทำงี้กันได้ด้วยเหรอ

“นี่ค่ะ” หนูส่งโทรศัพท์ไปให้เพราะคิดว่าก็ไม่ได้เสียหาย อีกอย่างคนอย่างพี่ช้างน่ะเหรอจะชอบคุยโทรศัพท์ วันๆ สิงอยู่กับโทรศัพท์แค่หน้ายูทูปนั่นนแหละ

คนตัวใหญ่มองโทรศัพท์สีชมพูหวานแหววของหนู แล้วเขาก็กอดอก ไม่ยอมรับไปในทันที

“เฟสอ่ะ เล่นปะ” เขาถามโต้งๆ เลย

“เล่นค่ะ”

“หวังว่าคงไม่คุยกับผู้ชายคนไหน” เขาหรี่ตาจับผิดหนูด้วย

“หนูไม่มีคนมาจีบหรอกค่ะ” หนูเองก็คว่ำปากกลับไปเหมือนกัน ก็มีเขาคนแรกนี่แหละ แถมคนที่มาจีบคนแรกยังเป็นคนประสาทกลับแบบเขาซะด้วย ไม่เห็นจะรู้สึกว่าตัวเองเนื้อหอมเลยอ่ะ “พี่ได้เบอร์ก็ออกจากห้องไปได้แล้ว”

“เดี๋ยว” เขาเบรกหนูไว้ด้วยสีหน้านิ่งสนิท “ขอเบอร์แล้วเป็นแฟนได้ยัง”

“พี่ช้าง” หนูทำสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ “ยังค่ะ!”

[พาร์ท : ควาญช้าง]

นังหนูนั่นยังไม่รู้จักผมมาก เราเจอกันแค่ปีกว่า แล้วผมก็ใช้เธอเป็นเบ๊จิปาถะตลอด ไม่ค่อยสนิทกัน

จริงๆ แล้วผมเป็นคนขี้เบื่อ ทำหน้าเดียวเพราะขี้เกียจทำหน้าอื่น แต่เอาจริงๆ กับแฟนผมจะเป็นคนละคน จะยิ้มง่ายดี (แต่ถ้าเทียบกับตอนปกติก็ไม่เยอะ) แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นไงเลยอยากรวบรัด พูดตามตรงเป็นไปได้ก็อยากคบแล้วเรียนรู้เลย จะได้ยิ่งรู้จักกันมากกว่านี้ แต่ช่างแม่ง น้องมันไม่พร้อม

วันนี้ผมนั่งอยู่ในห้องตัวเอง เหงาๆ เปลี่ยวๆ เลยหามวยดู แปปๆ ก็หามวยปล้ำดู ผมดูได้ทุกอย่าง ทุกสาขา อะไรก็ได้ที่มันเป็นมวย สักพักถึงได้ไปนอนกระดิกตีนวิดพื้นอยู่บนที่นอน

ใจผมมันเรียกร้องหาแต่หน้านังหนู ใจเต้นเป็นชื่อนังหนู

วิดพื้นครบร้อยห้าสิบครั้งก็ล้มตัวลงนอนหงาย ในหัวก็ยังคงนึกถึงแต่หน้าของมัน

เพื่อนที่รู้สันดานผมดีมันบอกคนอย่างไอ้ช้างมันไม่รู้จักคำว่ารักหรอก มันเจ้าชู้ มันหลายใจ มันรู้จักแต่คำว่าคบแล้วเอาเลย แล้วเอามันทุกครั้งที่เจอ

ผมไม่เคยรู้สึกงี้ พอห่างแปปๆ ก็

คิดถึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป