บทที่ 12 EP. 03|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (3/3)

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รับปากไปแล้วน้ำเองก็ไม่อยากผิดคำพูด” ในเมื่อฉันรับปากไปแล้ว ถ้ามาผิดคำพูดทีหลังคุณป้าน่าจะเสียใจน่าดู

“อืม” เขาตอบกลับมาเพียงเท่านี้บทสนทนาของเราสองคนก็เป็นอันจบลง

“หนูน้ำเอารถมาหรือเปล่าลูกทำไมป้าไม่เห็นเลย”

“อ่อ เดี๋ยวหนูกลับรถประจำทางเอาค่ะคุณป้า” ฉันพูดพร้อมกับยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน ตอนนี้ฉันกำลังจะเตรียมตัวกลับแล้วหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ

จะว่าไปก็เป็นการทานอาหารที่เกรงพอสมควร

มีแต่คุณป้าที่ดูร่าเริงแต่อีกสองคนไม่เลยเหมือนถอดแบบกันมาเป๊ะ ๆ นิ่งเหมือนกันทั้งพ่อลูกจนฉันได้แต่นั่งยิ้มทำอะไรไม่ถูกเลย

“อะนั้นไงลูกป้ามาพอดี นี่ตาดีนยังไงก็ต้องขับรถกลับคอนโดนอยู่แล้วก็แวะไปส่งหนูน้ำหน่อยสิ รถประจำทางแถวบ้านเราไม่ค่อยจะมีแล้วด้วยเวลานี้” หืม ? ไม่ใช่ว่าเขาอยู่กับครอบครัวหรอกเหรอ

“ครับ” ทั้งวันมานี้มีหนึ่งสิ่งที่ฉันรู้จากเขาอยู่เรื่องเดียวก็คือเขาเป็นคนพูดน้อยมาก กับครอบครัวเขาดูสุภาพมากคุณป้ากับคุณลุงคงสั่งสอนมาดีมากแน่

แต่ยังไงเขาก็ทำอาชีพเลือดร้อนแบบนั้น ก็คงเอาแน่เอานอนปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็นไม่ได้

เพราะขนาด... ช่างเถอะ ฉันไม่อยากเอาใครมาเปรียบกัน

แต่เดี๋ยวนะ ถ้าให้เขาไปส่งก็เท่ากับว่าเราจะต้องนั่งใกล้กันนะสิ แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก

“ไม่เป็นไรค่ะ น้ำเรียกแท็กซี่ได้”

“แต่แถวบ้านป้าเพิ่งจะมีข่าวเรื่องแท็กซี่ไปเองนะลูก ให้ตาดีนไปส่งนะดีแล้ว ลูกของป้าไม่มีทางล่วงเกินหนูน้ำแน่นอนจ้ะ เชื่อป้าสิ” ฉันอยากจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องนั้นเลย

แบบนี้เขาจะไม่หาว่าฉันแบบ ‘สวยมากเหรอที่ผมจะต้องทำแบบนั้นกับคุณ’ ขึ้นมาจะเป็นไงเนี่ย

แต่ว่ามีข่าวเรื่องแท็กซี่ด้วยงั้นเหรอ เอาไงดี...อย่างน้อยรถของเขาฉันก็นั่งข้างหลังได้นิ

“รบกวนด้วยนะคะ” ฉันหันไปพูดกับดีนและบอกลาคุณป้าไป เพียงแค่มาสัมภาษณ์วันเดียวทำไมฉันถึงได้ดูสบายใจเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ๆ กับคุณป้าจัง

ท่านดูร่าเริงและใจดีเหมือนกับแม่ของฉันเลย แม่ของฉันก็เป็นแบบนี้ยิ้มแย้มตลอด

“อะ” ฉันรับหมวกกันน็อกมาจากมือของเขาช้า ๆ พร้อมกับทำหน้าทำตาสับสนเพราะรถที่ฉันคาดวังมันไม่ใช่รถยนต์แต่มันกลับเป็นรถมอเตอร์ไซค์แทนซะงั้น

แบบนี้ฉันจะเลือกที่นั่งได้ที่ไหนนอกจากจะต้องนั่งถัดจากเขา

ยังไงดีเรา...

“เอ่อ...คือ”

“ไม่เคยนั่งมอไซค์มาก่อนเหรอ ?” ประโยคนี้เป็นประโยคคำถามที่ไม่ได้แอบแฝงอะไร แต่คนฟังอย่างฉันมันดันเหมือนมาดูถูกกันนี่แหละ

ใครที่ไหนมันจะไม่เคยนั่งมอไซค์กันบ้างเล่า

“เคยค่ะ แต่ว่า...” ฉันติดขัดที่จะต้องพูดว่าตัวเองกลัวผู้ชายเข้าใจหรือเปล่าออกมานี่แหละ

“ถ้าไม่สบายใจก็คิดว่าผมเป็นเพื่อนผู้หญิงของคุณคนนึงก็ได้ เผื่อมันอาจจะช่วยได้” เขาพูดพร้อมกับสวมหมวกกันน็อกของตัวเองและก็หันมาแย่งหมวกกันน็อกของฉันไป

จากนั้นสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำก็เกิดขึ้นคือเขากำลังสวมใส่หมวกกันน็อกให้กับฉันอยู่

ตึกตัก**!**

ฉันสับสนมึนงงและทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งให้เขาจัดการพร้อมกับใจที่กระตุกตีกันรัว ๆ ไม่เป็นจังหวะการหายใจถูกหยุดไปแบบไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่เกร็ง

“…”

“ขอโทษที่ถือวิสาสะ แต่ผมเห็นคุณยืนถือไว้ตั้งนานไม่ยอมใส่สักทีก็เลยคิดว่าใส่ไม่เป็น” เขาพูดจบก็หันกลับไปสตาร์ตรถต่อ

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ” ฉันยืนพูดพร้อมกับมองมอไซค์แล้วก็ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี

คิดว่ามันเป็นบททดสอบสิน้ำ แกจะได้ใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนอื่นอย่างที่ยัยลุลาเคยพูด

“ถ้าแกเอาแต่หนีความกลัวแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่แกจะชนะฮะน้ำ”

“ฉันก็กำลังพยายามอยู่ แต่มันไม่ได้จริง ๆ นะลุลา”

*“ฉันเชื่อว่าแกจะต้องทำมันได้ แต่การที่แกหนีผู้ชายคนนั้นมาแบบไม่พูดอะไรแบบนี้ฉันคิดว่าเขาคนนั้นน่าจะเสียใจมากน่าดู” *

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันจะกลับไปขอโทษเขาเอง”

*“จะกลับไปขอโทษเขา แล้วตัวเองหายกลัวหรือยัง *?”

“ก็...”

“น้ำฉันรู้ว่าเรื่องในอดีตมันทำให้แกกลัวและตามหลอกหลอนแกมาตลอด แต่ถ้าแกชนะความกลัวได้แกจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากเลยนะ*”*

“โอเคฉันจะลองอีกครั้งดู”

เรื่องนี้มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ฉันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมส่วนผู้ชายคนนั้นตอนที่ฉันวิ่งกลับไปก็ไม่พบกับเขาแล้ว

อีกอย่างเรื่องมันนานมากฉันก็เลยลืมหน้าลืมตาของเขาไปหมดแล้ว

ตอนนั้นมีแต่ความกลัวเรื่องอื่นก็พลอยถูกลืมไปหมด

ไม่รู้ว่าเขาเกลียดฉันไปแล้วหรือยัง หรืออาจจะคิดว่าฉันเป็นพวกหยิ่งนิสัยไม่ดีไปแล้วก็ได้ที่ยังไม่ทันตอบคำถามก็วิ่งหนีออกมาแบบนั้น

“จะไปกันได้หรือยัง ?” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำให้ฉันที่มัวแต่นึกย้อนอดีตได้กลับมายังปัจจุบัน

“ค่ะ ๆ” ฉันพ่นลมหายในออกมาแล้วก็เขย่งเท้าเล็กน้อยเพื่อที่จะขึ้นเจ้ามอไซค์คันนี้ เพราะมันสูงกว่าฉันมากแถมเวลานั่งก็ต้องก้มตัวไปทางเขาอีก

เนื่องจากมอไซค์ที่เห็นเหมือนจะไม่ใช่มอไซค์บ้านแบบที่ฉันเคยเห็นทั่วไป มันดูคล้ายกับมอไซค์แข่งตามรายการข่าวกีฬาเลย แต่ฉันแค่เรียกชื่อมันไม่ถูกก็เท่านั้น

แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมมอไซค์สมัยนี้มันจะต้องออกแบบมาให้นั่งลำบากแบบนี้ด้วยนะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป