บทที่ 1 บทนำ
"ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยค่ะ"
เสียงประกาศภายในสนามบินดังขึ้นเจือไปกับความวุ่นวายของผู้คน หญิงสาวร่างบางเดินลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากประตูผู้ผู้โดยสารขาเข้า มือเรียวถอดแว่นกันแดดสีชาอันใหญ่ออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานสะดุดตาที่ใครหลายคนคงคุ้นเคยดี
‘ดากานดา วรโชติ’ หรือที่โลกออนไลน์รู้จักในนาม 'Kanda D' บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์และสไตลิสต์ชื่อดังที่มียอดผู้ติดตามหลักล้าน
หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามนอกกระจกใส ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม "คิดถึงจัง..."
ประเทศไทย... บ้านเกิดที่เธอจากไปนานเกือบห้าปีเพื่อเรียนต่อและทำงานที่ประเทศอังกฤษ ในที่สุดวันนี้เธอกลับมาแล้ว และสถานที่แรกที่เธอเลือกจะไป ไม่ใช่คอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯ แต่เป็นบ้านสวนของคุณย่าที่ชานเมือง บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเด็กอันแสนอบอุ่น รวมถึง... ใครบางคนในความทรงจำที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา
สองชั่วโมงต่อมา รถยนต์สีขาวคันหรูแล่นเข้าสู่หมู่บ้านเก่าแก่ที่คุ้นตา สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบตัดขาดจากความวุ่นวายในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง ดากานดาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ทุกอย่างแทบไม่เปลี่ยนไปเลย ทั้งร้านโชห่วยหน้าปากซอย สนามเด็กเล่นเก่า ๆ และต้นมะม่วงต้นใหญ่ที่เธอเคยปีนเล่นกับเพื่อนบ้านในอดีต หัวใจดวงน้อยฟูฟ่องขึ้นมาอย่างประหลาด
"ถึงแล้วครับคุณกานดา" เสียงคนขับรถเอ่ยขึ้นพร้อมกับรถที่จอดสนิทลง
หญิงสาวยิ้มกว้าง รีบเปิดประตูลงจากรถทันทีที่เห็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้หลังคุ้นเคย และเหมือนรู้เวลา จังหวะนั้นเองประตูบ้านก็เปิดออกพอดี
"ยัยกาน!" เสียงเรียกอย่างดีใจดังมาจากหญิงชราร่างเล็กที่กำลังก้าวเดินออกมา
"คุณย่า!"
ดากานดาวิ่งเข้าสวมกอดคุณย่ามาลีเต็มรัก อ้อมกอดอุ่น ๆ ที่คุ้นเคยทำเอาขอบตาอุ่นวาบจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "คิดถึงคุณย่าที่สุดเลยค่ะ"
"ย่าก็คิดถึงเรา" คุณย่าลูบผมหลานสาวอย่างรักใคร่ "กลับมาคราวนี้จะอยู่กี่วันล่ะหืม?"
"ประมาณเดือนนึงค่ะกานล็อกคิวไว้แล้ว"
"ดีเลย ย่าจะได้มีเพื่อนคุย"
ดากานดาหัวเราะร่วน ก่อนจะช่วยคุณย่าขนของเข้าบ้าน บรรยากาศรอบตัวชวนให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น ราวกับเธอดึงเวลาให้ตัวเองกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ของคุณย่าอีกครั้ง
ช่วงบ่าย หลังจากจัดเก็บสัมภาระในห้องนอนเสร็จเรียบร้อย ดากานดาก็เดินออกมานั่งเล่นตรงระเบียงบ้าน สายลมโชยเอากลิ่นดอกแก้วโชยมาแตะปลายจมูก ทันใดนั้นเอง เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากฝั่งรั้วข้างบ้าน
"หนูกานจริงๆ ด้วย!"
หญิงสาวหันไปมองตามเสียงก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง "คุณยายสายหยุด!"
เธอรีบเดินไปหาคุณยายเพื่อนบ้านที่กำลังยืนส่งยิ้มเอ็นดูมาให้ "โตเป็นสาวแล้วสวยเชียวนะเรา"
"คุณยายก็ยังดูแข็งแรงและน่ารักเหมือนเดิมเลยค่ะ"
"ปากหวานจริงเชียว" คุณยายหัวเราะชอบใจ ทั้งสองพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างสนิทสนม เพราะบ้านทั้งสองหลังสนิทกันมานานหลายสิบปี เรียกได้ว่าเห็นกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ดากานดาคุยอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดห้าปี
"เอ่อ... คุณยายคะ"
"หืม ว่าไงลูก"
"พี่ปุณล่ะคะ... อยู่บ้านไหม"
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น คุณยายสายหยุดก็อมยิ้มอย่างรู้ทัน "ยังไม่ตื่นหรอก"
"อ้าว?"
"เมื่อคืนเห็นว่ากลับจากไซต์งานดึกน่ะสิ"
ดากานดาหลุดขำ นิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ สมัยก่อน 'ปุณณพัฒน์' ก็เป็นแบบนี้ นอนดึก ตื่นสาย แต่พอเป็นเรื่องงานทีไรก็จริงจังจนแทบไม่ได้พักผ่อน
"ตอนนี้พี่ปุณยังพักอยู่ที่นี่เหรอคะ"
"อยู่สิ... รายนั้นน่ะติดบ้านจะตาย"
คำบอกเล่าชวนให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ห้าปีเต็ม ๆ ที่เธอไม่ได้เจอเขาเลย แม้จะคอยกดดูความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเห็นหน้าค่าตาเขาตามนิตยสารสถาปัตยกรรมบ้าง แต่การจะได้เจอตัวจริงเสียงจริงตรงหน้า มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
"งั้น... กานแวะเข้าไปทักทายพี่ปุณหน่อยได้ไหมคะคุณยาย"
"เอาสิเข้าไปเลยลูก" คุณยายหัวเราะใจดี "คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองเหมือนตอนเด็ก ๆ นั่นแหละ"
ดากานดายิ้มรับพลางเดินผ่านประตูรั้วเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างสองบ้าน ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในอกจนเนื้อเต้น สวนหย่อม ชิงช้าไม้ หรือแม้แต่ม้านั่งใต้ต้นมะม่วง ทุกอย่างในบ้านของปุณยังคงถูกจัดวางไว้ที่เดิมไม่เปลี่ยน หญิงสาวก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองอย่างคุ้นชิน ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนที่เธอเคยเข้าออกเป็นประจำตอนเด็ก ๆ
ตึก ตัก...
ตึก ตัก...
เสียงหัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก หญิงสาวลอบยิ้ม นึกสนุกว่าถ้าเขาเปิดประตูมาเจอเธอจะทำหน้าเหวอขนาดไหน ดากานดาค่อย ๆ ผลักประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกออกอย่างเบามือ
ภายในห้องเงียบสนิท ไร้เงาร่างของเจ้าของห้องบนเตียงนอนที่ยังยับยู่ยี่ แต่กลับมีเสียงซ่าของสายน้ำดังรอดออกมาจากห้องน้ำด้านใน
ซ่า... ซ่า...
'อยู่ในห้องน้ำสินะ'
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน สายตาคมสวยเหลือบไปเห็นตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างผนังพอดี ความคิดซุกซนในวัยเด็กแล่นเข้าหัววับ
'เซอร์ไพรส์หน่อยดีกว่า'
หญิงสาวรีบย่องไปเปิดตู้เสื้อผ้า แทรกตัวเข้าไปซ่อนอยู่ด้านในท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศและกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาที่อบอวลอยู่ ดากานดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้น อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอก็กำลังจะได้เผชิญหน้ากับผู้ชายที่เป็นทั้งรักแรกและคนเดียวในใจที่เธอไม่เคยลืมเลือน
เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงแล้ว... ตามมาด้วยเสียงก๊อกแก๊กของลูกบิดประตูที่กำลังถูกหมุนออก
แกร๊ก...
ดากานดาเม้มปากแน่น พยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นพร่า และนั่นคือวินาทีที่ปุณณพัฒน์กำลังก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ...
