บทที่ 7 #พี่ช้างของหนู EP.2 อาการรัก (3)

“พี่ต้องคิดอะไรไม่ดีอยู่แน่ๆ”

“อะไร”

“พี่อ่ะร้ายกาจ ต้องคิดอะไรไม่ดีกับหนูอยู่แน่ๆ เลย” มันพูดแล้วลูบแขนตัวเองเหมือนหวั่นใจ “แล้วทีนี้หนูจะไว้ใจได้ยังไง”

“ก็ลองเป็นก่อนดิ จะได้รู้”

“... ไม่เอาอ่ะ”

“เฮ้” ผมคว้าข้อมือมันเอาไว้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อที่กำลังตีกับลูกอยู่ก็ไม่ต่าง เมื่อรู้สึกว่านังหนูมันจ้องแต่จะปฏิเสธอยู่ท่าเดียว

รู้สึกได้ถึงช่องว่างระหว่างวัย หรือเพราะแก่กว่ามากไปมันเลยไม่อยากคบกัน ทั้งที่ผมมันจริงจังขนาดนี้

“...”

“หนูไม่เคยมีแฟน แล้วหนูจะรู้ได้ยังไง” ผมเรียกชื่อมันตอนพูดเพราะตอนนี้กำลังจริงจังมาก “หนูต้องลองเป็นกับพี่สักตั้ง แล้วพี่จะสอนให้หนูรู้จักคำว่าแฟน”

ไอ้น้องหนูเงียบไป มันทำสีหน้าเหมือนผมกำลังชักจูงหรือขายตรงสิ่งที่เป็นตัวเองกับมัน ว่าผมมันไว้ใจได้ ว่าผมต้องการมันมาก ซึ่งเอาจริงๆ ผมก็จงใจทำแบบนั้น แต่ใครจะไปบอกตรงๆ ว่าตัวเองกำลังหาทางเกลี้ยกล่อมให้เด็กผู้หญิงคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม

“หนู ม.6 อ่ะ ใกล้สอบแล้วนะ ไม่มีเวลาคุยเรื่องแฟนหรอก” แต่มันก็ยังไม่ยอมแพ้ ยังไม่รู้เหรอว่าผมอ่ะอยากได้มันเป็นแฟนจนแทบบ้า

“ปรึกษาได้”

“พี่ช้างดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะค่ะ”

“มันมี แต่เราไม่เปิดไง” ผมพยายามอธิบาย ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงอยากได้เด็ก ม.6 มาเป็นแฟนมากขนาดนั้น ทำไมผมต้องพยายามอธิบายอะไรที่ไม่ควรจะเปลืองน้ำลายขนาดนั้น ทั้งที่คนอย่างผมแค่กระดิกนิ้วผู้หญิงก็แทบจะกรูกันเข้ามาหาทั้งเด็กทั้งแก่ “เราต้องลองเปิด”

“เปิดอะไรคะ”

“เปิดใจ” ผมแทบสะอึกกับคำที่พูดไป เลี่ยนโคตร “แล้วมองพี่”

นังหนูเงียบ ผมเลยหาจังหวะจริงจังล่อลวงอีกครั้ง

“ให้ลองเป็นแฟนกันเดือนนึง”

“...”

“ถ้ายังไงหนูก็ไม่รักพี่ พี่ก็จะไม่ตื้อต่อ โอเคมั้ย?”

หรืออาจเป็นเพราะอยากลองของใหม่ๆ ดูก็เป็นได้

ผมขอย้ำ

การได้เป็นแฟนเด็ก ม.ปลาย มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ผมเกลี้ยกล่อมสำเร็จ มันยอมเป็นแฟนผมเดือนนึงอย่างที่ต่อรองกันไว้ แต่ตอนนี้ผมต้องกลับมาค่ายมวยเพราะโดนแฟนบังคับให้กลับมา

ตอนนี้ผมเรียกมันว่าแฟนได้เต็มปาก มันไม่พีคเท่าไหร่เพราะนังหนูไม่ได้พิศวาสผม มันก็แค่อยากรู้อยากลองตามประสาวัยรุ่น (หรืออาจจะเพราะผมมัดมือชกไปก็ได้)

แล้วมาลองกับไอ้ช้างคนนี้ซะด้วย ท่าจะได้เจอดีอย่างที่หวัง

“เฮีย” ผมเดินไปหาเฮียแทน ดูเฮียไม่แปลกใจที่ผมกลับมา เพราะผมแม่งผีเข้าผีออกอยู่แล้ว ปีที่แล้วผมก็เคยจะลาออกเพราะขี้เกียจตื่นมาวิ่งจ้อกกิ้งเช้าๆ จะลาออกไปนอน เหี้ยดีปะ “ผมมีแฟนแล้วว่ะ”

“อีกแล้วเหรอ” นั่นเป็นคำแรกที่หลุดออกมาจากปากเขา

“อะไร ตื่นเต้นหน่อยไม่ได้?”

“ก็มึงจะไปฟันเขาแล้วทิ้งอีกแล้วไง” เฮียพูดถึงสันดานผมเมื่อก่อนที่ทำกับแฟนเก่าทั้งหมด ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมทำจริงแล้วไม่รับผิดชอบ ไม่มีใครท้องเพราะถึงเชื้อมันจะดี แต่ผมไม่ได้อยากเลือกใครเป็นคู่ชีวิตจริงจัง

แต่คนนี้ผมว่าใช่

ใช่รึเปล่าไม่รู้ เพราะทุกคนที่คบแรกๆ ก็คิดว่าใช่ไปหมด

“คนนี้ยังเด็ก กูจริงจังแต่ก็รอเวลาเก็บ” ผมเอ่ยหน้าตาย “รอสักสิบเก้า ปีหน้าพอ”

“ที่ชื่อหนูใช่มั้ยวะ ไอ้ตัวเล็กนั่นน่ะ”

“รู้ได้ไง”

“ก็ดูออกแล้วกันว่ามึงลาออกเพราะเด็ก คนอย่างมึงแค่อ้าปากก็เห็นไปถึงไส้แล้ว” เฮียพูดแล้วจะตบหัวผมแรงๆ สักที แต่ผมยกมือขึ้นเบรกก่อน

“เดี๋ยว” ผมพูด ไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่ว่า “วันนี้ผมขอไม่ซ้อมให้เด็กได้ปะ”

“มึงนี่หนีงานทุกปีเลยนะไอ้ช้าง” เฮียตบหัวผมจริงจัง “เด็กแม่งเบื่อหน้าไอ้สินจะตายห่าอยู่แล้ว เด็กมันชอบมึง”

“ชอบก็ต้องรอ” ผมไม่แคร์เด็ก แต่แคร์แฟนเด็ก “ผมมันตัวลิมิเต็ด ต้องมารอบหลังๆ”

“มันไม่ใช่ข้ออ้าง”

“งั้นขอมาซ้อมให้เด็กตอนเย็น” ผมยกมือไหว้ ขอเหอะนะวันนี้

“เออ เรื่องของมึง”

ในที่สุดผมก็โดนปล่อยตัวออกมาจากคุกที่เรียกว่าที่ทำงาน

ค่ายมวย แต่ผมสะดวกจะเรียกที่นั่นว่าค่ายกักกันมากกว่า ทำงานก็เหมือนติดคุกว่าปะ

ผมมายืนอยู่หน้าห้องไอ้เด็กเล็ก มันตื่นแล้ว เมื่อเช้าผมได้ยินเสียงมันอาบน้ำเพราะห้องน้ำอยู่ฝั่งเดียวกัน แถมผนังห้องก็บาง แค่เสียงเดินก็ได้ยินแล้ว แต่มันไม่เปิดประตู ไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันภาษาอะไร แฟนอยากเจอก็ไม่ให้เข้าไป

“ที่รัก ตื่น” ผมพูดว่างั้น แต่ไม่มีเสียงข้างในดังออกมา

“...”

“ที่รัก ตื่น” ผมย้ำ แต่เหมือนคนข้างในมันหูหนวกไปแล้ว “เที่ยงแล้ว หิวข้าว”

“...”

“ที่รัก ตื่น”

“...”

“พี่บอกให้ตื่น”

ปึง!!

รอบสุดท้ายผมพูดเสียงนิ่งแต่ถีบประตูสุดแรง

“พี่ช้างอย่าพังประตู!” เสียงข้างในกรี๊ดกลับมาทันที

แกรก

มันเปิดประตูออกมา สีหน้าหวาดหวั่นเพราะเห็นผมมาปลุกตอนเที่ยง เมื่อวานตอนที่เป็นแฟนกันมันก็ทำตัวไม่เหมือนเดิม คิดว่าคงอาย ผมก็รู้ว่ามันเป็นช่วงแรกๆ เดี๋ยวก็คงชินละมั้ง

“ต้องให้ใช้ความรุนแรง” ผมพูดนิ่งๆ แล้วตบหัวมันเบาๆ “พี่หิวข้าว พาพี่ไปแดกข้าวหน่อย”

“ไปเองไม่ได้เหรอคะ” มันทำหน้ามุ่ยแล้วดึงมือผมออก

“ย้อน?”

“ก็เปล่าอ่ะ แต่หนูไม่กินนะ”

“ไม่กินเดี๋ยวจะโดนกิน” ผมขู่ไปงั้น แล้วนังหนูก็สะดุ้งเฮือก “ล้อเล่น”

“พี่ช้างทำไมเป็นคนแบบนี้” มันบ่นอุบ แต่ก็ยอมเดินออกมาเหมือนเอือมระอาและปลงกับคนอย่างผมที่สุดแล้ว

แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ที่มันดันเป็นคนยังไงก็ได้

“เดี๋ยว” ผมเบรกไว้ทันทีที่ได้เห็นกางเกง “ขาสั้นไม่ให้ออก”

“อะไรอีกอ่ะคะ”

“ไปเปลี่ยนเป็นขายาว” ดูผมเป็นคนงี้แต่ผมก็หวงของใช้ได้เลยนะ “ไม่ก็ใส่กางเกงนอนไปแดกข้าวกับพี่”

“โหย ไม่ไหวหรอก วันนี้ร้อนจะตายไป” มันพูดแล้วทำสีหน้าเหมือนผมกำลังบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากจะดีดตัวไปทำ

“กางเกงนอนมันยาวไปเหรอไง?” ผมย้อนถามหน้าตาย เพราะเท่าที่เห็นก็คงมีแต่กางเกงนอนของมันที่เป็นขายาวที่สุด เพราะปกติไอ้นี้มันชอบโชว์ ใส่บ็อกเซอร์ผู้หญิงโปร่งๆ ทุกวันแบบไม่ระวังตัว

ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอก แต่ตอนนี้คงไม่ได้

“ใช่ค่ะ” มันสวนกลับมา มีสีหน้าหมายมั่น

“งั้นก็ได้” ผมพยักหน้ารับ คิดเหรอว่าจะไม่มีวิธีรับมือเด็กดื้อ “งั้นเดี๋ยวพี่เอากางเกงมวยเด็กให้ใส่แทน”

“!”

[จบพาร์ท : พี่ช้าง]

หนูแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อพี่ช้างให้ใส่กางเกงมวยของเด็กที่เขาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าออกไปกินข้าวข้างนอก

คนมองมาเต็มเลย พี่ช้างจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้แล้วดึงหนูลงมาจากรถ ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วจริงๆ มั้ยหนูขอไม่ให้คำตอบค่ะ แต่หนูก็แอบกลัวเหมือนกัน

ก็พี่ช้างเขาผีเข้าผีออกจะตายไป เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไม่สม่ำเสมอกันเลยสักวัน แถมยังเป็นคนไม่เอาอ่าวในสายตาของหนูด้วย เกรงว่าถ้าปฏิเสธไปบ่อยๆ เขาคงตื้อและตื้อจนสุดชีวิตแน่ๆ ก็เลยเอ่ยปากตอบตกลงไปราวกับจะตัดรำคาญ เพราะเขาคงไม่กล้าทำอะไรหนูไปมากกว่านี้หรอก ไหนๆ ก็เป็นน้องเพื่อนนี่นะ

ไม่น่าเชื่อว่าเราจะต้องกลายเป็นแฟนกันจริงๆ จังๆ

“พี่ช้าง” หนูกระตุกชายเสื้อกล้ามของพี่เขาตอนที่พี่ช้างจะเดินเข้าไปในร้านขายอาหารตามสั่ง ที่หนูรู้มาคือคนเป็นแฟนกันเค้าต้องไปนั่งกินข้าวในห้างแล้วก็ดูหนังกันไม่ใช่เหรอ “พี่จะกินข้าวที่นี่เหรอ”

“อ่า”

“ไม่ไปที่ห้างเหรอคะ”

“ไม่ชอบคนเยอะ”

“แล้วไม่ไปดูหนังเหรอคะ”

“ไม่มีอะไรน่าสนใจ” เขายักไหล่ เป็นผู้ชายที่ไร้ความโรแมนติกโดยสิ้นเชิง “นอนดูมวยในห้องดีกว่า”

“อ๋อ” หนูขานรับแล้วทำหน้ามุ่ย ชีวิตประจำวันของพี่ช้างนี่ทำให้รู้สึกแย่สุดๆ เลย

“ทำไมทำหน้างั้น?” เขาถามหน้าตาย แล้วหนูก็ถอนหายใจเบาๆ

“นี่เราเป็นแฟนกันใช่มั้ยอ่ะ” หนูถาม “ไม่ทำอะไรที่คนเป็นแฟนเค้าทำกันหน่อยเหรอคะ”

“...”

“อย่างไปดูหนังก็ยังดี” หนูก็แค่พูดไปอ่ะ แต่ไม่ได้หวังอะไรกับคนอย่างพี่ช้างอยู่แล้ว แค่รู้สึกว่าไหนๆ ก็มีแฟนคนแรก เขาควรทำให้หนูรู้สึกพิเศษกับความสัมพันธ์นี้หน่อยสิ

แต่... ไม่ได้รู้สึกอะไรไปมากกว่าหวั่นใจหรอกนะ รู้เอาไว้เลย

แต่หนูก็แค่รู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่ตัวเองยอมมาเป็นแฟนกับเขาหนึ่งเดือนแบบนี้ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน บอกเขาว่าให้ทำอะไรแบบที่คนเป็นแฟนเค้าทำกันทั้งๆ ที่ไม่ชอบเขาจะตาย เพราะเขาชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง ใช้ชีวิตไม่ได้เรื่อง ชอบใช้หนูตลอดเวลา

แต่ตั้งแต่ปีที่แล้ว... หนูก็แอบมองพี่ช้างบ่อยๆ นะ ก็ไม่แปลกใช่มั้ยล่ะ เจอเพื่อนของพี่ชายที่หน้าตาดี สูง หุ่นดี ตรงสเป็ค เป็นใครก็ต้องแอบมอง

หรือจริงๆ แล้วหนูอาจจะชอบเขาอยู่บ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็ได้แหละมั้ง (แต่อาจจะชอบแค่ที่หน้าตาเฉยๆ)

“อยากดูเหรอ” พี่ช้างถาม เขามีสีหน้าเบื่อหน่าย

“อื้อ” หนูรีบตอบเพราะเขาถามเลยนะ “มีการ์ตูนดิสนี่ย์ออกใหม่ หนูจะไปดูเรื่องนั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป