บทที่ 10 เพราะความกลัว

กึก... กึก...

ดากานดาชะงักทื่อไปทั้งตัว คราวนี้เสียงนั้นดังชัดเจนเสียจนหัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น

กึก... ซวบ...

มันเป็นเสียงเหมือนมีวัตถุบางอย่างกระทบเข้ากับบานกระจกหน้าต่างห้องนอน ร่างบางค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ลมหายใจเริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้นด้วยความตื่นตระหนก

"คงเป็นกิ่งไม้แห้ง... ลมพัดมากระแทกมั้ง" เธอยังคงพยายามหลอกตัวเอง ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าห้องนอนของเธออยู่บนชั้นสอง และรอบๆ บริเวณนี้ไม่มีกิ่งไม้ของต้นไม้ต้นไหนยาวหรือสูงพอจะเอื้อมมาถึงบานหน้าต่างนี้ได้เลยสักต้นเดียว

กึก... กึก...

เสียงนั้นดังขึ้นอีกหน คราวนี้มันฟังดูใกล้และหนักแน่นกว่าเดิม... มันไม่ใช่เสียงกิ่งไม้เสียดสีตามธรรมชาติ แต่มันเหมือนมีใครบางคนกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะและไล้ไปตามบานกระจกจากด้านนอก!

ดากานดารู้สึกเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ความกลัวแล่นพล่านจนแทบเป็นตะคริว นิ้วเรียวคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโดยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด แล้วกดต่อสายตรงหาเบอร์โทรศัพท์เบอร์แรกและเบอร์เดียวที่สมองนึกออกในวินาทีนี้ทันที

ไม่ถึงหนึ่งอึดใจ ปลายสายก็กดรับราวกับเขากำลังเฝ้ารอเสียงโทรศัพท์จากเธออยู่

(กาน!) เสียงทุ้มต่ำและเคร่งเครียดของปุณดังลอดออกมาทันที เขายังไม่ได้หลับเลยจริงๆ

"พี่ปุณ..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำ และนั่นส่งผลให้คนฟังลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนที่บ้านข้างๆ ทันที

(เกิดอะไรขึ้นกาน)

"หน้าต่าง... ที่หน้าต่างห้องนอนค่ะ"

(ทำไม มีอะไรที่หน้าต่าง)

"เหมือน... เหมือนมีคนอยู่ข้างนอกกระจกค่ะพี่ปุณ"

สิ้นคำพูดแผ่วเบาของหญิงสาว ปุณก็เปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกทันทีด้วยความรวดเร็ว (กาน ล็อกประตูห้องนอนไว้ให้แน่นหนาที่สุด)

"ค่ะ..."

(ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด พี่กำลังขึ้นไปหาเดี๋ยวนี้แหละ)

สายตัดไปแล้ว ดากานดายกมือขึ้นกอดเข่าตัวเองแน่น หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบรอบตัวทวีความน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ไม่ถึงครึ่งนาทีหลังจากนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวขึ้นบันไดบ้านอย่างรวดเร็วก็ดังแว่วมา

ตึก ตึก ตึก!

ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเคาะประตูห้องนอนของเธอระรัว

ก๊อก! ก๊อก!

"กาน! พี่ปุณเอง เปิดประตู"

หญิงสาวรีบกระโจนลงจากเตียงสับเท้าวิ่งไปบิดกลอนเปิดประตูให้เขา ทันทีที่บานประตูเปิดออกแล้วเห็นร่างสูงใหญ่ของปุณณพัฒน์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ความกลัวที่เคยเกาะกินและบีบรัดหัวใจเมื่อครู่ก็ค่อยๆ คลายตัวลงอย่างน่าประหลาด... อย่างน้อยที่สุด ในค่ำคืนอันแสนโหดร้ายนี้เธอก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง

"เราได้ยินเสียงจากตรงไหน" ปุณยิงคำถามเสียงเครียด พลางสับเท้าก้าวตรงไปยังบานหน้าต่างห้องนอนทันที

"ตรงกระจกบานนั้นค่ะ..." ดากานดาชี้นิ้วอันสั่นเทาตาม

ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านผืนหนาออกทีละน้อย สายตาคมกริบกวาดมองฝ่าความมืดมิดภายนอกอย่างละเอียด ทัศนียภาพรอบด้านเงียบสงัดและไม่มีร่องรอยของการเคลื่อนไหวใดๆ ทว่า... สิ่งหนึ่งที่ทำให้คิ้วเข้มของเขาต้องขมวดมุ่นและหรี่ตาลงด้วยความนัยดำมืด

คือบานหน้าต่างกระจกเลื่อนแง้มเปิดออกอยู่เล็กน้อย... ทั้งที่มันควรจะล็อกสนิท

"กานเปิดหน้าต่างทิ้งไว้เหรอ"

"เปล่านะคะ!" ดากานดารีบปฏิเสธเสียงแข็ง "หนูเช็กกลอนและปิดสลักล็อกแน่นหนาหมดแล้วก่อนจะเข้านอนจริงๆ นะคะพี่ปุณ"

ปุณนิ่งเงียบไป ใบหน้าคมทึมทึบลงขีดสุด เขาก้มลงตรวจสอบระบบล็อกตรงขอบบานหน้าต่าง ก่อนจะพบร่องรอยการขูดขีดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงร่องอะลูมิเนียม... มันเป็นรอยงัดแงะจากภายนอกอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาคมกริบแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาฉับพลัน "เวรเอ๊ย..."

"พี่ปุณ... มีอะไรเหรอคะ"

"มีคนพยายามจะงัดเข้ามาจริงๆ" ชายหนุ่มหันมาบอกเสียงเรียบ ทว่าแฝงกระแสความโกรธจัด "แต่ระบบล็อกชั้นในมันแน่นหนาพอมันเลยยังเข้ามาไม่ได้"

ใบหน้าของดากานดาซีดเผือดจนไร้สีเลือด "อะไรนะ..."

ปุณรีบผลักบานหน้าต่างปิดกระแทกสลักล็อกซ้ำสองชั้นทันที จากนั้นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโหมดไฟฉายความสว่างสูง แล้วส่องลำแสงทะลุกระจกลงไปสำรวจบริเวณสนามหญ้าในสวนหลังบ้านที่อยู่ตรงกับหน้าต่างห้องนอนพอดี

แล้วสายตาคมก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่เด่นหราอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียว

"กาน"

"คะ..."

"มาดูนี่สิ"

หญิงสาวค่อยๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเข้าไปยืนเคียงข้างเขา ก่อนจะมองตามทิศทางปลายนิ้วหนาของสถาปนิกหนุ่ม และทันทีที่สายตาประจันหน้ากับสิ่งนั้น หัวใจของเธอก็ดิ่งวูบลงสู่ความเย็นเยียบทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป