บทที่ 2 เบามือหน่อย

“น้อยหน่อยโมนา เธอเป็นผู้หญิง จะไปดูผู้ชายออกได้ยังไง”

“พวกผู้ชายนี่ชอบคิดเองเออเองว่าตัวเองมองคนทะลุปรุโปร่งอ่านคนขาดแบบนี้ทุกคนไหมคะ พี่เองก็ไม่ได้สนิทสนมกับดีแลนขนาดที่จะฟันธงได้ว่าเขาเลว ทำไมถึงกล้าเอาความคิดตัวเองมายัดใส่หัวยัยข้าวคะ”

“โมนา...” เสียงทุ้มกดต่ำแสดงออกถึงความอดทนที่ใกล้จะสิ้นสุด

“ทำไมคะ เรียกโมนาทำไม หรือแค่เพราะโมนามีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ถูกพี่จูงจมูกง่าย ๆ แล้วมันทำพี่หงุดหงิดคะพี่ขุน”

“พี่เป็นห่วงน้องสาวตัวเอง”

“พี่มันเผด็จการมากกว่า”

ขุนพลกระชากคนตัวบางมาปะทะอกแกร่ง เธอไม่ได้เกรงกลัวแต่กลับเชิดหน้าสู้ ทำเส้นความอดทนของเขาแทบขาดผึง

ดวงตาคมกริบวาบขึ้นในความมืด เขากัดกราม จ้องใบหน้าสวยงามและริมฝีปากอวบอิ่มที่ชอบเถียงเขาฉอด ๆ อย่างพยายามข่มอารมณ์เต็มที

น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก อยากจูบปิดปากดื้อ ๆ เหลือเกินแต่ไม่กล้า พยายามอย่างยิ่งที่จะยั้งตัวเอง

แต่การกระทำของเขาทำโมนาเบิกตาโต หัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกอก เธอหลับตาลงยินยอมคิดจินตนาการไปเองว่าคนตัวโตจะลงโทษด้วยวิธีวูบวาบป่าเถื่อนแบบในนิยายที่ชอบอ่าน

ขุนพลมองริมฝีปากอวบอิ่มช่างเถียงอีกครั้ง กัดกรามจนสันขึ้นนูนก่อนผละห่าง โมนาที่อยู่ ๆ ก็เหมือนถูกกระชากออกจากความฝันลืมตามองเขาด้วยความงงงวย

“แล้วพี่จะคอยดู สักวันหนึ่งเด็กดื้ออย่างพวกเธอจะรู้ว่าตัวเองคิดผิด”

พูดจบก็เดินหนี โมนาหมุนตัวมองตามเขาเดินขึ้นบันไดไป รู้สึกเสียความมั่นใจและอับอายมากจนหน้าร้อนผ่าว ก่อนจะเบิกตากว้างตกใจเมื่อสำนึกได้ว่าขุนพลคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่น่ารัก หัวดื้อไม่เรียบร้อยอ่อนหวาน เขาคงเข้าใจเธอผิดไปแล้ว จึงยกมือขึ้นตบปากตัวเองรัว ๆ

“ไม่น่าเลย ยัยโมนา นี่แน่ะ ปากไว”

แม้จะเสียความมั่นใจแต่เมื่อคิดถึงตอนที่เขากระชากเธอมาปะทะอกแกร่งแล้วมองเธออย่างร้อนแรงราวกับจะกลืนกินก็หน้าแดงซ่าน เอามือกุมแก้มที่ร้อนผ่าวแล้วรีบวิ่งกลับขึ้นห้องนอนของขวัญข้าวทันที

หลังจากนั้น แม้เธอจะพยายามเข้าหาเขาและแสดงออกทางสายตาให้เขารู้เพียงไรว่าเธอรู้สึกดีด้วย แต่ก็ได้รับกลับมาเพียงความว่างเปล่า

เขาไม่ชอบเธอ...และคงไม่มีวันชอบ ท่าทีเฉยชาของเขาทำสาวมั่นถอดใจหลายครั้งแต่พักเดียวก็กลับมาก็ฮึดสู้ แต่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือเขาไม่คิดจะตอบสนองต่อความรู้สึกที่เธอแอบส่งไปให้สักนิดจนท้อ และมันก็ยาวนานจนครบหนึ่งปีพอดี

“เฮ้ย ไอ้ขุน ได้ยินไหมเนี่ย”

ต้นหนกระทุ้งศอกไปที่สีข้างของขุนพลทำเขาสะดุ้ง กลับเข้ามาสู่ความจริงในปัจจุบัน

“อะไรวะ” เอ่ยถามพร้อมกระดกเหล้าเข้าปาก

“ก็น้องโมนาไง เป็นเพื่อนสนิทน้องสาวมึงนี่ โสดใช่ไหมวะ ว่าแต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร กูเห็นนั่งหม้อน้องโมนาอยู่นานแล้วนะ เบียดจนจะสิงอยู่แล้ว”

“ที่รู้ก็โสด ทำไมวะ” เลิกคิ้วถาม

“ก็สนใจสิวะ”

“มึงเอาผู้หญิงชุดดำดีกว่า อย่ายุ่งกับเด็กนั่นเลย ปวดหัวเปล่า ๆ”

“ไหนบอกโสด ถ้ากูจะจีบก็ไม่น่าจะมีปัญหา”

“ไม่มีปัญหาแน่ถ้าเด็กนั่นคุยง่าย มึงไม่ได้แอ้มหรอก เผลอ ๆ ไอ้ห่านั่นก็ดีลไว้ มึงไปเอาคนอื่นเถอะ เชื่อกู”

ขุนพลหันสบตากับโมนาอีกครั้ง ก่อนเขาจะยิ้มเย้ยแล้วหันไปสนุกกับเพื่อนต่อ โมนาที่เพิ่งหลุดออกมาจากการคิดถึงอดีตจึงเบะปากแล้วยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง

“รู้แล้วว่าไม่ชอบ เชอะ ไม่สนใจแล้วก็ได้”

บ่นพึมพำเสียงเบาแล้วยกแก้วเหล้าดื่มอย่างกระแทกกระทั้น

“อะไรนะครับโมนา”

เฟมัส ทายาทเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเอ่ยถามโมนาพร้อมชงเหล้าให้อย่างเอาใจ

“ไม่มีอะไรค่ะ โมนาแค่บ่นอะไรนิดหน่อย”

“บ่นอะไรยะ มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องสนุกให้สุดสิ”

เจสสิก้า เพื่อนสาวไฮโซในกลุ่มซึ่งเป็นทายาทนักธุรกิจอันดับต้น ๆ ของไทยถามกลั้วหัวเราะ วันนี้เธอเป็นตัวตั้งตัวตีให้ทุกคนมาปาร์ตี้ แถมยังตั้งใจชวนโมนามาโดยเฉพาะ เพราะเฟมัสเพื่อนของเธอแอบชอบโมนามานานและอยากมีโอกาสทำความรู้จัก

แม้เฟมัสจะเป็นชายหนุ่มที่เจ้าชู้สุด ๆ ฟันแล้วทิ้งเป็นว่าเล่น แถมยังชอบถ่ายคลิปลับแล้วปล่อยในกลุ่มเพื่อนที่อยู่แก๊งเล่นยาด้วยกันจนหลุดออกสู่ตลาดมืดหลายคลิป แต่มันใช่เรื่องของเธอที่ไหน โมนาจะชอบและสานต่อบนเตียงกับคนหล่อร้อนแรงอย่างเฟมัสก็เรื่องของคนสองคน เธอไม่ยุ่ง

“พรุ่งนี้มีเรียน”

“ลาป่วยก็ได้ เพิ่งเปิดเทอม เพื่อนของเธอก็มีนี่ คุณหนูโมนาก็ใช้เพื่อนพวกนั้นให้คุ้มสิจ๊ะ ใช้เงินฟาดหัวก็จบ”

เจสสิก้าหัวเราะร่วน ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูบ โมนายกนิ้วขึ้นถูจมูกเพราะกลิ่นของมันแปลก ๆ ไม่เหมือนบุหรี่ทั่วไปที่เธอเคยได้กลิ่น

“เอาไหม” เมื่อพ่นควันออกจนหมดก็ยื่นบุหรี่มวนนั้นให้โมนา

“ไม่ล่ะ กลิ่นแปลก ๆ”

“เธอไม่รู้อะไร นี่ของดี”

“เอาไหมครับโมนา จะได้สนุกกัน ผมมีนะ”

เฟมัสที่เพิ่งพ่นควันบุหรี่เสร็จรีบส่งมวนใหม่ให้โมนา ดวงตาวาววับคาดหวังให้เธอหยิบไปจุดสูบ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น คืนนี้สนุกแน่

“ไม่ค่ะ” โมนาดันบุหรี่มวนนั้นคืน ก่อนจะเสยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดราวกับต้องการมอมตัวเองให้เมา ๆ ไปเสีย จะได้มีข้ออ้างรีบกลับ

“ไม่ต้องเกรงใจนะครับ รับรองโมนาจะสนุกกว่านี้แน่ เชื่อผม”

ท่าทีอึดอัดของโมนาทำให้รู้ว่าอีกไม่นานเธอจะขอตัวกลับ เจสสิก้าจึงปรามไม่ให้เพื่อนชายใจร้อน

“โมนาไม่ชอบอะไรแบบนี้หรอก แค่เหล้าอย่างเดียวก็พอ”

สายตาที่มองสบกันแวววาวสะท้อนในความมืดราวกับกำลังสื่อความนัยที่รู้กันเพียงสองคน ในขณะที่เพื่อนคนอื่นในกลุ่มของเจสสิก้านั่งกอดจูบนัวเนีย และสูบบุหรี่กลิ่นแปลก ๆ กันหลายคน ไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

“งั้นก็ดื่มเหล้าอย่างเดียวก็ได้ ผมชงให้นะ”

เฟมัสชงเหล้าให้โมนาอีกแก้ว ยิ่งดึก ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เทลงไปยิ่งเข้มข้นกว่าเดิมทำโมนาที่ค่อนข้างคออ่อนมึนเมาจนโลกรอบตัวหมุนติ้ว

แก้วเหล้าที่ยกกระดกจนหมดถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะเพราะคนเมาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ แขนใหญ่โอบกอดร่างบอบบางหอมกรุ่นอย่างถือวิสาสะ แต่คนที่ยังมีสติอยู่น้อยนิดกลับสะบัดออก

“ปล่อยนะ ทำอะไร”

“ผมชอบโมนานะ โมนาก็รู้ คืนนี้ไปสนุกกันนะครับ”

เขาคว้ากอดไหล่บอบบางอีกครั้ง คราวนี้โมนาคว้ากระเป๋าสะพายแล้วลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนเฟมัสจะกระชากข้อมือเล็กจนโมนาเซถลาลงมานั่งบนตัก

“นี่ ปล่อยนะไอ้บ้า”

โมนาดิ้นหนี แต่เฟมัสกลับกอดแน่นแล้วจูบลงบนซอกคอหอม เธอรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายสะบัดเขาจนหลุด ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง

“เฮ้ย เล่นตัวอะไรนักหนาวะ มานี่ กูจะเอามึงโชว์ทุกคนตรงนี้แหละ”

เฟมัสลุกขึ้นกระชากร่างบางมากอดจูบ เจสสิก้ามองเพื่อนทั้งสองกอดรัดกัน หัวเราะร่วนอารมณ์ดี ไม่คิดช่วยสักนิดทั้งที่รู้ดีว่าโมนาไม่ใช่ผู้หญิงที่จะไปนอนกับใครง่าย ๆ ถ้าไม่ได้ชอบ

“ว้าย ปล่อยนะ”

โมนาดิ้นหนีจนหลุดแล้วตวัดมือตบหน้าเฟมัสอีกครั้ง คราวนี้เธอกลับต้องหน้าหันเพราะชายหนุ่มควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว

“อีนี่ มึงตบกูสองรอบแล้วนะ”

โมนาหันกลับมาจ้องหน้าเฟมัสตาเขม็ง มุมปากมีเลือดไหลซิบทำให้เจสสิก้าตกใจ

“เฟมัส เบามือหน่อย นั่นเพื่อนรักฉันนะ”

“เหอะ ก็เพื่อนรักเธอมันเล่นตัว คืนนี้จะเอาให้ยับเลย มานี่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป