บทที่ 9 4.2 | อนุมัติ (จูบแรก)
ไหน ๆ ก็จะแต่งงานกับเขาอยู่แล้ว ถ้าอยู่ก่อนแต่งคงจะไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านเท่ากับตอนที่เธอถูกหลอกไปให้ไอ้รุ่นพี่ระยำนั่น เพราะทุกวันนี้สิ่งเดียวที่เป็นตราบาปในชีวิตเธอก็คือเรื่องเลวร้ายสมัยเรียน
"พี่รู้เรื่องในอดีตของลิน รู้ทุกอย่าง วันนี้พี่ก็เลยกลับมาดึก ขอโทษด้วยนะ" ปากร้อนสาละวนอยู่แถวขมับของเธอและประโยคที่พร่ำบอกมันทำให้สติพร่าเลือนไปจนหมด เขารู้เรื่องน่าอัปยศที่เคยเกิดขึ้นกับเธอแล้วงั้นเหรอ
"แม่เล่าให้ฟังเหรอคะ" ดวงตาที่สั่นระริกแวววาวหวั่นเกรงว่าเขาจะมองเธอไม่เหมือนเดิม แล้วจะคิดว่าเธอเป็นพวกปาร์ตี้ขี้ยาหรือเปล่า ตอนนั้นหลายต่อหลายปากของเพื่อนบ้านต่างก็หาว่าเธอร่าน บ้างก็ว่าเป็นอีตัวชอบไปมั่วสุม ทำไมสังคมคนเราถึงได้ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจกันถึงเพียงนี้
ภายหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเธอก็คิดว่าความรักมันเป็นเรื่องของความคึกคะนองเท่านั้น แต่เมื่อพี่เรนเข้ามาในชีวิต เขาได้เข้ามาเปลี่ยนทัศนคติบางอย่างที่เป็นลบของเธอ ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้หรอกว่าระหว่างเธอกับเขาจะพัฒนาเป็นความรักได้หรือไม่ แต่วินาทีนี้ใจของเธอมันกำลังเต้นไม่เป็นส่ำเพราะฝนคลั่งขึ้นมาทีละนิดแล้ว
"แล้วที่กลับดึกพี่เรนไปหา..คน ๆ นั้นมาเหรอคะ" ปาลินไม่อยากเอ่ยชื่อคนชั่วช้านั่น นึกถึงสภาพตัวเองตอนนั้นทีไรก็รู้สึกขยะแขยงทุกที
"ไม่เป็นไร พี่แค่ไปขู่มันเท่านั้นเอง เอาละไปนอนเถอะ พี่จะรอวันที่ลินพร้อม" ริมฝีปากหยักประทับลงบนแก้มอุ่นแล้วเดินขึ้นห้องนอนชั้นบนของตนไป เหลือเพียงเธอที่ยังยืนขบคิดไตร่ตรองอยู่ตรงนั้น เอาไงดีล่ะ! พร้อมไม่พร้อมมันหน้าตาเป็นแบบไหน รู้เพียงแต่ว่าคืนนี้เธอข่มตานอนไม่ได้อีกแล้ว เธออยากเป็นหนึ่งเดียวกับเขา อยากเป็นของเขาเดี๋ยวนี้
ก๊อก! ก๊อก!
พิรุณที่เพิ่งถอดเสื้อล้มตัวลงนอนรีบตวัดมองไปที่หน้าประตู วินาทีที่เขาเปิดประตูออกร่างเล็กก็พุ่งเข้ามาสวมกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาไม่รู้หรอกว่าเธอจะเอาอะไรแต่ก็สวมกอดกลับไปอย่างที่เธอต้องการ
"เมื่อกี้ที่ถามลินว่าอนุมัติหรือเปล่า ลินจะบอกว่าอนุมัติ..อนุมัติค่ะ" พูดซ้ำ ๆ รีบหลับตาปี๋กอดตัวเขาแน่นปากแดงสวยเหยียดยิ้มตื่นเต้นกับคำตอบที่ได้รับ ไม่น่าเชื่อเลยว่าการที่ลองหัดเป็นคนใจเย็นก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน
มือของเขาดันคนตัวเล็กออกเลิกชายเสื้อฮู้ดตัวหนาขึ้นด้านบนให้พ้นจากร่างกายที่กำลังสั่นระริก ทว่าบราลูกไม้สีขาวที่เขาปลดไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าก็ดันติดไปกับเสื้อตัวใหญ่โคร่งออกมาด้วย ชุดชั้นในดังกล่าวลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น เรียกได้ว่าถอดครั้งเดียวก็เปลือยล่อนจ้อนโดยไม่ต้องเปลืองแรง
"เอ่อ...คือ" สองมือเจ้าของร่างรีบตะปบกอดก่ายตนเองด้วยความตกใจไม่คิดว่ามันจะหลุดออกไปทั้งอย่างนั้น ทรวงอกซ่อนรูปประมาณคัปซีเบียดกระชับอยู่ภายใต้มือที่กอบกุมปิดไว้ หน้าท้องที่แบนราบเรียบมีรอยสักดอกเยอบีร่าสีดำขนาดหกเซนติเมตรประทับอยู่ข้างเอวดูเซ็กซี่จนพิรุณถึงกับต้องก้มลงไปพรมจูบเพื่อขอจับจองพื้นที่ของหน้าท้องสวยนี้ล่วงหน้า
"ทำไมถึงสักตรงนี้" ปาลินก้มมองริมฝีปากที่กำลังจูบซับวนเวียนอยู่แถวรอยสักข้างเอว
"เคยมีคนทำให้ลินมีแผลตรงนี้ ความจริงแผลเยอะกว่านี้ แต่ตรงเอวมันค่อนข้างจะอ่อนไหวสำหรับลินมาก พวกพี่สาวก็เลยพาไปสักดอกเยอบีร่าเพราะ-" มือใหญ่เอื้อมขึ้นมาอุดปากแล้วดึงเธอเข้าไปกอดกระชับแน่นอีกครั้ง
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้นพี่จะไม่ถามลินอีก" ปาลินผลักตัวเขาออกเพราะเสียงพูดของเขามันสั่นเครือ นี่เขากำลังสั่น ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนแบบไอ้พี่ฝนคลั่งที่อาละวาดไปทั่ว กำลังรู้สึกเจ็บปวดแทนเธอ
"ทำไมพี่เรนถึง...อื้อ" ปากหยักแดงประกบลงมาไม่ยอมให้คนช่างซักเปิดปากต่อประโยคใด ๆ ได้อีก
รสจูบของพิรุณทำให้ร่างเล็กหนาววูบวาบทั้งที่อากาศประเทศไทยร้อนทะลุสี่สิบองศา อีกอย่างอุณหภูมิภายในบ้านก็ไม่ได้หนาวจัดเมื่อเทียบกับวินาทีที่ถูกชิวหานุ่มสอดเข้ามาเหมือนควานหาอะไรสักอย่างที่มีค่าในโพรงปากของเธอ ความเสียวซ่านจากลีลาสะบัดพลิ้วของเรียวลิ้นทำให้หูตาสมองของเธอวิ่งไปกองรวมกันจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้ตัวเองได้ถูกเขารวบอุ้มมาวางบนเตียงนอนที่ห้องใต้หลังคาตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าสำนึกทั้งหลายจะตื่นรู้ก็เป็นตอนที่กางเกงขายาวของเธอ ถูกรูดถอดออกไปจากขาเสียแล้ว
ปาลินรีบบีบขาของตัวเองเข้าหากัน มือสองข้างกำปิดทรวงอกคัปซี ยามที่นัยน์ตาเรียวคมตวัดกวาดมองทุกสัดส่วนของเธอราวกับมันเป็นงานศิลป์ราคาแพง ร่างกายมันก็วูบไหวและตื่นตระหนก
