บทที่ 11 ตอนที่ 10 จูบรสควัน [ 18+ ]

ตอนที่ 10 :

จูบรสควัน [ 18+ ]

“เหม็นแล้วตามมาทำไม”

โฉมงามรุ่นพี่ไม่เอ่ยปากถามไถ่เปล่า ๆ ทว่าเจ้าหล่อนยังจงใจพ่นกลุ่มควันสีเทาหม่นลอยละล่องเข้าใส่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างนึกสนุกหมายจะแกล้งปั่นหัวประสาท ทว่าฝั่งคนถูกกลั่นแกล้งกลับไม่ได้นึกสนุกสนานร่วมด้วยเลยสักนิดเดียว

“พอแล้วหยุดสูบได้แล้ว”

สุ้มเสียงเข้มทรงพลังร้องสั่งระงับกิจกรรม ชายหนุ่มเอ่ยจบก็สาวเท้าก้าวตรงดิ่งเข้าไปหาคนอายุมากกว่าด้วยท่วงท่าคุกคามอันแสนทรงอำนาจโดยไม่มีความเกรงกลัวขลาดเขลาเลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือหนาจัดการปัดเรียวนิ้วที่คีบมวนบุหรี่ของหล่อนจนมันร่วงหล่นลงสู่พื้นซีเมนต์ ตามติดมาด้วยการใช้ปลายรองเท้าบดขยี้จนเศษยาสูบแหลกบี้ติดพื้นดิน ทว่าพฤติกรรมอุกอาจเหล่านั้นยังไม่สามารถสร้างกระแสความตื่นตระหนกตกใจให้แก่แพรไหมได้เท่ากับเหตุการณ์ระทึกขวัญในวินาทีต่อมา

นาทีที่ริมฝีปากหยักร้ายของเจ้าเด็กสี่ตามันเคลื่อนคล้อยประกบแนบแน่นจูบปิดปากลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากพ่นถ้อยคำด่าทอออกไปจนจบประโยคเสียอีก!

"นี่จะทำ อื้ออ..."

"นี่จะทำ อื้ออ..."

คิมหันต์ไม่เปิดโอกาสเปิดช่องว่างให้คนเป็นพี่ได้มีโอกาสเอื้อนเอ่ยถ้อยคำขัดขืนใด ๆ ต่อไป สองฝ่ามือหนาทำหน้าที่ช้อนประคองลำคอระหงเอาไว้แน่นเพื่อล็อกตรึงไม่ให้หล่อนขยับกายดิ้นรนหนีรอด ริมฝีปากร้อนผ่าวราวกับไฟสุมกำลังบดเบียดขยี้ลงบนกลีบปากบางนุ่มหยุ่นด้วยรสสัมผัสอันแสนหิวกระหายและปรารถนาจะครอบครอง พร้อมกันนั้นเรียวลิ้นอุ่นชื้นก็จัดการชอนไชแทรกซึมเข้าสู่โพรงปากหวานล้ำ กวาดต้อนตวัดเลียสำรวจไปทั่วทุกตารางนิ้วราวกับต้องการจะลิ้มลองชิมรสชาติความหอมหวานตรงปลายลิ้นของหล่อนให้มากที่สุด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงนาที เจ้าตัวเพิ่งจะเอ่ยปากบ่นพึมพำว่าเหม็นกลิ่นยาสูบอยู่หมาด ๆ

"อื้อ อ่อย (ปล่อย)"

แน่นอนว่ากระแสการดิ้นรนขัดขืนเพียงน้อยนิดพรรค์นั้น หาได้ช่วยทำให้ชายหนุ่มผู้ทระนงตนหยุดยั้งการกระทำอันป่าเถื่อนลงได้ไม่ ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งเป็นตัวเร่งเร้าให้เขาเพิ่มแรงบดจูบเน้นย้ำทวีความรุนแรงลึกล้ำซาบซ่านมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า และกว่าที่เรียวปากร้ายจะยอมถอนรสจูบออกห่าง มันก็เล่นเอาอากาศหายใจในทรวงอกของแพรไหมเกือบจะเหือดแห้งหมดสิ้น จนโฉมงามต้องรีบอ้าปากกอบโกยตักตวงกระแสลมหายใจเข้าสู่ปอดอย่างว่องไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

“พี่แพร คืนนี้พี่ต้องเป็นของผม”

หึ...

คนอายุน้อยกว่าเค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอแผ่วเบา พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะข่มสะกดความรู้สึกปั่นป่วนและสีหน้าเนื้อผิวที่ร้อนผ่าวแดงซ่านเอาไว้สุดความสามารถ ถึงแม้หยาดน้ำเมาจะออกฤทธิ์จนสติสัมปชัญญะเลือนลางไปมากโข ทว่าหล่อนก็ยังพอหลงเหลือความสติประคับประคองอยู่บ้าง และแม้ภายในใจจะยอมรับว่าสัมผัสจูบเมื่อครู่มันช่างเรียกร้อง ดุดัน และเร่าร้อนระทึกใจไม่น้อย ทว่าการที่จู่ ๆ ไอ้เด็กแว่นบ้านี่มาก้าวร้าวป่าวประกาศว่าเธอต้องไปตกเป็นของเขา มันออกจะเกินขอบเขตเกินไปหน่อยไหม

“เด็กน้อยเอ๊ย กลับไปช่วยตัวเองที่บ้านไป๊ ทำเป็นหรือเปล่าไม่รู้ทำมาพูด คืนนี้ต้องเป็นของผม นึกว่าดูการ์ตูนอยู่หรือไง”

"ทำมาเป็นพูดดูถูก ตัวเองนั่นแหละ โดนจูบไปทีเดียว แข้งขาอ่อนเลยไม่ใช่รึไง"

"ไอ้บ้าสี่ตา ใครเขาขาอ่อน"

"ใครก็ไม่รู้แถวนี้แหละ นี่โดนแค่จูบนะ ถ้าเกิดว่า..."

"โถ่ ไอ้เด็กน้อย"

“ไม่น้อยนะ ดูนี่สิ”

ขาดคำประชดประชัน คิมหันต์ก็จัดการคว้าจับข้อมือเล็กบางของอีกฝ่ายให้เคลื่อนคล้อยเข้าไปกอบกุมสัมผัสแนบชิดกับความแข็งแกร่งเป็นชายที่บัดนี้กำลังตื่นตัวผงาดง้ำขึ้นมาจนเห็นเป็นรูปร่างเด่นชัดเจน พฤติกรรมอุกอาจอัศจรรย์ใจดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้แก่แพรไหมอย่างรุนแรงจนหล่อนต้องรีบกระชากมือกลับคืนมาแทบไม่ทันควัน

ทว่าในเวลานี้ ตัวของชายหนุ่มสวมแว่นเองก็ต้องยอมรับความจริงกับตัวเองแล้วว่า รสจูบผสมกลิ่นยาสูบเมื่อครู่นี้ มันทำหน้าที่ปลุกระดมกระแสอารมณ์ดิบในกายของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาได้ไม่เบาเลยทีเดียว

'หมอนี่เริ่มน่ากลัว ไม่ไหว ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวัง...'

ทั้งกระแสความนึกคิดและสองเรียวเท้าที่ขยับขยับเตรียมจะหันหลังวิ่งหนีมีอันต้องสะดุดชะงักงันลงพร้อม ๆ กัน ยามเมื่อเรือนร่างระหงถูกแรงมือของคนอายุน้อยกว่าฉุดกระชากดึงรั้งเอาไว้แน่น พร้อมกับสายตาคมกริบเอาจริงเอาจังที่สาดส่องลอดผ่านเลนส์แว่นใสสบมองตรงมาเพื่อกดดัน

“จะไปไหน รุ่นพี่ต้องกลับกับผม”

"เฮ้ย ไม่เอา จะบ้ารึไง"

"ผมจะไม่พูดซ้ำ ถ้ารุ่นพี่ยังพูดมาก ผมจะหาอะไรมาอุดปากซะ"

ชายหนุ่มหาได้เอ่ยคำขู่สำทับเพียงอย่างเดียวไม่ คิมหันต์ยังจัดการออกแรงลากดึงร่างของแพรไหมให้ก้าวเดินตามมายังรถสปอร์ตคันหรูหราของตนเองที่จอดทอดน่องอยู่ไม่ไกลทันที โดยที่ผู้หญิงตัวเล็กบอบบางซ้ำยังมีฤทธิ์เมรัยแล่นพล่านจนมึนงงเช่นเธอ ย่อมไม่อาจสู้แรงมหาศาลของบุรุษเพศได้เลยแม้แต่น้อย

"ไม่เอา ทำไมฉัน ว้าย…"

ยังไม่ทันที่โฉมงามจะได้ป่าวร้องโวยวายจนจบประโยค ร่างบางก็ถูกอุ้มจับยัดลงไปภายในห้องโดยสารของรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจทันควัน พร้อม ๆ กับเรือนร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่ก้าวตามเข้ามาประจำตำแหน่งคนขับอย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม จนส่งผลให้แพรไหมหมดสิ้นโอกาสที่จะเปิดประตูหลบหนีได้อีกต่อไป

“ไอ้สี่ตา จะทำอะไร”

"..."

“เฮ้ยถามว่าจะทำอะไรไง รถพี่อยู่ที่ผับ ข้าวของพี่ด้วย”

“ถ้าขืนพูดอีกคำ ผมจะจอดรถแล้วหาอะไรยัดปากพี่”

คำเฉลยตอบกลับที่ไม่ตรงเนื้อหาคำถามของคิมหันต์ ทำเอาคนเป็นรุ่นพี่ถึงกับแสดงสีหน้าเหวอรับประทานขึ้นมาในทันที ครั้นจะนึกใจเด็ดกระโดดหนีลงจากรถในเพลานี้ ระดับความเร็วเข็มไมล์ของยานพาหนะที่กำลังแล่นทะยานไปข้างหน้ามันก็แลดูรวดเร็วและน่ากลัวเกินกว่าจะยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเสียนี่!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป