บทที่ 11 EP. 03|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (2/3)

มีเพียงแต่สายตาของเขามากกว่าที่เริ่มทำให้ฉันไม่มีสมาธิ เขาไม่ได้ผิดอะไรแต่ฉันผิดเองที่คิดมากไป เพราะโดยปกติคนเราพูดคุยสอบถามกันมันก็ต้องมองหน้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ทำไมฉันกลับต้องรู้สึกแปลกด้วย

ฉันว่าฉันนี่แหละที่ท่าทางจะบ้าไปเองคนเดียว

แต่ก็พอเข้าใจตัวเองอยู่เพราะงานนี้มันก็เป็นงานแรกของฉัน ฉันว่าเลิกคิดเรื่องนี้แล้วไปตั้งสมาธิเพื่อพูดคุยต่อดีกว่า เพราะตั้งแต่ที่เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังประมาท การถามคำถามของฉันมันก็ผิดข้อและข้ามกันไปหมดจนฉันงงแล้วว่าตัวเองถามคำถามนี้ไปหรือยัง

ฉันก็ไม่อยากไปถามซ้ำด้วยเพราะเขาเองก็เขียนแจ้งมาแล้วว่าไม่ต้องการให้มาถามซ้ำ เอาเป็นว่าถามแต่ข้อที่ฉันคิดว่าน่าจะยังไม่ถามแล้วกัน

“ข้อนี้คุณถามผมมาแล้ว” ปากกาที่กำลังรอเขียนคำตอบเป็นอันต้องถูกวางลงพร้อมกับหน้าของฉันที่เงยขึ้น

ให้ตายเถอะยัยสีน้ำ

“ขอโทษทีนะคะ คือ...” ฉันเงียบไปเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าผู้ชายคนนี้กำลังเดินเข้ามาหาฉัน พร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมมาใกล้หน้าของฉันมาก

หรือว่าเขาจะโมโห ? จนอยากจะทำร้ายฉันงั้นเหรอ แค่ถามคำถามซ้ำเพียงเท่านี้ถึงกับอยากจะทำร้ายคนคนหนึ่งเลยเหรอ

“…” ฉันกลัวมากก็เลยนั่งนิ่งและไม่ได้หลับตาลงอย่างที่ใจสั่ง แต่กลับเอาแต่จ้องหน้าผู้ชายคนนี้ไม่ละสายตาแทน ซึ่งเขาเองก็จ้องหน้าฉันเช่นกัน

“ขอโทษที่ล่วงเกิน แต่เห็นแล้วมันรู้สึกกวนสมาธิผมนิดหน่อย” เขาพูดพร้อมกับทำท่าทางเหมือนหยิบอะไรสักอย่างจากบนหัวของฉันออก

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระตุกและซ่อนมือไว้ใต้สมุดของตัวเอง เพราะมันดันสั่นไปด้วยความกลัวของความคิดเมื่อก่อนหน้านี้ที่คิดว่าเขาจะมาทำร้ายฉัน

แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่ เขาเพียงแค่หยิบเศษใบไม้ที่ติดมาบนผมของฉันออกให้ก็เพียงเท่านั้น

“…” เขาไม่ได้พูดอะไรแต่ฉันเชื่อว่าเขาสังเกตเห็นอาการของฉันที่ผิดปกติเพราะสายตาของเขาชั่วขณะหนึ่งได้จ้องมาที่แขนทั้งสองของฉันที่กำลังซ่อนเอาไว้ แต่เขาก็ทำเป็นไม่เห็นและไม่พูดถึงแทน

จากนั้นเขาก็เดินกลับไปนั่งลงที่เดิม ฉันจึงรีบสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อขจัดความไม่เป็นตัวเองออกไปแล้วก็เริ่มสัมภาษณ์ต่อแม้จะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ก็จริง แต่เพื่อหน้าตาของบริษัทและคำสัญญาที่พูดกับพี่บัวว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง

ฉันจึงพยายามคุมตัวเองให้มีสติมากที่สุด

“หนูสีน้ำมีธุระที่ไหนต่อหรือเปล่าจ๊ะ ?”

ใช้เวลาไม่นานการสัมภาษณ์ก็จบลงแม้อายุของเขาจะเด็กกว่าฉันก็จริงแต่ความคิดและการพูดจาไม่เหมาะกับคนที่อายุน้อยกว่าเลย ในบางเรื่องเขาพูดอธิบายได้ดีและมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าฉันเสียอีก

ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมตัวเก็บของเพื่อที่จะกลับบ้านเพราะใช้เวลาไปนานพอสมควรมาตั้งแต่บ่ายตอนนี้เย็นแล้วถึงจะเสร็จก็เลยไม่อยากรบกวนเวลาคนที่นี่ต่อ เกรงใจมากด้วยแหละ

เพราะระหว่างที่สัมภาษณ์ก็มักจะมีคนดูแลเข้ามาค่อยเสิร์ฟน้ำขนมของว่างให้ฉันตลอดเลย

และเพื่อไม่ให้รู้สึกผิดหลังจากเก็บของส่วนตัวเสร็จฉันก็เลยรีบเข้าไปช่วยคุณป้าที่กำลังเก็บถาดอยู่ คิดว่าคนดูแลน่าจะติดงานกันหมดคุณป้าถึงได้ขึ้นมาเก็บเองแบบนี้

ส่วนเขาก็กำลังช่วยกันเก็บด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากให้แม่ของเขาทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่

ดูเป็นลูกชายที่รักแม่มากน่าดู

“น้ำคิดว่าน่าจะกลับบ้านเลยค่ะคุณป้า” ฉันพูดด้วยถ้อยคำนอบน้อมอีกครั้งและก็ค่อยถืออีกถาดที่ว่างเปล่าแทนเพราะถาดที่มีของวางไว้อยู่เขาคนนั้นได้จัดการถือไปก่อนหน้าฉันแล้ว

แต่เราสองคนไม่ได้อยู่ใกล้กันอะไรขนาดที่จะทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันก็เลยไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรขึ้นมา

“ไหน ๆ หนูก็อยู่บ้านป้ามาสักพักแล้วอีกเดี๋ยวคนของป้าก็จะจัดอาหารเย็นพอดี หนูน้ำอยู่ทานข้าวด้วยกันดีไหมจ๊ะ” คุณป้าพูดออกมาด้วยสีหน้ามีความหวังประหนึ่งว่าฉันจะต้องตอบตกลงให้ได้ แต่ใจเกรงใจไง มันก็เลยลำบากใจมากตอนนี้

“ม๊า” เสียงของเขาเอ่ยขึ้น

“ก็ดูสิกินข้าวทีไรมีแต่ผู้ชายม๊าก็เบื่อนะ ถ้าหนูน้ำไม่โอเคก็ไม่เป็นไรจ้ะป้าเข้าใจ เพราะยังไงเราก็ต่างเพิ่งจะรู้จักกัน ป้าขอโทษที่ทำให้หนักใจนะลูก” ตอนแรกที่เขาเอ่ยฉันคิดว่าเขาคงไม่อยากให้ฉันอยู่ แต่ที่ไหนได้สีหน้าของฉันทุกคนมองมันออกหมดว่าฉันหนักใจอยู่นี่เอง

ส่วนคุณป้าก็ดูซึมไปนิดหน่อยเลย จะว่าไปแล้วมันก็จริงถ้าไม่นับรวมคนดูแลบ้านผู้หญิงในนี้ที่อายุรุ่นราวฉันไม่มีเลยสักคน

คุณป้าก็คงเหงานั้นแหละสามีก็ผู้ชายลูกของตัวเองก็ผู้ชาย ด้านนอกก็เด็กในค่ายผู้ชายเต็มไปหมดเลย

เอาไงดี...

ฉันเองก็เกรงใจด้วย แต่สีหน้าคุณป้าเองก็ดูผิดหวังมากเหมือนกัน

“คุณป้าพูดมาขนาดนี้แล้วน้ำเองก็ไม่กล้าปฏิเสธหรอกค่ะ” ฉันตอบออกไปยิ้ม ๆ ในขณะที่เราสามคนกำลังเดินลงบันไดกัน โดยคนที่เดินนำหน้าก็เป็นดีนตามด้วยม๊าของเขาและก็ฉัน

“ต้องแบบนี้สิหนูน้ำ” คุณป้าเดินอารมณ์ดีเหมือนเด็กเล็กเข้าไปในห้องครัวโดยการที่แอบชนลูกชายตัวเองประหนึ่งว่าฉันชนะแล้วนะอีกด้วย

ส่วนดีนก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาก็เดินตามไปปกติ

ฉันเองก็เดินตามหลังเขาอยู่ห่าง ๆ

“ถ้าคุณไม่โอเคกลับเลยก็ได้นะครับ ส่วนเรื่องนี้เดี๋ยวผมคุยให้เอง” ดีนพูดขึ้นในขณะที่เราสองคนกำลังเดินไปที่ห้องครัวอีกฝั่งที่ไม่ใช่ฝั่งที่คุณป้าเข้าไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป