บทที่ 8 EP. 02|ขอรักหน่อยได้หรือเปล่า? (3/4)

แต่ฉันแค่ไม่รู้ว่าทำไมยัยลุลาถึงได้ดูไม่ถูกกับพี่บัวเลยทั้งที่พี่เขาก็เลี้ยงนางมา เรื่องนี้ฉันไม่รู้จริง ๆ เพราะเธอเองก็ไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเหมือนกัน อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องของฉันด้วยก็เลยไม่อยากถามอะไรมากมายสักเท่าไหร่

“อันนี้เป็นเอกสารเพิ่มเติมนะน้ำ” พี่บัวไม่สนใจเสียงของยัยลุลาที่ตั้งคำถาม แต่เดินมาวางเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของฉันแทน

“ไม่รู้ละ ยังไงลุลาก็จะไปไม่มีใครมาห้ามลุลาคนนี้ได้หรอก” ยัยลุลาพูดเสียงเชิดและลุกขึ้นเพื่อจะหมุนตัวเดินออกจากห้องของฉันไป

“แต่น้าว่ามีคนหนึ่งนะที่จะห้ามได้” พี่บัวพูดขึ้นด้วยเสียงนิ่ง

“ชิ!” เมื่อจบคำพูดของพี่บัวยัยลุลาก็ปิดประตูลงอย่างโมโหเหลือไว้แต่เพียงเสียงเดินกระแทกจากด้านนอกที่บ่งบอกได้ว่ายัยลุลาไม่พอใจมาก

ส่วนใครที่ห้ามยัยลุลาได้ฉันคิดว่าทุกคนก็น่าจะพอเดากันได้นะ

คนที่มีอำนาจมากที่สุดในบริษัทนี้ ไม่ต้องเอ่ยนามออกมาก็พอจะรู้ว่าพี่บัวหมายถึงใคร

“ขอบคุณนะน้ำที่ยังคงเป็นเพื่อนกับหนูลุลาของพี่มาตั้งแต่เด็ก ๆ” พี่บัวเองต่อให้จะดูเหมือนดุแต่ยัยลุลามากแค่ไหน แต่หัวอกของคนที่ดูแลมาแต่เด็กก็จะต้องมีความรักและผูกพันอยู่มากนั้นแหละ

ฉันไม่แปลกใจว่าทำไมพี่บัวถึงพูดแบบนี้ เพราะยัยลุลาเป็นคนเอาแต่ใจมากหลายคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนถ้าไม่หวังผลประโยชน์อะไรก็มักจะทนกับนิสัยของเธอไม่ได้

แต่ไม่ใช่กับฉันที่เข้าใจเธอ ว่าที่เธอทำทั้งหมดก็เพื่ออยากให้ทุกคนรักและสนใจเธอ เบื้องหลังแท้จริงแล้วเธอไม่เคยคิดไม่ดีกับใครเลยด้วยซ้ำ

ถ้าเทียบกับคนอื่นที่จ้องแต่จะรังแกเธอ

“อย่ากังวลไปเลยคะ ยัยลุลาก็เป็นแบบนี้เดี๋ยวก็กลับมาดีเหมือนเดิมแล้ว” ฉันพูดออกไปในฐานะเพื่อนที่รู้ใจ ยัยลุลาโกรธใครไม่นานหรอก และยิ่งเป็นคนที่เลี้ยงดูเธอมาอย่างพี่บัวด้วยแล้วภายในใจลึก ๆ เธอก็รักพี่บัวนั่นแหละ

เพียงแต่ว่าเธอแสดงออกมาไม่เป็นมากกว่า และคงอายที่จะต้องแสดงออกมาจึงเลือกที่จะแสดงในด้านที่เหมือนเด็กนิสัยไม่ดีแทน

“โอเคจ้ะ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูให้พี่บัว ยืนดูจนพี่บัวเดินหายไปถึงได้ปิดประตูลง

“อีกสักสิบนาทีค่อยกลับแล้วกัน” ฉันเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ทำงานต่อเมื่อมองดูนาฬิกาที่บอกเวลาเลิกงานแล้ว แต่ฉันยังรู้สึกว่าไม่อยากกลับเร็วก็เลยคิดว่าจะคิดงานต่ออีกหน่อยในขณะที่สมองกำลังแล่นอยู่

ร้านนั่งชิว

กลางคืน

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกนั่งจ้องหน้าจอมือถือสักทีไอ้ดีน” เสียงของไอ้ ‘ดันเต้’ ดังขึ้นเมื่อมันเห็นผมเอาแต่นั่งจ้องมือถือของตัวเองมาตั้งแต่ที่เราเข้ามานั่งในร้านนี้แล้ว

“…” เป็นร้านที่ผมไม่ได้อยากมาและไม่ได้อยากเจอมันเลยด้วยซ้ำ แต่เหตุผมที่ผมยอมออกมาก็เพราะว่ามัน...

“กูอุตส่าห์เลี้ยงฉลองให้เพื่อนรักอย่างมึงที่ได้แชมป์มาทั้งที เสือกเอาแต่ก้มหน้าจ้องมือถืออยู่ได้ ถามจริงเถอะมีอะไรให้น่าดูหนักหนาวะ ไหนเอามาให้กูดูบ้างดิ๊!” มันพูดจบก็ทำเหมือนจะมาคว้ามือถือของผม แต่ไวกว่าที่ผมเก็บมือถือลงกระเป๋าเหมือนเดิม

“มึงต้องแอบดูอะไรที่ไม่ดีแน่ ไม่คิดเลยว่าคนแบบมึงจะอาภัพขนาดต้องหาอะไรดูแบบนี้ กูเคยบอกแล้วว่าให้มึงควงผู้หญิงสักคนก็ไม่เชื่อ เป็นไงล่ะ เล่นตัวดีนัก” ผมถอนหายใจอย่างรำคาญที่มันเอาแต่พูดเรื่องปัญญาอ่อนและไม่ได้รู้เลยว่าผมไม่ได้คิดแบบนั้น

ผมจึงเอื้อมมือไปหยิบแก้วของตัวเองและของมันขึ้นมาเพื่อให้มันหยุดพูดจากนั้นก็ยื่นแก้วดังกล่าวไปให้มันดื่ม มันจะได้สงบปากสงบคำลงเสียที

ผมเป็นคนไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ และก็เป็นคนไม่ชอบให้ใครมาถามอะไรย้ำ ๆ เพราะมันสร้างความรำคาญใจให้กับผมมาก

แต่ไอ้ดันเต้เสือกเป็นทุกอย่างที่ผมเกลียด แต่น่าแปลกที่เราก็ยังคงเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากถึงหลายปี

จนผมชิน... ถ้าไม่ใช่มันป่านนี้ผมคงต่อยเข้าหน้าไปแล้ว

ผมไม่ได้เลือดร้อนหรือทำร้ายคนอื่นไปทั่วหรอกนะ แต่ที่พูดไปก่อนหน้านั้นก็แค่พูดตามให้มันได้อรรถรสก็เพียงเท่านั้น

ถ้าไม่ได้มาทำร้ายผมหรือคนที่ผมรักแม้แต่ครอบครัวของผมก่อน ผมก็ไม่มีทางไปทำร้ายใครหรอก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป