บทที่ 2 EP. 01|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (1/4)
บทที่ 1
ที่ทำงานของสีน้ำ
บ่ายของวัน
“ไม่มีอะไรน่าดูเลยอะแก” ยัยลุลาพูดไปมือก็กดเปลี่ยนช่องไปส่วนอีกข้างก็ยังคงจับส้อมไม่วาง ข้าวก็จะกินทีวีก็จะดู ฉันอยากบ่นมันนะว่าให้ทำทีละอย่างแต่คิดไปคิดมาพูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า
“ไม่มีอะไรดูก็ปิดไป” ฉันเองก็ไม่ได้อยากดูอะไรอยู่แล้วด้วย ในหัวของฉันมีเรื่องให้คิดมากมายถ้าไม่มีเสียงทีวีเข้ามาแทรกฉันน่าจะคิดไอเดียของงานที่ทำออกหลายอย่างอยู่
“ตอนนี้พักเที่ยงนะ นี่แกยังหอบเอกสารมานั่งทำถึงที่นี่อีกเหรอ แบบนี้ให้พ่อฉันเลื่อนขั้นแกไปเลยไหมละ” ยัยลุลาปากก็พูดประชดออกมาแต่ตาก็ยังคงเงยหน้าจ้องมองทีวีของนางอยู่ จนสักพักนางก็ไม่เปลี่ยนช่องแล้ว แต่ช่องที่นางหยุดดูเป็นอะไรที่ไม่เหมาะกับลูกคุณหนูอย่างยัยลุลามาก
“เดี๋ยวนี้แกชอบดูอะไรแบบนี้แล้วเหรอ” ฉันปิดเอกสารตรงหน้าเมื่อเขียนไอเดียที่คิดออกมาใส่ลงไปหมดแล้ว จากนั้นก็ถามคนข้าง ๆ ว่าเปลี่ยนแนวไปชอบแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“รอดูไปเถอะน่า เดี๋ยวแกก็รู้เองว่าทำไมฉันถึงได้ดูรายการนี้” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยและก็นั่งดูตามที่มันบอก เอาตามตรงไม่ได้น่าสนใจสำหรับฉันเท่าไหร่ที่เคยมีความหลังไม่ดีเกี่ยวกับคนพวกนี้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะดูไม่ได้สักหน่อย
ส่วนรายการที่ยัยลุลากำลังดูนั้นก็คือรายการ ‘แข่งมวยระดับโลก’ นั้นเองและดูเหมือนว่าคนที่ยัยลุลาตามดูไม่ห่าง ฉันเองที่ทำงานในวงการข่าวสารมาก็พอรู้จักประวัติคร่าว ๆ อยู่บ้าง
เป็นเด็กหนุ่มไฟแรงและกำลังเป็นที่น่าจับตามองของคนไทยเป็นอย่างมากถ้าการชกครั้งนี้เขาชนะก็จะเท่ากับว่าเขาสามารถเป็นถึงซูเปอร์แชมป์ได้เลย เท่าที่จำได้นี่เป็นการลงแข่งครั้งที่ 5 พอดีถ้าแมตซ์นี้ชนะ ก็คงเป็นเรื่องน่ายินดีของบ้านเมืองเรามาก
“กรี๊ด! หล่อกระชากใจพี่คนนี้มาก!” ระหว่างนั่งดูไปก็มีเสียงของยัยลุลาพูดแทรกขึ้นมาไม่หยุด
“ไม่น่าใช่พี่แล้วนะ ถ้าพูดว่าป้าก็ยังพอเป็นไปได้” ฉันแกล้งแซวมันน่าตายเมื่อเห็นว่ามันเอาแต่กรีดร้องไม่หยุดเวลาที่มุมกล้องจับเข้าไปที่หน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น
ยอมรับว่าหล่อ ยอมรับว่าเท่ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหลงชอบเหมือนยัยลุลาสักหน่อย เพราะเบื้องหลังของคนพวกนี้ก็คงไม่ต่างจากพ่อของฉัน…
ความรุนแรงและวิชาที่ได้เล่าเรียนมาควรเอาไปไว้ใช้กับคู่ต่อสู้บนเวทีมากกว่าคนในครอบครัวตัวเอง นั้นคือสิ่งที่ฉันคิดว่ามันถูกต้องมากที่สุด
“ถ้าฉันเป็นป้าแกก็ป้าแหละยัยสีน้ำ!” มันหันมามองฉันตาขวางพร้อมกับเรียนชื่อเล่นของฉันแบบเต็มยศ
“เลิกบ้าเด็กแล้วรีบกินข้าวสักที มันใกล้ถึงเวลาเข้างานแล้วนะ” ฉันเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่ายัยลุลาเอาแต่มองจอทีวีไม่ห่าง สงสัยคงจะชอบน้องมันมาก
“อะไรเล่าอย่ามาขัดจังหวะสิน้ำ นี่มันเพิ่งกี่โมงเองแกจะตรงเวลาไปไหน” และก็ตามเดิมเมื่อไปขัดจังหวะเวลามันมองผู้อยู่ ฉันก็โดนด่าอีกครั้ง
“โอเค ๆ” ฉันยกมือยอมแพ้มันอีกรอบเมื่อมันจ้องหน้าฉันอย่างโมโห พอยัยลุลาเห็นว่าฉันยกมือยอมแพ้นางก็หันกลับไปดูต่อ
“ฉันไม่ใช่แกนะที่จะเห็นผู้ชายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตบนโลกเท่านั้น” ไม่นานมันก็พูดต่อแต่ครั้งนี้หน้าของยัยลุลาไม่ได้หันมามองที่ฉัน
ซึ่งคำพูดของยัยลุลาก็เป็นเรื่องจริง สำหรับฉันผู้ชายก็เหมือนเป็นเพื่อนร่วมโลกที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาเท่านั้นฉันไม่เคยรู้สึกรักหรือชอบใครเลย ไม่เคยมีโมเมนต์แอบชอบรุ่นพี่หรือรุ่นน้องมาก่อน
มีเพียงอย่างเดียวที่ฉันรู้ก็คือเมื่อไหร่ที่มีผู้ชายเข้ามาใกล้มากเกินไปฉันจะเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ยัยลุลาเองก็รู้ดีเพราะงั้นตั้งแต่สมัยเรียนยันทำงานด้วยกันยัยลุลาก็จะคอยช่วยฉันเรื่องนี้มาตลอด
“จ้า แม่คนโลกสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง” ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะเบะปากพูดออกไป สำหรับฉันผู้ชายอาจไม่สำคัญขนาดนั้น แต่ไม่ใช่กับยัยลุลาที่มักจะโหยหาความรักที่ดีตลอด
แต่มันก็ไม่เคยเจอคนที่ดีเลย ส่วนมากเข้าหาเธอเพราะผลประโยชน์ไม่ก็เรื่องชื่อเสียงเงินทองมากกว่า
“ถามจริงเถอะแกจะปิดกั้นตัวเองไปถึงเมื่อไหร่กัน ผู้ชายมันไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคนหรอกนะ” ฉันนั่งนิ่งเงียบไปเมื่อยัยลุลาพูดเรื่องนี้ออกมา ยัยลุลาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของฉันที่ฉันกล้าระบายความรู้สึกหลายอย่างและเรื่องความหลังของครอบครัวฉัน
