บทที่ 13 EP. 04|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (1/3)

บทที่ 4

ช่วงเช้ามืดของอีกวัน

คอนโดสีน้ำ

ตอนนี้ฉันกำลังยืนล้างหน้าแปรงฟันอยู่เพื่อเตรียมตัวไปทำงานแบบทุกวัน เมื่อวานหลังจากที่ดีนได้มาส่งฉันเราสองคนก็ไม่ได้คุยอะไรกันนอกจากคำพูดของฉันที่เอ่ยออกไปว่า ‘ขอบคุณค่ะ’ เพียงเท่านี้ต่างคนก็ต่างแยกกันไป

“เอ๊ะ! ให้ตายสิ” ระหว่างที่ฉันคิดอะไรเพลิน ๆ และมองตัวเองในกระจกไปด้วย ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาเตือนว่าฉันกำลังลืมบางสิ่งอยู่

“ลืมไปได้ยังไงเรา สงสัยคงจะแก่แล้วสินะเนี่ย” ฉันรีบล้างหน้าแปรงฟันให้เสร็จและเดินเช็ดหน้าแล้วก็พูดไปด้วย จากนั้นก็เดินไปคว้ากุญแจห้องของตัวเองก่อนจะรีบสาวเท้าวิ่งออกจากห้องเพื่อมุ่งตรงไปยังร้านค้าแถวที่พัก

ฉันลืมไปเลยว่าเช้านี้ฉันจะต้องซื้อขนมปังที่ลุลาชอบไปให้นางเพราะนางได้สั่งให้ฉันช่วยซื้อให้หน่อยเนื่องจากสาขาของร้านนี้แถวคอนโดนางนั้นหมด

ซึ่งเธอเพิ่งจะส่งข้อความมาบอกฉันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง

ยังไม่ทันไรฉันก็ลืมแล้วให้ตายสิ

ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องมารีบซื้อแบบนี้ค่อยมาซื้อก่อนจะออกไปทำงานก็ได้นี่น่า มันก็จริงถ้าเป็นอย่างอื่นนะที่ไม่ใช่ขนมปังตัวนี้เพราะมันดังมากเพราะงั้นคนมักจะมาซื้อกันไปเยอะฉันเลยต้องรีบลงมาซื้อก่อนที่มันจะหมดไป

“ยังมีอยู่แฮะ” ฉันถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าขนมปังที่ต้องการ เหลืออยู่สองอันสุดท้ายพอดี ไม่รอช้าฉันจัดการเหมาไปหมดแล้วเรียบร้อย

ฉันเองก็อยากลองกินเหมือนกันว่าจะอร่อยจริงสมคำร่ำลือของยัยลุลาไหม

“ไหน ๆ ก็ลงมาแล้วงั้นก็ซื้อของไปด้วยเลยแล้วกัน” ในเมื่อลงมาถึงร้านค้าแล้วเพื่อเป็นการที่จะได้ไม่ต้องเดินวนกลับมาที่นี่อีก ฉันเลยกะว่าจะซื้อของจำเป็นและอาหารเช้าของตัวเองขึ้นไปบนห้องเลยแล้วกัน

เนื่องจากว่าถ้าฉันจะต้องมาซื้อก่อนไปทำงานมันจะต้องเดินวนกลับมาอีกทางซึ่งมันจะคนละทางกับทางไปขึ้นรถไฟฟ้านั้นเอง

“อันนี้ก็น่าลอง” ฉันเดินหยิบของไปเรื่อยโดยไม่สนใจเลยว่ามันจะเยอะแค่ไหน ฉันชอบการกินและรักการกินมาก ก็เลยช็อปแหลกบวกกับช่วงนี้เงินเดือนออกด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเงินจะหมดเร็วแค่ไหนกับการช็อปของกิน

“สักครู่นะคะ” เมื่อหยิบของจนพอใจแล้วฉันก็เดินมาที่เคาน์เตอร์เพื่อคิดเงิน และเมื่อทราบถึงราคาทั้งหมดที่ต้องจ่ายฉันก็จัดการหากระเป๋าสตางค์ของตัวเองต่อ

ทว่า...

“ซวยแล้วสีน้ำเอ๊ย” ฉันพูดกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับยิ้มให้พี่พนักงานไปหนึ่งทีเพื่อตอกย้ำวันแห่งความซวยของตัวเองที่ดันรีบจนลืมพกกระเป๋าสตางค์มาด้วย

เอาไงดี

“…” พี่พนักงานเองก็จ้องมองฉันประหนึ่งว่าหยุดยิ้มได้แล้วจ่ายเงินมาสักที

“เอ่อ...คือ” ถ้าฉันจะบอกกับพี่พนักงานว่า ให้รอสักครู่ฉันขอไปหยิบกระเป๋าตังที่ห้องก่อนจะโดนด่าไหมนะ

“นี่ครับ” แต่ระหว่างที่ฉันมัวแต่อายที่จะพูดเสียงของผู้ชายก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

พอฉันหันกลับไปมองก็ต้องขมวดคิ้วนอกจากจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาจ่ายเงินให้ฉันแล้วยังไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมเขาถึงได้อยู่แถวนี้

“ขอบคุณมากเลยนะคะ น้ำขอเลขบัญชีไว้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวน้ำขึ้นห้องไปแล้วจะรีบโอนคืนให้เลยค่ะ” เมื่อเคลียร์เรื่องในร้านจบฉันก็กล่าวขอบคุณเขาที่อุตส่าห์อาสาจ่ายเงินให้ก่อนและเราสองคนก็เลยเดินออกมาด้วยกัน

ฉันไม่ลืมที่จะขอเลขบัญชีของเขาเอาไว้ด้วย เพราะยังไงฉันก็ต้องคืนเงินให้อยู่แล้ว แต่ติดตรงที่มือถือของฉันดันอยู่บนห้องก็เลยจะต้องขอเป็นเลขที่สามารถโอนได้แทน

“ไม่เป็นไรครับ” ดีนตอบกลับมาเสียงนิ่งพร้อมกับหน้าที่มองตรงขณะที่เดินอยู่ เขาไม่ได้หันมามองฉันขณะที่คุยเลยสักนิด

เขาไม่ชอบฉันหรือเปล่านะ ? แต่เราก็เพิ่งเจอกันเองไม่ใช่เหรอจะมีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่ชอบฉันกันนะ

“ไม่ได้หรอกค่ะ เงินที่คุณจ่ายไปก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะให้น้ำได้คืนเถอะค่ะ ไม่งั้นน้ำต้องรู้สึกไม่ดีแน่ถ้าไม่คืน” ฉันพูดออกไปในแบบที่ตัวเองคิด

“เอาไว้เป็นอย่างอื่นแล้วกัน ถ้าผมคิดออกแล้วจะมาบอก” พอพูดจบดีนก็เดินนำหน้าฉันไปเลยประหนึ่งว่าตัวเองพักอยู่ที่นี่

ติ****๊ด

เดี๋ยวนะ ทำไมเขาถึงสามารถสแกนนิ้วเข้าคอนโดที่ฉันพักอยู่ได้กัน ? นี่อย่าบอกนะว่า

เขาเองก็อยู่ที่นี่!

ที่ทำงานของสีน้ำ

“ได้มาไหมยัยน้ำ!!!” ก้นยังไม่ทันได้แตะลงกับเก้าอี้ประตูห้องทำงานของฉันก็ถูกเจ้าตัวเอะอะโวยวายกระชากเปิดเข้ามา

จะเป็นใครไปได้นอกจากยัยเพื่อนตัวแสบของฉัน

“เสียงดังไปแล้วยัยลุลาเกรงใจห้องข้าง ๆ หน่อย อะแล้วก็นี่ของที่แกต้องการหนักต้องการหนา” ฉันเอ่ยตักเตือนเพื่อนของตัวเองที่พูดเสียงดังและเปิดประตูรุนแรงซึ่งมันอาจจะไปรบกวนห้องด้านข้างได้

พร้อมกับหยิบถุงขนมที่นางต้องการยื่นออกไป

“ขอบคุณมากเลยเพื่อนรักกกก ในที่สุดฉันก็จะได้กินแกสักที หาซื้อยากหาซื้อเย็นดีหนักใช่ไหม งั้ม!” จะว่าไปแล้วไม่รู้ว่าฉันได้เพื่อนหรือได้ลูกสาวกันแน่ จับของกินปุ๊บก็จัดการยืนกินปั๊บไม่สมกับหน้าตาอันน่ารักของตัวเองเลย ทำตัวเป็นเด็กไปได้

“เสร็จแล้วก็กลับไปทำงานได้แล้วยัยลุลา ฉันมีเรื่องที่ต้องให้ทำอีกเยอะไม่มีเวลามานั่งดูนั่งฟังแกกินขนมหรอกนะ” ฉันเอ่ยไล่มันแบบตรง ๆ และก็เริ่มเปิดเอกสารพร้อมกับเสียงที่ได้ไปบันทึกมาฟังอีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียดงานต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป