บทที่ 1 บทนำ
“กูชอบมึงนะคิงส์ ชอบมานานแล้ว”
เสียงหวานที่สั่นพร่าเล็กน้อยเอ่ยทำลายความเงียบงันใต้ต้นไม้ใหญ่หลังอาคารเรียน
สายลมเอื่อยๆของช่วงปลายฤดูร้อนพัดผ่านหอบเอาใบไม้ร่วงหล่นลงมาปะทะกับลาดไหล่บางของเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย
‘ชะเอม’ เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สองมือที่ประสานกันอยู่ด้านหน้าบีบเข้าหากันจนชื้นเหงื่อ ด
วงตากลมที่เคยมองโลกในแง่ดีเสมอ บัดนี้เต็มไปด้วยความประหม่าและคาดหวัง ในขณะที่จดจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้า
‘คิงส์’ ในวัยสิบแปดปี ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนขาสั้นสีดำด้วยท่าทีสบายๆ
ทว่าแววตาคมกริบที่มักจะฉายแววกวนประสาทยามอยู่กับเธอเสมอ กลับดูนิ่งงันไปชั่วขณะ
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เสียงถอนหายใจนั้นราวกับทิ่มแทงลงกลางใจคนรอฟังคำตอบ
“มึงแน่ใจนะที่พูดออกมาเนี่ย?”
เสียงทุ้มติดจะห้าวเอ่ยถามราบเรียบ ไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือเขินอายอย่างที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปควรจะมีเมื่อถูกสารภาพรัก
“อืม กูแน่ใจ กูแค่ไม่อยากเก็บมันไว้อีกแล้วว่ะ ยิ่งเรากำลังจะเรียนจบ แยกย้ายกันไป กูยิ่งรู้สึกว่าถ้าไม่ได้บอก กูคงอึดอัดตาย”
ชะเอมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้จะเริ่มเดาคำตอบได้จากสายตาของอีกฝ่ายแล้วก็ตาม
คิงส์เงียบไปอึดใจหนึ่ง ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้เธออีกก้าว ฝ่ามือใหญ่ที่มักจะชอบยีหัวเธอเล่นเสมอ ยื่นมาวางแปะลงบนกลุ่มผมสีดำขลับของเธอเบาๆ ไม่ได้มีความโรแมนติกซาบซึ้ง ทว่ามันคือความเคยชินที่เขามักจะทำเวลาต้องการปลอบโยนเธอ
“เอม มึงก็รู้ใช่ไหมว่ากูมองมึงยังไ”
คิงส์สบตาเธอตรงๆ นัยน์ตาคมเข้มของเขาไม่มีความลังเลเจือปนอยู่เลย
“กูให้มึงได้แค่เพื่อนว่ะ”
คำว่า 'เพื่อน’ ที่หลุดออกจากปากเขา ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของชะเอมซ้ำไปซ้ำมา แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอได้ฟังจริงๆมันก็อดไม่ได้ที่ดวงตาจะร้อนผ่าว
“กูไม่ได้อยากเสียมึงไปนะเวาย” คิงส์พูดต่อ น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นกว่าเดิม
“มึงคือเพื่อนที่กูสนิทที่สุด ถ้าเราคบกัน แล้ววันหนึ่งไปกันไม่รอด กูคงทำใจไม่ได้ที่กูจะไม่มีมึงอยู่ในชีวิต เป็นเพื่อนกันแบบเดิมน่ะดีแล้ว เข้าใจที่กูพูดใช่ไหม?”
เหตุผลของเขาช่างดูเห็นแก่ตัวในความรู้สึกของคนฟัง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหตุผลที่เธอปฏิเสธไม่ลง
ชะเอมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกะพริบตาไล่หยาดน้ำใสๆที่รื้นขึ้นมา ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บหนึบ แต่เธอก็ยังฝืนฉีกยิ้มกว้างออกมา ยิ้มในแบบที่เธอรู้ดีว่าคิงส์ชอบมอง
“เออ กูเข้าใจแล้ว กูไม่ได้หวังให้มึงมารักกูตอบหรอกเว่ย แค่อยากบอกเฉยๆ มึงไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้ปะ”
เธอแสร้งทำน้ำเสียงร่าเริง ยกมือขึ้นปัดมือหนาที่วางอยู่บนหัวตัวเองออกเบาๆ
“สบายใจได้ กูกับมึงก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแหละ ใครจะทิ้งเพื่อนเวรๆแบบมึงลงวะ”
คิงส์กระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอกลับมาต่อปากต่อคำได้เหมือนเดิม ความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศเมื่อครู่จางหายไป
“เออ ให้มันจริงเหอะมึงอะ ห้ามหลบหน้ากูเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“รู้แล้วน่า”
“ดีมาก เตี้ย”
เขายกมือขึ้นดีดหน้าผากเธอเบาๆหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไป
ชะเอมมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เธอพยักหน้าให้ตัวเองเงียบๆยอมรับสถานะเพื่อนสนิทที่เขาขีดเส้นตายเอาไว้อย่างชัดเจน แม้ในใจลึกๆจะยังคงรักเขาไม่เปลี่ยนก็ตาม
หลังจากวันนั้น ชีวิตของพวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวคิงส์ที่แต่เดิมก็มีฐานะปานกลาง จู่ๆก็ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด
ทำให้ครอบครัวของเขาตัดสินใจย้ายนิวาสถานจากต่างจังหวัดเข้าไปตั้งรกรากอยู่ในเมืองหลวงอย่างถาวร
คิงส์สอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาโยธา ในมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ ชีวิตของเขาดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบและมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ในทางตรงกันข้ามชีวิตของชะเอมกลับพลิกผันราวกับฟ้าผ่าลงกลางแจ้ง
อุบัติเหตุทางรถยนต์คร่าชีวิตพ่อและแม่ของเธอไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้เธอต้องอยู่กับยายนวล หญิงชราที่สุขภาพไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
ลำพังเงินเก็บที่มีก็ต้องใช้จ่ายไปกับการจัดงานศพและรักษาตัวยาย ชะเอมที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายและมีความฝันอยากจะเรียนต่อคณะดุริยางคศิลป์ จำเป็นต้องพับเก็บความฝันนั้นลงกล่อง ล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา และตัดสินใจดรอปเรียนเพื่อออกมาทำงานหาเงินเลี้ยงปากท้อง
ระยะทางที่ห่างไกลและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับคิงส์ห่างเหินกันไปโดยปริยาย
ไม่มีการโทรคุยกันข้ามคืนเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีการนัดเจอกันหลังเลิกเรียน สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงสถานะเพื่อนของพวกเขาเอาไว้ คือความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดีย
สองปีเต็มๆที่ชะเอมต้องทำงานงกๆเป็นพนักงานเสิร์ฟบ้าง รับจ้างทั่วไปบ้าง ในขณะที่คิงส์เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อเหลาที่ฮอตที่สุดในคณะวิศวะ
เขาไม่ได้เป็นแค่เดือนคณะ แต่ยังก้าวขึ้นมาเป็นพี่ว๊ากสุดโหดแห่งปีสาม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขวานผ่าซาก ปากหมา ดุดันชนิดที่ว่ารุ่นน้องเห็นหน้าก็ต้องเดินหลบ
นอกเหนือจากเรื่องเรียนและกิจกรรม เขายังใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างคุ้มค่า คู่นอนไม่ซ้ำหน้า แต่ไม่เคยผูกมัดกับใคร เปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า
ทว่าในบางคืนที่เขาดื่มหนัก หรือแค่รู้สึกเบื่อหน่ายกับสังคมรอบตัว ข้อความสั้นๆก็มักจะเด้งเข้ามาในอินสตาแกรมของชะเอมเสมอ
‘ทำงานเหนื่อยไหมมึง อย่าลืมแดกข้าวด้วย เดี๋ยวก็เป็นลมตายห่าไปซะก่อน’
เป็นข้อความที่ดูหยาบคายและไม่ได้มีความอ่อนโยนใดๆทั้งสิ้น แต่ชะเอมก็รู้ดีว่าภายใต้ความปากหมานั้น มันซ่อนความห่วงใยเอาไว้ เธอจึงมักจะตอบกลับไปสั้นๆเช่นกัน
‘เออ มึงก็เพลาๆหน่อยเรื่องกินเหล้าอะ หน้าแก่กว่ารุ่นพี่ปีสี่แล้วนะ’
บทสนทนาของพวกเขามักจะจบลงแค่นั้น สั้น กระชับ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้ว่า อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ตรงไหนสักแห่งบนโลกใบนี้
จนกระทั่งวันหนึ่ง... โชคชะตาก็เหมือนจะเห็นใจเด็กสาวที่สู้ชีวิตอย่างเธอ เมื่อลุงครามและป้าจันทิมาพ่อแม่ของคิงส์ ซึ่งรักและเอ็นดูชะเอมเหมือนลูกสาวแท้ๆมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ได้กลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด
เมื่อพวกท่านเห็นสภาพความเป็นอยู่และการทำงานอย่างหนักของเธอด้วยความขยันขันแข็ง ทั้งสองก็ไม่รอช้าที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
‘ไปอยู่กรุงเทพกับลุงและป้านะลูก ยายนวลก็ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวป้าจะจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลให้ ส่วนเรื่องเรียน ป้าจะเป็นคนส่งเสียหนูเอง หนูมีความฝันอยากเรียนดนตรีไม่ใช่เหรอ ถือซะว่าป้าส่งเสียลูกสาวอีกคนก็แล้วกันนะ’
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ชะเอมลังเลใจในตอนแรกเพราะเกรงใจ แต่ด้วยความอยากเรียนและอยากมีอนาคตที่ดีเพื่อกลับมาดูแลยายให้สุขสบาย เธอจึงตัดสินใจตอบตกลง
โดยสัญญากับตัวเองว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะหาเงินมาใช้หนี้บุญคุณสองสามีภรรยาให้ครบทุกบาททุกสตางค์
การย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านวรโชติเสรี ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความกดดัน
ชะเอมไม่ได้เจอหน้าคิงส์มาสองปีเต็มๆ ถึงแม้จะเห็นรูปเขาผ่านโซเชียลบ้าง แต่การต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน มันก็ทำให้คนที่ยังมีความรู้สึกแอบชอบซุกซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ อดที่จะประหม่าไม่ได้
และวันแรกที่เธอย้ายเข้ามา ก็ดูเหมือนว่าสวรรค์จะแกล้งทดสอบความสตรองของหัวใจเธอเสียแล้ว
เวลาเกือบสี่ทุ่มตรง ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวรโชติเสรีเงียบสงัด ไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่ลงเหลือเพียงแสงสลัว แอร์เย็นฉ่ำทำให้อากาศภายในบ้านแตกต่างจากความอบอ้าวภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์คุ้นหูดังแว่วมาจากลานจอดรถหน้าบ้าน ก่อนที่เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลจะดังขึ้น
ร่างสูงสมส่วนในชุดยเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกดึงออกมานอกกางเกงยีนส์ ปลดกระดุมบนออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่ซ่อนอยู่รำไร แขนเสื้อถูกพับลวกๆขึ้นมาถึงข้อศอก
คิงส์เดินก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีเหนื่อยล้าจากการคุยเรื่องรับน้องมาทั้งวัน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งขรึมและติดจะดุดันอยู่ตลอดเวลา บัดนี้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ชายหนุ่มผิวปากเป็นทำนองเพลงร็อกเบาๆอย่างอารมณ์ดี มือหนายกขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าผากลวกๆ เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปยังโซนห้องครัวที่อยู่ลึกเข้าไป หวังจะหาน้ำเย็นๆกระแทกปากให้ชื่นใจก่อนขึ้นไปอาบน้ำนอน
ทว่า... เมื่อก้าวพ้นขอบประตูห้องครัว เสียงผิวปากของเขาก็มีอันต้องสะดุดกึก
ภายใต้แสงไฟเหนือเคาน์เตอร์บาร์ ปรากฏร่างของใครบางคนยืนหันหลังให้อยู่ คิงส์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบเพ่งมองผู้บุกรุกยามวิกาลอย่างพิจารณา
ไม่ใช่แม่บ้านแน่ๆ... แม่บ้านบ้านเขาไม่มีใครหุ่นแบบนี้
หญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นสัดส่วนที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบจนน่าตกใจ เธอสวมเสื้อยืดคอกลมแบบครอปสีขาวตัวจิ๋วที่รัดรูปจนเห็นส่วนโค้งเว้าชัดเจน เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบขาวเนียน และเอวคอดกิ่วที่ดูเหมือนจะกะทัดรัดจนใช้สองมือรวบได้มิด
ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดอวดเรียวขาขาวเนียนและสะโพกกลมกลึงที่รับกับทรวดทรงองเอวอย่างพอดิบพอดี
คิงส์หยุดยืนนิ่ง สายตาของคนที่ผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วนกำลังประเมินคนตรงหน้าอย่างละเอียด
สัญชาตญาณในตัวเต้นเร่าเล็กน้อยเมื่อเห็นทรวดทรงเย้ายวนนั้น เขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าแม่เคยบอกว่าจะมีแขกมาอยู่ด้วยที่บ้าน แต่ไม่ได้บอกว่าแขกของแม่จะรูปร่างหน้าตาเซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้
จังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากถามเพื่อทำลายความเงียบ ร่างบางที่กำลังรินน้ำใส่แก้วก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่ามีคนอยู่ข้างหลัง เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกับแก้วน้ำเย็นในมือ
ทันทีที่ใบหน้าของหญิงสาวกระทบกับแสงไฟ สองสายตาสอดประสานกัน คิงส์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
ริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยทักทายถูกกลืนหายลงไปในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มที่คุ้นเคย ทว่าดูสวยสะพรั่งและโตเป็นสาวเต็มตัว ปราศจากคราบของเด็กมัธยมหน้าตาซื่อๆที่เขารู้จักเมื่อสองปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
ชายหนุ่มกวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า มองเสื้อครอปตัวจิ๋วที่ขับเน้นหน้าอกหน้าใจที่ดูจะโตเกินวัย
มองหน้าท้องขาวๆ มองกางเกงขาสั้นกุดที่ทำให้หัวใจเขากระตุกแปลกๆ ก่อนจะช้อนสายตากลับขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตคู่นั้นอีกครั้ง
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอย่างสม่ำเสมอ
คิงส์รู้สึกเหมือนตัวเองถูกสตั๊นไปชั่วขณะ สมองที่เคยว่องไวในการด่ารุ่นน้องกลับประมวลผลช้าลงกะทันหัน เขาพยายามเค้นเสียงที่แหบพร่าของตัวเองออกมาจากลำคอ
“ชะเอมหรอ?”
