บทที่ 6 3 .2 | Red Rain

"ก็อยากกินอยู่นะ อยากรู้ว่าตับหวานหรือเปล่า" แกล้งหยอกแล้วยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว นี่เขาเพิ่งเคยยิ้มแบบนี้ให้เธอเป็นครั้งแรก สำหรับคนอื่นอาจมองว่าเขาปกติ แต่สำหรับเธอเขามันเหมือนพวกปีศาจอวตารมาอยู่ในร่างมนุษย์ซะมากกว่า เพราะเธอยังคงจำติดตาตอนที่เธอเคยฝึกงานแล้วโดนจับได้ว่าเธอรับค่าจ้างจากคนอื่นเพื่อหาทางทำให้ครอบครัวเจ้านายผู้มีพระคุณของเขาแตกคอกัน ตอนนั้นเขาขู่เธอด้วยเรื่องจับโยนให้จระเข้บ้างละ หรือไม่ก็จะเอาเธอไปทิ้งไว้ที่ป่าช้าบ้างละ แล้วก็หนีบเธอไปไหนมาไหนด้วยพักนึงเพื่อคอยดูพฤติกรรม แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอฝึกงานเสร็จก็ไม่ได้เจอเขาอีกจนกระทั่งตอนนี้

"คงไม่หวานมั้งคะ" เธอย้อนคำพูดเขา

"รู้ได้ไงว่าไม่หวาน ลินเคยชิมตัวเองดูเหรอ"

"ใครจะเคยชิมตัวเองล่ะคะ แปลกคน"

"นี่ก็จะหกโมงแล้ว พี่จะพาเราไปบ้านก่อน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะได้ไปทำงานวันแรกด้วยกัน" ตายแล้วลืมเรื่องทำงานที่บริษัทวันแรกไปซะสนิท เขาคงไม่หาว่าเธออู้งานตั้งแต่วันแรกหรอกนะ แต่เขาจะมาว่าเธอก็ไม่ได้ เพราะเธอถูกแม่ส่งมาดูตัว หนำซ้ำคนที่เธอมาดูตัวด้วยดันเป็น พิรุณ ตระกูลปรมะเมคินทร์ผู้โด่งดัง ใครมันจะไปคิดว่าคนที่พ่อแม่หมายปองไว้ให้ก็คือเลขาฯ ประธานบริษัทที่ตัวเองกำลังจะไปทำงาน ไหนเขายังเป็นพวกทายาทเจ้าพ่อคุมเลานจ์หรูหราบนตึกสูงนั่นอีก เรียกได้ว่าช็อกต่อเนื่องเรื่องนี้ยังไม่ทันซา ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาทำให้ตกใจไม่หยุดหย่อน

บ้านเรืองทรัพย์เรืองสุขรวยเวอร์วัง

เวลาเห็นป้ายชื่อบ้านตัวเองทีไรก็รู้สึกอายจนอยากเอาปี๊บมาคลุมหัว แม่นะแม่ตั้งชื่อบ้านซะเป๊ะปังอลังเวอร์ตามที่ซินแสบอกทุกประการ ถ้าเกิดว่าซินแสให้เปลี่ยนเป็นบ้านรวยบ้าบอคอแตก แม่ก็คงเปลี่ยนทันทีโดยไม่ลังเล

"ขอบคุณค่ะ เอ่อ..ไปนั่งรอลินสักครู่นะคะ"

"ต่อให้ลินไม่บอกให้รอ พี่ก็รออยู่ดี" ปาลินรีบวิ่งปรู๊ดเข้าบ้านโดยที่แม่ของเธอเป็นฝ่ายรีบออกมาต้อนรับพิรุณที่กำลังยืนกอดอกสวมแว่นตาดำรออยู่ที่รถสีแสบตา

"เข้ามาในบ้านก่อนสิลูก" พิรุณเดินเข้ามาตามคำเชิญแล้วยกมือสวัสดีว่าที่แม่ยายของตนเอง

"กินอะไรมาหรือยัง รับชากาแฟซาลาเปาหมั่นโถวหรืออะไรรองท้องระหว่างรอน้องก่อนไหม"

"ไม่เป็นไรครับผมกินมาเรียบร้อยแล้ว แต่มีเรื่องรบกวนจะถามคุณน้าสักหน่อย"

"เรียกแม่เถอะจ้ะคุณเรน แล้วพ่อคุณจะถามอะไรแม่เหรอจ๊ะ เกี่ยวกับยัยลินหรือเปล่า"

"ใช่ครับ ผมอยากถามว่าลินละเมอร้องไห้บ่อยไหม พอดีเมื่อคืนลินละเมอกลางดึก"

เจ๊กัลยาย่นคิ้วติดกันรีบหยิบพัดหยิบยาดมมาบรรเทาอาการจิตตกที่แล่นพล่านเข้ามาในความคิดของเธอ หญิงสาววัยกลางคนทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างพิรุณ ทำหน้าโศกสลดครู่หนึ่งจึงวางพัดและยาดมลง "สมัยเรียนยัยลินคบเพื่อนกลุ่มนึงที่มีนิสัยชอบเที่ยวกลางคืน ปาร์ตี้หนัก ด้วยความที่กลัวตัวเองจะไม่มีเพื่อน เพื่อนชวนไปไหนก็ไปกับเขา

แต่วันนึงเพื่อนดันพาไปเที่ยวผับแล้วในผับก็มีห้องที่ไว้รอเชือดเหยื่อตัวน้อยที่ไม่ประสีประสา ซึ่งผับแห่งนั้นก็เป็นของรุ่นพี่ปีสี่คนนึงที่ชอบยัยลินของแม่มาก ด้วยความที่ยัยลินเพิ่งได้ตำแหน่งดาวคณะมา เลยเป็นที่ต้องตาต้องใจรุ่นพี่เป็นพิเศษ เพื่อนตัวดีทั้งหลายก็เลยหลอกยัยลินไปให้รุ่นพี่คนนั้นแต่โชคดีที่ยังมีเพื่อนบางคนกลับตัวกลับใจเลยโทร.แจ้งตำรวจ

ตอนนั้นยัยลินอยู่ในสภาพที่เสื้อผ้าฉีกขาด มีบาดแผลตามเนื้อตัว มีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด หลังจากนั้นบ้านเราก็เลยเคร่งครัดชีวิตของยัยลินมากขึ้น เราทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก เพราะสภาพจิตใจของยัยลินกว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร คุณพิรุณได้ฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะ คงไม่ได้รังเกียจลูกแม่หรอกนะ แต่น้องน่ะยังไม่ได้โดนมันทำอะไรเกินเลยเพราะขัดขืนและสู้สุดชีวิตจึงได้โดนมันซ้อมจนน่วม และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมยัยลินละเมอร้องไห้กลางดึก"

ดวงหน้าขาวคมกัดฟันกรอดระงับความโกรธสุดขีดที่กำลังก่อตัวขึ้น เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าปาลินจะเคยพบเจอเรื่องเลวร้ายพรรค์นั้นมาก่อน "แล้วรุ่นพี่คนนั้นมันได้รับบทลงโทษยังไงบ้างครับคุณแม่"

"โธ่ จะได้รับอะไรล่ะ ทุกวันนี้ยังลอยหน้าลอยตาอยู่เลย บางทีเธออาจจะรู้จักดีก็ได้"

"ใครครับ"

"ชนะศร ภพนคร ลูกชายเสี่ยชาวีเจ้าของบริษัทผลิตยาและเครื่องมือแพทย์รายใหญ่"

หลังจากที่ได้รู้ชื่อเสียงเรียงนามของคนที่มันเคยทำร้ายปาลิน ภายในใจของเขาก็เต็มความคั่งแค้น ทั้งที่เขาพยายามจะถนอมปาลินให้ดีที่สุด แต่มันเป็นใครบังอาจมาเหยียบย่ำหัวใจของเด็กสาวคนนี้ ต่อให้เขาเจอมันก่อนหรือหลังเขาจะไม่ปล่อยให้ไอ้คนระยำต่ำทรามอยู่ดีมีสุขโดยที่ไม่ได้รับบทลงโทษอะไร และเขานี่ละที่จะมอบบทเรียนให้มันเอง

"ตอนเย็นพี่จะให้คนมารับเธอ พี่มีธุระก็เลยอาจจะมารับไม่ได้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป