บทที่ 2 วันวุ่นวายของ(ทักษ์) 70%

“คนไข้ต้องการบล็อกหลังค่ะคุณหมอ อุปกรณ์ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วค่ะ” ผู้ช่วยพยาบาลรีบบอกและเดิมตามหมอทักษ์เข้าไปในห้องผ่าคลอดฉุกเฉินของวอร์ดทันที

“คุณหมอมาแล้วอุปกรณ์พร้อม ทำการฆ่าเชื้อโรคเตรียมไว้เรียบร้อย” บุรุษพยาบาลที่เตรียมอุปกรณ์ในห้องคลอดรีบบอกทันทีเมื่อหมอประจำวอร์ดเข้ามาทำการผ่าคลอดให้กับคนไข้ฉุกเฉิน

“ทุกคนพร้อมนะ เริ่มเลย” หลังจากนั้นทั้งผู้ช่วยและบุรุษพยาบาลรวมถึงนักศึกษาแพทย์ก็เริ่มทำหน้าที่ของตนเองตามคำสั่งของหมอใหญ่แบบมอเทพพิทักษ์ เป็นอย่างดี จนกระทั้งทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลังจากทำการผ่าคลอดจบลง ทุกคนก็คอยดูแลทารกน้อยที่ร้องเสียงดังลั่นในห้องคลอด ทำให้ครอบครัวคนไข้ที่รอลุ้นอยู่ข้างนอกตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ หลังจากได้ยินเสียงเด็กร้อง

แอด~ เสียงเปิดประตูห้องคลอดออกมาพร้อมกับหมอใหญ่ เด็กและคุณแม่ผ่าคลอด

“ดีใจด้วยนะครับคุณได้ลูกสาวสมบูรณ์ และแข็งแรงดี ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกเดียวพยาบาลจะไปส่งคุณแม่ที่ห้องพักและส่งเด็กไปที่ห้องเด็กอ่อนก่อนนะครับ หลังจากนั้นคุณพ่อไปขอเอกสารการแจ้งเกิดน้องที่เค้าเตอร์การเงินได้เลยนะครับ มีพยาบาลคอยให้บริการอยู่ครับ” หมอทักษ์บอกกับคนเป็นสามีของคนไข้ด้วยรอยยิ้มยินดีปรีดาเล็ก ๆ ในวันที่เขาวุ่นวายก็ยังมีสมาธิดีเสมอมา

“ครับขอบคุณ คุณหมอมากครับ ที่ดูแลและบริการพวกเราเป็นอย่างดี เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพทั้งบุคลลากรจริง ๆ ครับ” ญาติคนไข้รีบขอบคุณ คุณหมอและหันไปขอบคุณกับบุคคลอื่น ๆ ที่คอยแนะนำตั้งแต่นาทีเร่งรีบที่ภรรยาของเขาเจ็บท้องคลอด สมแล้วที่เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความนิยมในต่างแดนแบบนี้หาได้ยากมากนักที่ทางรัฐบาลของประเทศจะสนับสนุนโรงพยาบาลของชาวต่างชาติ ที่ไม่ใช้ดินแดนบ้านเกิด

“มันเป็นหน้าที่และสวัสดิการของทางโรงพยาบาลอยู่แล้วครับเชิญคุณพ่อไปดูแลคุณแม่ก่อนก็ได้นะครับแล้วค่อยมาห้องการเงินเพื่อดำเนินเรื่องการแจ้งเกิดทารกอีกที” หมอทักษ์บอกกับญาติคนไข้ก่อนจะขอตัวไปพักที่ห้องทำงานของตนเองทันทีเพราะความเหนื่อยล่าจากการผ่าตัดด่วน

.เพียงหลับตาก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในหัวสมองของเขาทันที

‘ไอ้คนสารเลว แก ๆ แกทำหลานฉันท้อง!!’ จนทำให้ตัวเขาเบิกตากว้างแทบจะนอนไม่หลับอีกเลย ทำไมชีวิตเขามันช่างดูวุ่นวายขนาดนี้นะยิ่งโตยิ่งเหนื่อย ทำไมเสียงยัยป้าคนนั่นต้องมาตามหลอกหลอนในหูและหัวสมองเขาด้วยเนี่ย ชิหงุดหงิดชะมัดเลย

“คุณหมอคะมีเคส คนไข้เตรียมคลอดค่ะเคสฉุกเฉิน คุณแม่น้ำคร่ำแตกกำลังเดินทางมาค่ะ ทางเรากำลังเตรียมห้องคลอดรอแล้วค่ะคุณหมอ” เสียงผู้ช่วยพยาบาลทำให้ทักษ์กลับมามีสติอีกครั้ง

“ครับ ตอนนี้คนไข้ยังมาไม่ถึงใช่ไหม” ผมถามออกไปในขณะที่ฟังเธออยู่ ความจริงคือรู้อยู่แล้วหลังจากที่ฟังผู้ช่วยพยาบาลกล่าวจบเพื่อความแน่ใจผมจึงต้องถามซ้ำออกมาอีกครั้ง

“ใช่ค่ะคุณหมอมีเวลาเตรียมตัวสิบนาทีนะคะ คนไข้ใกล้จะมาถึงแล้วค่ะ” ผู้ช่วยพยาบาลกล่าวย้ำอีกครั้ง จากนั้นก็เดินออกไปเตรียมตัวเพื่อความพร้อมทางการแพทย์และบุคคลากรของทางโรงพยาบาลตามหน้าที่ ของตัวเอง

หลังจากที่ผู้ช่วยพยาบาลของผมเดินจากไป ผมก็รีบเตรียมตัวไปทำหน้าที่ของตัวเอง และเดินตามเธอออกมาเลยเพื่อมาตรวจเช็คความพร้อมอีกรอบ

“คุณหมอะคนไข้มาถึงแล้วค่ะทางเราดูแล้วปากมดลูกเปิดยังไม่ครบแปดเซนยังทำการคลอดไม่ได้ค่ะคุณหมอ” พยาบาล ผู้ช่วยบอกปัญหาเบื้องต้นของคนไข้เคสใหม่

"อืม เด็กกลับหัวใช่ไหมเช็คละเอียดหรือยัง" ผมถามพยาบาลผู้ช่วยอีกครั้ง เพราะ ผมเองก็พึ่งมาดูเคสใหม่โชคดีมากที่ผมยังอยู่เวร ตอนนี้เพื่อรอเปลี่ยนเวรกับเพื่อนอีกคนซึ่งก็ยังไม่มาสักที

ตึก ๆ ตึก เสียงวิ่งอย่างเหนื่อยหอบย่างกายเข้ามาอย่างรีบร้อน

“มาแล้ว ๆ โทษทีนะที่มาช้าไปหน่อยเกือบไม่ทัน เฮ่อ ๆ” สิ้นเสียงพูดก็ยังคงมีเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อย ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

"มาก็ดีแล้วรอรับเคสอื่นไป เดียวเคสนี้ผมรับเองไหน ๆ ก็รับมาตั้งแต่แรกแล้ว ไปพักเถอะครับ” ผมบอกกับคนที่กำลังดูเหนื่อย ๆ อย่างหมอดิน

"ขอบคุณมากครับหมอทักษ์" หมอดินกล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินไปห้องพักอีกฝั่งหนึ่งของตัวเองเพื่อเตรียมตัวรับเคสอื่น

.

“คุณหมอคะคนไข้ปากมดลูกเปิดแปดเซนแล้วค่ะ กำลังย้ายคนไข้ไปห้องคลอดค่ะคุณหมอ” พยาบาลผู้ช่วยแจ้งให้ผมทราบเรื่องของคุณแม่รอคลอดของเคสที่ผมรับมาดูแล

“โอเคคุณเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างครบและพร้อมกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ผมมองตรงไปยังเธอที่พยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเตรียมคลอดก่อน

‘ขอให้วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ฟู้ว’ ผมภาวนาในใจเพราะนี้คงเป็นเคสสุดท้ายของวันนี้ และผมจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่สักที ความจริงผมไม่จำเป็นต้องรับคนไข้ก็ได้หมอที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ขาดแคลน และที่ผมรับเคสคนไข้บ่อย ๆ เพราะผมว่างจริง ๆ ว่างมากเลยนั่นแหละ

ห้องคลอด

“คุณแม่หายใจเข้าลึก ๆ นะครับ เตรียมเบ่งนะครับไม่ต้องเกรง ปล่อยตัวตามสบาย เบ่งตามจังหวะลมหายใจนะครับ” ผมบอกคุณแม่ท้องแรกเพราะดูจากความกังวลแล้วเธอยังตื่นเต้นมาก ๆ อีกด้วยนะ

“ค่ะคุณหมอ” คนไข้ของผมทำตามอย่างใจเย็น ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงกว่าเด็กทารกจะยอมออกมาและส่งเสียงร้องดังลั่นห้องคลอด

"ยินดีด้วยนะครับคุณแม่น้องเป็นเด็กผู้หญิงนะครับ น้ำหนักตัว 2970กรัม อยู่ในเกณฑ์ปกติครับ" ผมบอกคุณแม่ลูกหนึ่งที่ตอนนี้เธอพยายามมองดูเด็กทารกตัวน้อยที่กำลังถูกผู้ช่วยพยาบาลนำไปอาบน้ำเช็ดตัวอยู่

"อะ อะไรนะคะ นะ...น้องเป็นเด็กผู้หญิงเหรอคะคุณหมอ" เธอถามผมดวงตามีน้ำตาคลออยู่ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจ แต่ดูแล้วน่าจะดีใจมากกว่านะ

"ครับเด็กผู้หญิงสมบูรณ์มากเลยครับ" ผมตอบเธอออกไปเด็กทารกน่ารักจ้ำหม่ำมาก

"ขอบคุณนะคะคุณหมอ อินเตอร์ขอดูหน้าลูกหน่อยได้ไหมคะ" เธอถามออกมาพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม

"ได้ครับเดียวผมอุ้มน้องมาให้คุณแม่นะครับรอพยาบาลทำความสะอาดน้องแปบหนึ่งนะครับ" ผมบอกเธอแล้วยิ้มออกมาด้วยความยินดี

"ว่าแต่คุณแม่ตั้งชื่อน้องยังครับ" เพราะผมต้องเขียนชื่อของทารกที่ไว้ที่ข้อมือกันผิดฝาผิดตัว เดียวจะวุ่นวายกันทั้งแผนก

"อินเตอร์ตั้งแล้วนะ น้องแฮม เด็กหญิง ณเวฬา อินเตอร์ชอบชื่อนี้ค่ะคุณหมอ" เธอบอกผมยิ้ม ๆ แต่แววตาทำไมมันดูเศร้าแปลก ๆ นะ ผมคงคิดไปเองละมั้ง ช่างเถอะมันไม่ใช่เรื่องของผมสักหน่อย

.

"น้องมาแล้วครับคุณแม่" ผมอุ้มเด็กทารกมาให้เธอทันทีที่เด็กน้อยได้อาบน้ำเสร็จ

"คุณหมอช่วยถ่ายรูปให้อินเตอร์หน่อยได้ไหมคะ" เธอถามผมด้วยแววตาน่าสงสารมากแล้วใครมันจะไปปฎิเสธลง!

"ได้ครับ ๆ" หลังจากนั้นผมก็ถ่ายรูปให้เธออีกหลาย ๆ รูป

"ขอบคุณนะคะคุณหมอ คุณหมอช่วยเขียนชื่อเล่นกับชื่อจริงให้หนูแฮมด้วยนะคะ ส่วนนามสกุลเดียวพ่อเขาคงใส่ให้เองค่ะ อินเตอร์อยากพักแล้ว" ผมมองคนไข้ด้วยความงุนงง อะไรของเขาว่ะ แปลก ๆ แต่ช่างมันเถอะ ผมก็ทำตามที่คนไข้บอกและให้บุรุษพยาบาลพาไปห้องพักที่จ้องไว้ทันที

.

ภายในห้องพักของอินเตอร์

"ลูกอยู่ไหน" แอลเอถามออกมาทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพัก

"สนใจด้วยเหรอคะ คิดว่าสนใจแต่งานกับคนที่หมอรักสะอีก เดียวก็คงมีคนมาส่งมั้งคะ" อินเตอร์ตอบและมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องพัก ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด นี้สินะความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายหลังจากนี้มันจะไม่มีอีกแล้วละ

"ผมถามคุณดี ๆ แล้วนะอินเตอร์เลิกทำตัวประชดกันสักทีได้ไหม ผมไม่เคยขอให้มารัก ไม่เคยขอความรักจากคุณเลย!!" นี้สินะดีแล้วและหลังจากนี้ไปคงจากกันแบบไม่หวนมาเจอกันอีกแน่นอน 'แม่ขอโทษนะหนูแฮม แม่รักหนูที่สุด'

ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ

"ขอโทษนะครับเอาน้องมาส่งคุณแม่ครับ" ผมเอาเด็กทารกน่ารักมาส่งด้วยตัวเอง นี้สินะพ่อเด็กตอนคลอดก็ไม่อยู่คงยุ่งมายังสวมชุดกาวน์อยู่เลย

"ขอบคุณนะคะคุณหมอ" แม่เด็กหันมาพยายามส่งยิ้มให้ผม ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่านะ

"ครับนี้ครับเอาตัวเล็กมาส่งหลับปุ๋ยเลย คงต้องรออีกสักพักเดี๋ยวพยาบาลเข้ามาสอนวิธีให้น้องกินนมแม่นะครับหมอขอตัวก่อน" ผมปลีกตัวออกมาทันทีที่บรรยากาศในห้องมันช่างมาคุเหลือเกิน เห้อ~ ได้พักจริง ๆ สักที

"อินเตอร์!! ทำไมตั้งชื่อลูกไม่ปรึกษากันสักคำฮะ!"

"ไม่ชอบเหรอ หึไม่ชอบก็เปลี่ยนเลยก็ได้นะไม่ได้สำคัญอยู่แล้วนิ จะปรึกษาคนที่หมอรักก็ได้นะอินเตอร์ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับคนสำคัญของหมออยู่แล้ว เหนื่อยอยากพัก กลับไปสักทีเอาลูกกับไปด้วยเลยก็ดี!" สิ้นเสียงพูดอินเตอร์ก็ล้มตัวนอนทันที หลับตาลงเพื่อปกปิดความเจ็บปวดเอาไว้

เพียงไม่นานเสียงฝีเท้าก็ก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับเด็กทารก

อินเตอร์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง 'ลาก่อน' ข้อความสั้น ๆ เขียนทิ้งไว้บนหัวเตียงพร้อมกับร่างบางที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาใส่ชุด ธรรมดา แล้วออกจากห้องนั่นไปทันที

ห้องพักแอลเอ

"ไอ้หมอลูกใครวะ" โรมเมท ที่มาหาพี่ชายพร้อมกับเวียงพริ้งก็ถามขึ้นมาทันที

"ลูกหมอแอลเหรอคะ น่าชังจังเลย" เวียงพริ้งถามด้วยรอยยิ้ม

"ชื่อน้องอะไรเหรอคะ" เวียงพริ้งถามอีกครั้ง จะได้เรียกตัวเล็กถูก

อีกฝั่งหนึ่งคนที่อยากเห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายก็ยื่นอยู่หน้าห้องของแอลเอ

"อยากตั้งไหมล่ะ" เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วอินเตอร์ ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาแล้วค่อย ๆ ก้าวถอยหลังออกไปทันที

"ละ..ลาก่อนนะคะหนู แฮมของแม่"

.

สนามบิน อินเตอร์รออย่างใจเย็นพยายามที่จะไม่ร้องไห้ เธอไม่ได้กังวลอะไรเพราะรู้ว่าไม่ใช่คนสำคัญคงไม่มีใครตามหาเธออยู่แล้วที่ผ่านมาที่เธอทนเพราะเธอรักมากใจก็เตรียมพร้อมที่จะเจ็บมากเช่นกัน

.

ด้านโรงพยาบาล

"คุณหมอคะ! คนไข้หาย!!" หลังจากที่ทักษ์กะจะได้พักผ่อนยาว ๆ ต้องมาวุ่นวายอีกแล้ว!! ให้ตายสิวะ หมดแล้วเวลาพักผ่อนต้องมาตามหาคนไข้อีก ห้องไหนเนี่ย~

บทก่อนหน้า
บทถัดไป