บทที่ 12 อยู่ในอ้อมกอด
ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อเห็นว่าดากานดายังคงตาแข็ง ปุณจึงชวนคุยเรื่องอื่นแทน
"จำได้ไหม"
"เรื่องอะไรคะ"
"ตอนเด็ก"
"เรื่องไหนล่ะ ซนตั้งหลายเรื่อง"
"ตอนที่เราแอบปีนต้นมะม่วง"
ดากานดาหลุดหัวเราะพรืดทันที "โอ๊ย... จำได้สิคะ"
"ใครเป็นคนปีน"
"หนู"
"ใครตก"
"...หนูเอง"
"แล้วใครร้องไห้"
"ก็หนูอีกนั่นแหละ"
ปุณหัวเราะเบาๆ "แล้วใครโดนคุณย่าดุ"
ดากานดาเงียบไปสองวินาที ก่อนจะหัวเราะร่า "พี่ปุณ"
"ใช่ ทั้งที่เธอเป็นคนปีนเองแท้ๆ แต่พี่กลับโดนหาว่าเป็นคนพาไปซน"
หญิงสาวยิ้มกว้าง ภาพความทรงจำในวัยวันวานผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ตอนนั้นเธอดื้อแพ่งและซนเป็นลิงโลด ส่วนเขาก็ต้องคอยตามเช็ดตามล้าง คอยแก้ปัญหาให้ตลอด
"แล้วตอนจักรยานล้มล่ะ" ปุณถามต่อ
"อันนั้นหนูก็จำได้ ร้องไห้จนบ้านแทบแตก"
"ไม่ได้ขนาดนั้นซะหน่อย"
"ขนาดนั้นเลยแหละ"
"พี่ปุณเว่อร์"
"ไม่เว่อร์"
ทั้งคู่เถียงกันไปมาเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง จนในที่สุดดากานดาก็เผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง ความกลัวที่เคยเกาะกินใจมาตลอดทั้งคืน ค่อยๆ มลายหายไปทีละน้อย
"พี่ปุณ..." น้ำเสียงของเธออ่อนลง
"หืม"
"ขอบคุณนะคะ"
"อีกแล้ว"
"ก็หนูอยากขอบคุณนี่นา"
"ขอบคุณเรื่องอะไรล่ะ"
ดากานดานิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาเหม่อมองเพดานห้องไม่ได้หันไปสบตาเขา "ขอบคุณ...ที่ไม่เคยทิ้งหนู"
ประโยคนั้นทำให้คนฟังชะงักไป ดากานดาไม่ได้หันมามอง จึงไม่เห็นสายตาของปุณที่ไหววูบและเปลี่ยนไปจากเดิม
"ตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าหนูจะซนแค่ไหน หรือสร้างปัญหาอะไร พี่ก็ยังอยู่ข้างหนูตลอด..." น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความจริงใจ จนหัวใจของคนฟังสะเทือนไหว
ปุณเงียบไปนาน ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ก็พี่เป็นพี่ชายข้างบ้านนี่"
ดากานดาแค่นหัวเราะ ทว่าส่วนลึกในอกกลับรู้สึกแปลบปลาบอย่างบอกไม่ถูก... 'พี่ชายข้างบ้าน' คำคำนี้เธอดังซ้ำๆ มาตลอดชีวิต และไม่เคยชอบมันเลยสักครั้ง
เพราะเธอไม่เคยอยากเป็นแค่...น้องสาวของเขาเลยสักวินาทีเดียว
"นอนได้แล้ว" ปุณตัดบท "เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย"
"หนูไม่ได้ตื่นสายซะหน่อย"
"จริงเหรอ"
"จริงค่ะ"
"งั้นพรุ่งนี้เจ็ดโมง"
"ได้เลย"
"ห้ามบ่นนะ"
"หนูไม่บ่นอยู่แล้ว"
"พนันไหม"
"ไม่พนันค่ะ"
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างเอ็นดู ส่วนดากานดาก็อมยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง คราวนี้หัวใจของเธอสงบลงมาก เพราะรู้ดีว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนี้... อยู่ใกล้ๆ และพร้อมจะปกป้องเธอเสมอ
ไม่นานนัก ลมหายใจของหญิงสาวก็เริ่มผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
ปุณพลิกตัวหันมามองอีกฝั่งของเตียงผ่านหมอนข้างที่กั้นกลาง นัยน์ตาคมทอดมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับสนิท ก่อนมุมปากจะหยักลึกเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน
"เด็กเอ๊ย..."
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาปานเสียงกระซิบของสายลม ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงช่วงไหล่ให้เธออย่างเบามือ จากนั้นจึงหลับตาลงและปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ความฝันตามเธอไปอีกคน
เช้าวันรุ่ลงขึ้น
แสงแดดยามเช้าทอแสงอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาภายในห้อง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วแว่วมาแต่ไกล ดากานดาขยับกายเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นซ่านที่โอบล้อมรอบตัวทำให้เธอไม่อยากลืมตา... เมื่อคืนเป็นคืนแรกในรอบหลายวันที่เธอหลับสนิท ไร้ฝันร้าย ไร้ความหวาดกลัว และไร้ซึ่งความกังวลใดๆ ราวกับมีใครบางคนคอยแผ่เกราะปกป้องเธอไว้ตลอดทั้งคืน
หญิงสาวซุกใบหน้าเข้าหาหมอนข้าง ร่างกายขยับกอดรัดสิ่งนั้นตามความเคยชิน... ทว่าชั่วครู่หนึ่ง เธอกลับต้องชะงัก
เดี๋ยวนะ... หมอนข้างของเธอทำไมถึงอุ่นขนาดนี้? แถมยังแกร่งและแน่นตึงผิดปกติด้วย?
คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ดากานดาค่อยๆ ปรือตาขึ้นทีละน้อย ก่อนที่หัวใจจะหล่นวูบไปหนึ่งจังหวะ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแผงอกกว้างซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดสีดำสนิท มันไม่ใช่หมอนข้าง ไม่ใช่ผ้าห่ม แต่เป็น... ปุณณพัฒน์!
"กรี๊ด!"
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ร่างบางผละออกอย่างรวดเร็วจนเกือบพลัดตกเตียง เสียงร้องของเธอทำให้คนที่กำลังด่ำดิ่งในนิทราขมวดคิ้ว ก่อนจะปรือตาขึ้นมองด้วยความงัวเงีย
"อะไร..." เสียงทุ้มแหบพร่าตามประสาคนเพิ่งตื่นนอน
ดากานดาหน้าแดงเถือกจนลามไปถึงใบหู เธอรีบสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างกับความจริงอันน่าอดสู... หมอนข้างที่เธออุตส่าห์ตั้งกั้นเป็นเขตแดนเมื่อคืน บัดนี้ลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเธอเอง... ดันกลิ้งข้ามฝั่งมากอดเขาไว้เต็มรัก
