บทที่ 1 กลับมาเจอกันอีกครั้ง
รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมไฮเอนด์สีแดงสดกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวนักแสดงของบริษัทผลิตละครที่คุ้นเคย ก่อนชะงักจังหวะไปเล็กน้อยเมื่อเจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองสบประสานสายตากับคนมาก่อนที่กำลังนั่งทำผมอยู่หน้ากระจก ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าได้ความบริสุทธิ์ของเธอไป มองเธอนิ่งๆ ไร้ซึ่งความรู้สึกผ่านกระจกเงาบานโต
ดวงตากลมโตวูบไหวเพียงครู่ ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยไม่ทันมีใครสังเกตเห็น
ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาสัญญาว่าจะไม่เข้ามาวุ่นวายกับเธอและคนรักของเธออีก เธอกับเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
ไม่เคยคิดเลยว่าเวลาผ่านไปร่วมสองเดือนที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเองตามแบบที่ควรจะเป็น มันไม่ได้ทำให้เธอลืมค่ำคืนร้อนแรงระหว่างเขากับเธอไปได้เลยแม้แต่น้อย
ความจริงก็ไม่ต่างจากเขา ดาราหนุ่มรูปหล่อขบกรามแน่น พยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ ทั้งที่หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำรัว ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่เมื่อเห็นหน้าของอดีตเพื่อนรักที่เขาพรากพรหมจรรย์ไปจากเธออย่างหน้าด้านๆ อีกครั้ง กลับไม่สามารถควบคุมสมองที่มันเอาแต่คิดภาพความสุขระหว่างเธอกับเขาไปได้เลย
หนุ่มสาวเอาแต่จ้องมองกันผ่านกระจกเงา ทำให้เกิดความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอกับเขาซึ่งเป็นคนเดียวกันเห็นท่าไม่ดี จึงเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบออกมาก่อนใคร
“ว้าว นางเอกของเรามาแล้วค่ะ ช่างหน้าช่างผมพร้อมนะ”
ปิ่น กุลีกุจอจัดที่นั่งให้ดาราสาว พร้อมทั้งช่วยช่างแต่งหน้าจัดเรียงอุปกรณ์จนครบเซต ทั้งที่ปกติไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องแบบนี้เลยสักครั้ง
“สวัสดีค่ะพี่ๆ ขอโทษนะคะที่วันนี้มิตามาสาย”
มิตา นางเอกสาวลูกรักของช่อง ยกมือไหว้ทักทายทีมงาน พร้อมทั้งเอ่ยขอโทษที่วันนี้ตัวเองเดินทางมาถึงกองถ่ายสาย ทั้งที่เช้านี้มีพิธีบวงสรวงแล้วตามด้วยการฟิตติ้งเสื้อผ้าและถ่ายรูปสำหรับทำการโปรโมตละครกันทันที ก่อนที่พรุ่งนี้จะเริ่มเปิดกล้องอย่างเร่งด่วนแทบไม่มีวันพัก เพราะโปรเจคนี้ผู้ใหญ่ทางช่องเร่งมาเป็นกรณีพิเศษ
“ไม่เป็นไรค่ะน้องมิตา พี่นีออนเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เรามาเริ่มแต่งหน้ากันดีกว่านะคะ อีกไม่ถึงชั่วโมงพิธีก็จะเริ่มแล้วค่ะ”
ดาราสาวพยักหน้า ก่อนเหลือบสายตาไปสบกับผู้ชายที่นั่งมองหน้าเธอนิ่งๆ อยู่ที่เก้าอี้ตัวข้างกัน ทั้งที่เขาแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้ว
“เอ่อ พัชร์ ไม่เจอกันนาน แกสบายดีนะ”
แม้ยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเป็นเพื่อนกับเขาเหมือนเดิม แต่ถ้าหากเธอไม่เอ่ยทักทายให้เหมือนปกติ คงไม่พ้นตกเป็นประเด็นต้องสงสัยให้ดวงตานับสิบคู่ในกองถ่ายที่คอยสอดส่องหาข่าวดาราได้เอาไปซุบซิบนินทากันสนุกปาก
“สบายดี เธอล่ะ”
แม้เขาจะเรียกเธอแตกต่างไปจากเดิมตั้งแต่คืนนั้น แต่ก็ยังดีที่เขายังดูปกติเหมือนเดิม ราวกับไม่เคยมีเรื่องราวผิดพลาดของเธอกับเขาเกิดขึ้นมาก่อน
วันนี้เขาคงคิดได้และเดินหน้าต่อกับชีวิตอิสระของดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์แล้ว คงมีแต่เธอ ที่ยังคงคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นในทุกค่ำคืน กว่าจะข่มตานอนหลับลงไปได้ช่างยากเย็นเหลือเกิน
“อืม สบายดี”
“ตาย เด็กๆ อย่าเพิ่งเม้ามอย มิตามาแต่งหน้าก่อน มีเวลาเม้ากันอีกหลายเดือน พัชร์ นายแต่งหน้าเสร็จแล้วก็ไปใส่เสื้อผ้าสิ แล้วมานั่งรอที่นี่แหละ เดี๋ยวคุณแป้งก็คงจะมาแล้ว”
“ครับ พี่ปิ่น”
ธพัชร์ พระเอกรูปหล่อคิวทองเดินออกไปแล้ว ปิ่นจึงลอบสบตาให้กำลังใจดาราสาวที่ตนรักราวกับน้องสาวแท้ๆ ผ่านกระจกเงาโดยไม่ต้องพูดจาก็สื่อสารกันเข้าใจ
หลังจากพิธีบวงสรวงและการสัมภาษณ์ทีมดารา ผู้กำกับและผู้จัดผ่านพ้นไป แสงแฟลชก็สว่างวูบวาบพร้อมเกิดเสียงเซ็งแซ่ของกองทัพนักข่าว เมื่อนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อผู้ซึ่งเป็นเจ้าของหัวใจตัวจริงของนางเอกสาวที่เพิ่งเปิดตัวคบหากันในฐานะแฟนได้เพียงสองเดือน หอบดอกกุหลาบสีขาวช่อโตมาให้กำลังใจคนรักถึงที่
“ผมเป็นกำลังใจให้นะครับมิตา”
“ขอบคุณมากค่ะ คุณเอก โดดงานมาหามิตาอีกแล้วนะคะ”
นางเอกสาวรับกุหลาบช่อโตจากผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สุดมากอดแนบอก แล้วสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้สีโปรดท่ามกลางเสียวโห่แซวของกองทัพนักข่าวที่ได้โอกาสขอถ่ายรูปคู่และขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับความรักของคนทั้งคู่เสียเลย
มิตาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลำแขนแกร่งของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าแฟนโอบกอดรอบเอว เธอเงยหน้ามองเขา ก่อนค่อยๆ ฉีกยิ้มกว้างเพื่อถ่ายรูปคู่
