บทที่ 5 EP. 01|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (4/4)
“ก็ใครใช้ให้แกเอาเงินไปเปย์ผู้หมดล่ะ ถ้าแกไม่ทำแต่แรกป่านนี้แกก็ไม่ต้องมาลำบากหรอก” อย่างน้อยถ้ามันมีแม่ก็คงพอช่วยได้แต่นี่มันมีพ่อเพียงคนเดียวก็ลำบากหน่อย ยิ่งพ่อเป็นคนเด็ดเดี่ยวด้วยแล้วท่าจะลำบาก
แม่ของยัยลุลาเสียไปตั้งแต่ที่คลอดยัยลุลาออกมาฉันรู้เพียงเท่านี้นะเพราะเธอเล่าออกมาเพียงเท่านี้และดูเหมือนว่าเธอเองก็ไม่ได้เสียใจอะไรแล้วเพราะเวลาที่เธอพูดถึงใบหน้าของเธอก็ปกติดีทุกอย่าง
เธอเข้มแข็งมากในเรื่องครอบครัว แต่ชอบมาตกม้าตายอ่อนแอแค่เรื่องผู้ชายนี่แหละ
นี่ถ้าฉันเอากะละมังรองน้ำตาของเธอเอาไว้ตั้งแต่คนแรกที่เธอคบป่านนี้น้ำที่ได้มาฉันคงสามารถเอาไปขุดบ่อเลี้ยงปลาได้แล้ว
เสียดายที่ไม่ได้เก็บเอาไว้
“ก็ตอนนั้นมันน่าสงสารนิ แกก็รู้ว่าฉันขี้สงสาร ฉันไม่ได้เปย์สักหน่อยก็แค่ช่วยคน ทำไมพ่อไม่เข้าใจเลย” โดนหลอกก็ยังไม่ยอมรับความจริงอีกทั้งที่ความจริงก็ปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว
ในอดีตผู้ชายพวกนั้นใช้วิธีขอเงินจากเธอโดยการอ้างว่าแม่ป่วยบ้างพ่อป่วยบ้างญาติและบลา ๆ ซึ่งมีทั้งฉันที่ถ่ายรูปส่งว่าคนพวกนั้นมันเอาเงินไปทำอะไร และยัยลุลาจับได้เอง สุดท้ายพ่อของยัยลุลารู้เองบ้าง และผลก็ตามที่เห็น
นางก็ไม่เคยยอมรับความจริงเลย ถึงแม้การกระทำของพ่อนางจะดูโหดและหักดิบมากก็จริง แต่อย่างน้อยมันก็แสดงให้เห็นว่าพ่อของนางรักนางและห่วงมาแค่ไหน
ยังไม่รวมในเรื่องที่ยัยลุลาไม่รู้อีกนะว่าพ่อของนางเองจัดการกับคนที่ทำให้ลูกสาวเจ็บยังไง เรื่องนี้ฉันไม่เคยบอกเธอเพราะฉันดันเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น คุณลุงก็เลยขอให้ฉันเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ
ฉันเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอาไปบอกยัยลุลา เพราะสิ่งที่พ่อนางทำกับพวกนั้นก็สมควรแล้วในฐานะเพื่อน ฉันเองก็โมโหที่คนพวกนั้นมาหลอกและทำให้เพื่อนของฉันเสียใจ
“หลอกตัวเองอีกละ” ฉันส่ายหน้าและนั่งเกาะอกหมุนเก้าอี้เพื่อหันไปมองมันหลังจากที่จัดแจ้งเอกสารเสร็จ
ก็พบว่ามันทำหน้าบึงตึงอีกครั้ง
“ให้ฉันหลอกหน่อยเถอะ ยอมรับความจริงทีไรแล้วมันเจ็บใจ!” ก็พอเข้าใจแหละคนช่วยก็อุตส่าห์ช่วยด้วยความใจดีและคนรับกลับเอาปรนเปรอหญิงอื่นเป็นฉัน ฉันก็เจ็บใจ
“ก็หัดเข็ดบ้างสักที ไม่ต้องวิ่งหาหรอกแบบแกนั่งเฉย ๆ เดี๋ยวก็มีเข้ามาเอง”
“ให้แกพูดใหม่นะน้ำ นั่งเฉย ๆ เนี่ยนะจะมีคนเข้ามาเอง แกไม่เห็นหรือไงว่าฉันนั่งเฉยมากี่ปีแล้ว ไม่มีเข้ามาสักคนเลยให้ตายเถอะ!” มันก็จริงนางก็นิ่งมาหลายปีละนะ
“แกดันนั่งผิดที่ไปหน่อย” ฉันก็ยังคงแถต่อ เพราะที่ที่นางนั่งเป็นที่ทำงานที่ไม่ค่อยมีผู้ชาย ประชากรส่วนมากเป็นผู้หญิงมากกว่าจะให้ที่ไหนมาวิ่งเข้าเธอกันเล่า
“เซ็ง เซ็ง เซ็ง! แกไม่เบื่อบ้างหรือไงไม่คิดอยากจะมีใครเลยเหรอ นี่ถ้าให้ฉันทำแบบแกฉันคงอกแตกตายก่อนแน่” ยัยลุลาเดินมานั่งบนโต๊ะทำงานของฉันอย่างถือวิสาสะ อยากจะด่าแต่ก็กลัวมันจะเสียอรรถรสในการพูด
ก็เลยเลือกที่จะเงียบแทน
“ไม่นะ” เอาตามตรงอยู่คนเดียวก็สบายดีออก อาจจะมีเหงาบ้างแต่มันก็สามารถหาอย่างอื่นมาทำเพื่อแก้เหงาได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายเสมอไป อาจจะเล่นเกม ดูหนัง และอื่น ๆ
“เชื่อเขาเลย!” มันพูดออกมาด้วยเสียงหงุดหงิด
“ไปได้แล้วน่ายัยลุลา พูดไปแกก็ไม่เข้าใจอยู่ดี กลับไปห้องทำงานของแกได้แล้ว” ฉันลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องของตัวเองที่มันถูกปิดเอาไว้ในตอนที่ยัยลุลาเดินมานั่งบนโต๊ะทำงานของฉันก่อนหน้านี้
“งาน! งานอีกแล้วชีวิตแกมีแต่งานหรือไงยัยน้ำ!” นางฟึดฟัดใส่ฉันแต่ก็ยอมลงมายืนดี ๆ และทำท่าเหมือนกำลังจะเดินออกมาจากห้องของฉันทั้งที่ปากก็ขยับบ่น
“แกก็น่าจะรู้ว่าชีวิตฉันมีแค่นั้นจริงอย่างที่แกพูดนั้นแหละ ไปเลยไปทำงาน”
“ยัยสีน้ำ!” นางร้องเรียกชื่อฉันเสียงดังเมื่อเห็นว่าฉันยอมรับคำพูดของมันง่าย ๆ และก็ดูเหมือนการทำแบบนี้จะทำให้นางดูหงุดหงิดกว่าเก่ามาก
แต่ตอนนี้ฉันอยากอยู่อย่างสงบสักพักเพราะงั้นฉันรีบให้มันกลับห้องทำงานของตัวเองไปก่อนดีกว่า ฉันอยากมีสติให้มากที่สุดก่อนที่พี่บัวจะออกมาจากห้องประชุม เพราะกลัวว่าตัวเองจะตื่นเต้นเกินไปจนอาจจะไม่มีสติได้ ใจเย็นไว้นะสีน้ำ!
