บทที่ 6 EP. 02|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (1/4)

บทที่ 2

ก๊อก ก๊อก ~

“พี่เองน้ำ…นั่งเถอะจ้ะ” ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งอ่านเอกสารและรวบรวมบทสัมภาษณ์อยู่ เสียงเคาะตรงหน้าประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นพร้อมกับมีใครบางคนเปิดเข้ามา

ฉันที่คิดว่าคงเป็นยัยลุลาตอนแรกก็เลยไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งได้ยินเสียงและเงยหน้าขึ้นไปกลับพบว่าเป็นพี่บัว ฉันจึงรีบลุกขึ้นยืนอย่างไว

แต่พี่บัวเองไม่ได้ถือสาอะไรก็เลยทำท่าทางกวักมือลงให้ฉันนั่งเหมือนเดิม

“ขอโทษทีค่ะ น้ำนึกว่าเป็นยัยลุลาที่เข้ามา” หลังจากพี่บัวปิดประตูห้องลงและได้เดินมานั่งลงตรงหน้าของฉัน ฉันก็เริ่มอธิบาย เพื่อไม่ให้พี่บัวมองฉันในทางที่ผิดคิดว่าไม่เคารพเธอ

“ไม่เป็นไรจ้ะ เรามาเริ่มคุยเรื่องงานกันเลยดีกว่าไหม” พี่บัวส่งยิ้มเอ็นดูมาให้ฉัน และแสดงสีหน้าว่าตัวพี่เขาเองไม่ได้คิดอะไรแบบที่ฉันกำลังคิดอยู่ จึงส่งผลให้ฉันรู้สึกโล่งใจขึ้นมา

และได้พยักหน้าตอบตกลงไปถึงการพูดคุยเรื่องงานต่อจากเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

“คือแบบนี้นะ ทางบริษัทได้เสี่ยงดวงลองติดต่อไปขอสัมภาษณ์กับค่ายมวยธาดาก้องวณิ ที่เพิ่งได้แชมป์จากการแข่งมวยระดับโลกมาเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน แล้วทีนี้ทางนั้นเขาตอบตกลงกลับมา” พี่บัวพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นและดีใจอย่างเปิดเผยแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะส่วนมากพี่บัวจะนิ่งและเก็บอาการเก่งมาก

แต่ฉันก็พอเข้าใจอยู่ว่าทำไมพี่บัวถึงได้ดีใจมากมายขนาดนี้ นั้นก็เพราะว่าค่ายมวยที่พี่บัวกำลังพูดถึงเป็นค่ายมวยดังมีชื่อเสียงและปั้นเด็กในสังกัดให้ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากมาย

ที่พี่บัวน่าจะดีใจไปกว่านั้นไม่ใช่เรื่องชื่อเสียงของค่ายมวยแต่เป็นการที่ได้รับอนุญาตจากทางนั้นต่างหาก เนื่องจากค่ายมวยที่เรากำลังพูดถึงเป็นห่วงและให้พื้นที่กับนักมวยของตัวเองมากจึงไม่เคยตอบตกลงกับสำนักพิมพ์หรือบริษัทไหนให้มาเข้าสัมภาษณ์ส่วนตัวได้เลย

ในเมื่อไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าไปสัมภาษณ์หรือทำข่าวแล้วทำไมถึงได้อนุญาตบริษัทเรากัน ? หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแชมป์ที่ได้มาคงเป็นเรื่องน่ายินดีมากแน่ทางนั้นถึงได้อนุญาต

“แสดงว่าแบบนี้หลายสำนักก็ต้องแย่งกันรีบไปใช่ไหมคะ” มันคงเป็นเรื่องปกติที่การไปทำข่าวจะต้องรีบไปให้ถึงก่อนบริษัทอื่น อาชีพนี้ต้องไว เร็ว และควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้อย่างแม่นยำที่สุด

“รอบนี้ไม่ต้องจ้ะ” พี่บัวอมยิ้มเล็กน้อย

“อ้าว ทำไมล่ะคะพี่บัว” ถ้าเป็นแบบนี้เราก็จะต้องโดนแย่งข่าวนี้ไปทำก่อนแน่

“เพราะว่าทางค่ายอนุญาตแค่บริษัทเราเท่านั้น ส่วนใครที่จะได้ไปสัมภาษณ์ก็คงไม่พ้น...” พี่บัวชี้นิ้วมาทางฉัน เรื่องนี้ฉันไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ที่ตัวเองต้องรับหน้าที่นี้ แต่ที่หน้าตื่นเต้นและเป็นกังวลเลยก็คือ ฉันต้องไปแค่บริษัทเดียวและพูดคุยคนเดียวกับผู้ชายโดยไม่มีคนอื่นร่วมด้วยเนี่ยสิ

ไปค่ายมวยคงไม่ได้ไปสัมภาษณ์ผู้หญิงแน่ อีกอย่างอาการเรื่องเข้าใกล้หรือพูดคุยนาน ๆ กับเพศตรงข้ามของฉันมันก็น่าหนักใจมาก

มีงานแรกทั้งทีก็หยาบเลยไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะต้องไปสัมกับค่ายมวยแบบนี้

ปฏิเสธไปดีไหมนะ ?

“พี่บัวคะ” ฉันเรียกชื่อพี่เขาพร้อมกับทำหน้าหนักใจเล็กน้อย

“ว่าไงจ๊ะ”

“คือว่า...พี่บัวมั่นใจแล้วใช่ไหมคะว่าจะให้น้ำเป็นคนไปทำหน้าที่แบบนี้ น้ำว่ามันดูสำคัญมากเลย อีกอย่างที่สำคัญเลยคือน้ำก็ไม่เคย...” พี่บัวส่ายหน้าให้ฉันเล็กน้อย

“พี่ไม่ได้ตัดสินใจเองนะเรื่องนี้ เพราะมันสำคัญมากอย่างที่น้ำพูด จึงได้มีการจัดประชุมขึ้นมาแล้ว ทุกคนเองก็ลงมติว่าน้ำนั้นแหละที่ควรไป ถึงน้ำจะไม่เคยลงสนามมาก่อนแต่บทสัมภาษณ์และงานที่ผ่านมาของน้ำมันได้บ่งบอกแล้วว่าน้ำมีศักยภาพมากแค่ไหน ถึงเวลาที่น้ำจะต้องพิสูจน์ความเก่งของตัวเองได้แล้วนะ เพราะโอกาสมันมาขนาดนี้แล้ว” พี่บัวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเธอคงรับรู้ได้ว่าฉันกังวลมาก ส่วนเรื่องเพศตรงข้ามที่ฉันมักจะมีอาการอยู่ มีเพียงแค่ยัยลุลาเท่านั้นที่รู้

ฉันก็อยากพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน หรือว่าบททดสอบครั้งนี้จะทำมาเพื่อให้ฉันได้ลองก้าวข้ามผ่านความกลัวในจิตใจของตัวเองก็ได้

“ค่ะพี่บัว น้ำรับปากเลยว่าจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อเสียงถึงพี่บัวและบริษัทอย่างแน่นอน”

มันถึงเวลาที่ฉันจะต้องลองสักตั้งแล้ว เรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้วฉันไม่ควรกลัวแล้วสิ ฉันโตแล้วนะ ฉันไม่ได้เป็นเด็กเหมือนอย่างเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป