บทที่ 5 #พี่ช้างของหนู EP.2 อาการรัก (1)
เคยเป็นปะ พอห่างใจมันบอกคิดถึง
ผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน เวลาที่นั่งดูมวยอยู่ดีๆ ก็มีหน้าจิ้มลิ้มของนังหนูขึ้นมาในหัว ยืนเยี่ยวในห้องเพื่อนบางทีก็คิดถึงหน้ามันโผล่อยู่ในโถส้วม ใจผมเต้น ทุกจังหวะตุบตับมันเป็นชื่อนังหนู สักร้อยรอบให้พอระทึกใจ
แอบเข้าไปแดกมาม่าห้องมันวันนั้นแม่งเกิดเรื่องเลย
แม่งได้เลย
ผมยอมรับว่าผมไม่ชอบเด็ก คบใครก็โตกว่าหมด ไม่ก็อายุเท่ากัน แต่ปีที่แล้วเพื่อนบอกให้มาดูแลเด็ก ม.5 คนนึง ผมก็คิดว่าเด็กว่ะ จะไม่ใส่ใจไงก็ได้ ยังไงผมก็ได้อยู่ฟรีกินฟรีตลอดอยู่แล้ว
แต่อย่างว่า เจอบ่อยๆ ก็มีมองบ้าง นังหนูก็ไม่ใช่ว่าหน้าตามันดูไม่ได้ แค่มันยังเด็ก เด็กเกินไปกว่าผมที่ตอนนั้นเข้ายี่เอ็ดปีก็เท่านั้น
“กูต้องจีบยังไง” ผมถามเพื่อนตอนที่ออกมาจากห้องน้ำ มันนั่งดูมวยอยู่ บ้ามวยพอๆ กับผม ผมมีเพื่อนในค่ายมวยค่อนข้างเยอะ มีคนรู้จัก ผู้หญิงก็รู้จักเยอะเหมือนกัน ผมไม่ได้ไปเรียนมหาลัย แต่เพื่อนแนะนำให้ไปเรียน กศน. อยู่ เพราะมันเข้าเรียนง่าย เหมาะกับคนที่เรียนไม่จบไม่ก็ทำงานไปด้วย
แต่อายุเท่านี้กลับไปเรียนแม่งก็ดูยังไงๆ ว่าปะ
“น้องคนนั้นอ่ะนะ” มันถามกลับมา เพื่อนผมก็พอรู้อยู่เพราะผมค่อนข้างชัดเจน “เด็กส่งข้าวที่มาค่ายมวยบ่อยๆ ใช่ปะ”
“เออ” ผมพยักหน้ารับ “อายุสิบแปด เด็กอย่างงี้จีบยังไง”
“เด็กว่ะ มึงไม่ชอบเด็กไม่ใช่เหรอ” มันพูดตอนที่กดโทรศัพท์เล่นเกม ROV อย่างสนานใจ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนมันเป็นคนแบบไหน “เชี่ย ตีป้อมดิวะไอ้สัส เดินหลบทำเหี้ยไร”
“กูข้ามสเต็ปเลยไม่ได้ไง เลยไม่รู้ต้องทำยังไง ปกติทำงั้น” ผมถามตรงๆ เพราะที่ผ่านมาก็คบมาแต่สาวมหาลัยอายุยี่สิบต้นๆ อาศัยคติที่ว่าน้ำแรกแยกทาง คบกันไม่ถึงปีก็เลิก ส่วนมากเข้าเดือนที่เจ็ดก็ร่วงแล้ว ผมคบใครไม่ยืดนัก เพราะนิสัยติสท์จัดของตัวเอง
“จีบเด็กก็ไม่ยากนะเพื่อน” มันสาธยาย เพราะอีกฝ่ายก็เคยคบเด็กเหมือนกัน “มึงก็ต้องลองย้อนวัย”
“อาฮะ”
“จีบแบบที่วัยรุ่นมันทำกัน” มันตีป้อมตอนพูดกับผม พยักเพยิดมาทางไอโฟนสีดำกราไฟต์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง “แอดเฟสน้องมันไปยัง”
“แอดแล้ว”
“ทักไปเลยดิวะ นี่เที่ยงแล้ว พักเที่ยงพอดีมั้ง”
“เค” ผมไม่ค่อยคุยแชทกับผู้หญิง ไม่เคยจีบเด็ก ม.ปลาย พวกมหาลัยมันมีช่วงนึงที่ว่างอยู่แล้ว อยากเจอก็แค่ไปรับมานอนห้อง ง่ายดาย
แต่ ม.ปลาย มันไม่ได้ไง
ผมกดเข้าไทม์ไลน์หน้าเฟสเธอ นังหนูโพสน์แต่รูปตัวเอง บ่นงุ้งงิ้งๆ ทั้งวันแชร์แต่คลิปหมาแมว ไม่รู้ว่ามันน่าดูตรงไหน แต่ก็เห็นแชร์แม่งทั้งวัน
ผมนึกอยากให้เธอลงรูปคู่เรามากกว่ารูปเธอคนเดียว
ผมทักเธอไปตอนที่คิดแบบนั้น
พี่ช้าง มวยไทย : ทำไร
สักพักเธอก็อ่าน แต่ก็เงียบไปนานกว่าจะตอบ เหมือนอีกฝ่ายเองก็ไม่ค่อยอยากคุยกับผม
Namida Noo : พี่ทักหนูมาทำไมเนี่ย
พี่ช้าง มวยไทย : ทำไร
Namida Noo : เดี๋ยวหนูจะเรียนแล้ว ไว้ค่อยคุยนะ
พี่ช้าง มวยไทย : เดี๋ยวดิ
ผมพิมพ์ไปแบบนั้น คิดอะไรสั้นๆ แล้วพิมพ์ลงไปเลย ให้มันได้รู้ไปว่าผม
พี่ช้าง มวยไทย : คิดถึง
มันเดดแอร์เลยว่ะ ผมไม่ได้คุยกับเพื่อนตอนที่พิมพ์กลับไป มันมัวแต่เล่น ROV แต่คิดว่าผมพิมพ์แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จีบแบบน่ารักมันไม่ใช่แนวเท่าไหร่
พี่ช้าง มวยไทย : เงียบ สงสัยไม่ช็อต
พี่ช้าง มวยไทย : พี่คิดถึง รู้ปะ
พี่ช้าง มวยไทย : เมื่อไหร่จะเลิกเรียน
พิมพ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ แต่มันกลับตัดบทกลับมา
Namida Noo : อื้อ
Namida Noo : เรียนก่อนนะคะ
ก่อนที่เฟส Namida Noo จะออฟไลน์ไปซะเฉยๆ ขึ้นว่าใช้งานเมื่อ 3 นาทีที่แล้วอย่างรวดเร็ว
ผมกระตุกยิ้มยวน
ให้ผมเดาจากประสบการณ์นะ
ผมว่ามันเขิน
เย็นๆ ผมมารับมัน วันนี้ไม่ได้ไปค่ายมวยเลยพอมีเวลาบ้าง อีกอย่างฝากแบงค์ร้อยกับบัตรประชาชนไว้กับมันด้วย เป็นการบังคับตัวเองให้ขยันออกไปรับเด็กบ่อยๆ จะได้ไม่อู้นอนอยู่บ้าน จนจีบเด็กไม่ติด
แวะแดกข้าวก่อนกลับ นังหนูไม่เคยไปกินข้าวกับผมสองต่อสอง มันก็จะเกร็งๆ นิดนึง
“จำได้ปะ” ผมโพล่งขึ้นมา ชี้ไปที่ป้ายร้านอาหารตามสั่งที่ชื่อว่า ‘ครัวลุงรวย’ ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “พี่เคยใช้ให้เรามาซื้อข้าวที่นี่”
“อื้อ” นังหนูพยักหน้า ก่อนที่มันจะทำหน้ามุ่ย “แล้วพี่ก็ไม่กิน”
“ชอบกินปะ เดี๋ยวซื้อไปฝากตอนเที่ยง” ผมเปลี่ยนเรื่อง เพราะขี้เกียจรำลึกถึงอดีต
“ที่โรงอาหารก็มีร้านข้าวเหมือนกันค่ะ” มันทำหน้าเหมือนผมวุ่นวายอะไรกับตัวมันนักหนา “แล้วที่ทักหนูมาเมื่อกี้แกล้งหนูเล่นใช่มั้ย”
“แกล้งอะไร”
“ก็ที่บอกว่าคิดถึงอะไรนั่นอ่ะ” ไอ้ตัวเล็กพูดออกมาตรงๆ มันหรี่ตามองผมแบบจับผิด
ผมนิ่งไป กระตุกยิ้มหน้าตายตอนที่จ้องหน้ามันกลับแบบจริงจัง
“ถ้าพูดจริงแล้วเราอินปะ”
[จบพาร์ท : พี่ช้าง]
หนูนั่งหน้าร้อนฉ่าเหมือนไข่ดาวบนกระทะอยู่ในร้านอาหาร กินข้าวกะเพราหน่อไม้หมูสับไข่ดาว และมองอีกฝ่ายที่โซ้ยผัดพริกแกงที่เผ็ดแสนเผ็ดด้วยท่าทางเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อช่วงพักเที่ยง อยู่ดีๆ พี่ช้างก็ทักมา เฟสพี่ช้าง มวยไทย ที่วันๆ แชร์แต่คลิปมวยไม่เคยลงรูปตัวเองนอกจากมีเพื่อนแท็กในบางครั้งบางคราว หนูเป็นเพื่อนกับเขาในเฟส แต่เราไม่เคยแชทคุยกัน มันเลยขึ้นเป็นข้อความใหม่ล่าสุด
เขาพิมพ์คำที่หนูแทบจะพ่นเป็ปซี่ใส่หน้าเพื่อน เขาบอกว่าคิดถึงหนูอ่ะ!
แต่เอาจริงๆ แล้วไม่ควรเขินเลย เพราะหนูรู้ว่ายังไงพี่ช้างก็เป็นแค่ผู้ชายกะล่อนคนนึง หนูไม่ควรเผลอไปใจเต้นแรงกับผู้ชายคนนี้ง่ายๆ
คิดในใจก่อนที่จะฮึดสู้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งระหว่างที่ซ้อนรถเขากลับคอนโด แต่เหมือนพี่ช้างเขาจงใจจะแกล้งหนู
เขาขับรถเร็วขึ้นมา แล้วทำให้หนูต้องเผลอตัวไปกอดเอวเขาเอาไว้
หนูเบิกตาโต แล้วก็เห็นว่าเขาหันกลับมา
“กลัวเหรอ” หนูหน้าแดง ก่อนที่จะผละมือออกมา ใครกันที่เผลอตัวไปกอดเขา ไม่ใช่หนูละกันอ่ะ ฮือ
“กะ... ก็พี่ช้างขับรถเร็ว” หนูแย้ง แต่หน้าร้อนเกินกว่าที่ควรจะเป็น
“พี่ว่าขับงี้ไม่ถนัด” อยู่ดีๆ เขาก็หยุดจอดรถตรงฟุตบาท แล้วคว้าข้อมือเล็กของหนูมาสวมกอดเอวสอบของอีกฝ่ายเอาไว้โดยทำได้แค่เอี้ยวมาด้านข้างนิดหน่อยเท่านั้น และเพราะอีกฝ่ายใส่เป็นแต่เสื้อกล้าม หนูก็เลยสัมผัสได้แต่ความแข็งปั๋งของมวลกล้ามเนื้อหน้าท้องของพี่ช้าง
ฉ่า...
เอาไข่ดาวมาทอดบนหน้าหนูได้เลยนะ ตอนนี้อ่ะ
ไอ้พี่ช้างคนบ้าเอ้ย!
หนูทำตัวลำบากพอได้มาอยู่กับพี่ช้างตรงๆ
เราจ้องหน้ากันไปมาเพราะพี่ช้างพาหนูมาสโมสรสักพักแล้ว แล้วหนูก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่เขา
คนชอบบังคับแบบนี้หนูจะโกรธ
“มองไร” พี่ช้างพูดแล้วเอื้อมมือเข้ามากอดคอหนูแบบไม่ทันให้หนูตั้งตัว แล้วหนูก็สะดุ้งเฮือก รีบดึงมือเขาออกเหมือนมือนั่นเป็นไฟมาลนทันที “มองหน้าอยากมีเรื่องเหรอ”
“ก็พี่ช้างบังคับหนูมาที่นี่อ่ะ” หนูพูดแล้วทำหน้ามุ่ยหนักกว่าเดิม
“แล้วทำไม”
“หนูไม่ชอบ...” หนูทำสีหน้าครุ่นคิด คิดแล้วคิดอีกว่าต้องทำยังไงเขาถึงจะเลิกมาวุ่นวายวอแวกับหนูซะที แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “หนูไม่ชอบผู้ชายชกมวยค่ะ”
“ฮะ?” เขาเอียงหูเข้ามาใกล้
“หนูไม่ชอบผู้ชายชกมวย หนูเพิ่งนึกขึ้นได้ค่ะ” หนูพูดแล้วฉีกยิ้มแห้งๆ เพราะโกหกไม่เก่งเอาซะเลย
พี่ช้างนิ่งไป เขาจ้องหน้าหนูนิ่ง แล้วหนูก็คิดว่า นี่ล่ะ ทางออกของหนู เขาจะได้เลิกมาทำให้หนูทำตัวไม่ถูกแบบนี้สักที ลำบากใจจะตายอยู่แล้ว
หนูจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของพี่ช้างแล้ว
แต่
ถ้าไม่ใช่ว่าเวลาต่อมาเขาจะเดินออกไป แล้วขับรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองออกไปจากที่นี่เลย
อะ... อะไรเนี่ย
หนูได้แต่ยืนงง นึกสงสัยว่าทำไมพี่ช้างถึงทำแบบนี้ จะถามใครก็ไม่ได้เพราะไม่สนิทกับใครในค่ายมวยนี้เลยสักคน แถมอีกอย่าง...
เขาทิ้งหนูไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ฮือ
หนูยืนคิด ได้แต่นั่งนอนคิดว่าหนูจะกลับยังไง จนยี่สิบนาทีต่อมาก็เห็นว่าพี่ช้างขับกลับมา เขาห้อยนวมไว้ตรงแฮนด์รถด้วย แถมยังคล้องเหรียญทองหลายอันไว้ที่คอ
หนูยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
“เฮียแทนไท” พี่ช้างเรียกชื่อผู้ชายตัวใหญ่พอๆ กับเขาและผิวออกคล้ำเล็กๆ ที่ยืนกอดอกดูอยู่อีกฝั่ง หนูรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของสโมสรนี้ แต่ทำไมล่ะ
“...”
“นวมผม กับเหรียญแข่งมวยทุกปีที่ผ่านมา” เขาเกริ่นเสียงนิ่ง พร้อมกับถอดเหรียญหลายสิบอัน พร้อมกับนวมที่เขามักใส่ขึ้นเวทีทุกครั้งวางบนโซฟาในค่าบ เห็นพี่ช้างเคยพูดว่านี่คือนวมต่อยมวยที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนตายของเขา อยู่กันมาตั้งแต่สมัยที่เขาอายุสิบหกจนปัจจุบัน เป็นสิ่งที่เขาโคตรที่จะหวงแหน “ผมขอคืนให้เฮีย”
“...”
“ผมจะลาออกจากค่าย”
ดะ... เดี๋ยวนะ!
