บทที่ 3 ของขวัญปริศนา

"ย่าขา... หนูหิวแล้ว"

ดากานดาเอ่ยเสียงใสขณะก้าวลงมาจากชั้นสองพร้อมรอยยิ้มกว้าง หลังจากใช้เวลาพูดคุยปรับทุกข์ผูกมิตรกับพี่ชายข้างบ้านอยู่พักใหญ่ เธอก็ถูกคุณยายสายหยุดร้องเรียกให้ลงมารับประทานอาหารกลางวัน

โต๊ะอาหารไม้สักตัวยาวถูกจัดเตรียมไว้อย่างอบอุ่น รายล้อมไปด้วยผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย ทั้งคุณย่ามาลี คุณยายสายหยุด รวมถึงคุณศศิ มารดาของปุณณพัฒน์ ต่างนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

"มาแล้วเหรอหนูกาน" คุณศศิคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู "โตขึ้นเยอะเลยลูก สวยจนอาจำแทบไม่ได้แน่ะ"

"ขอบคุณค่ะคุณอา แต่หนูยังจำคุณอาได้แม่นเลยนะคะ" ดากานดาขยับเข้าไปนั่งข้างๆ พร้อมส่งสายตาอ้อนๆ บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความคิดถึง ราวกับช่วงเวลาห้าปีที่เธอหายไป...ได้เลือนหายไปในพริบตา

ทว่า... คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับเอาแต่ทอดสายตามองเธอเป็นระยะ สายตาคมกริบคู่นั้นทำให้ดากานดาเริ่มทำตัวไม่ถูกจนกินข้าวไม่อร่อย

"พี่ปุณมองอะไรขนาดนั้นคะ" เธอถามอุบอิบในที่สุด

ชายหนุ่มยักไหล่อย่างยี่หระ "มองไม่ได้หรือไง"

"ก็ได้ค่ะ แต่..."

"งั้นพี่ก็จะมอง"

คำตอบหน้าตายทำเอาดากานดาไปไม่เป็น ขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งโต๊ะพากันหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ

"โอ๊ย..." คุณยายสายหยุดส่ายหน้าขำๆ "เมื่อก่อนเห็นหน้ากันเป็นต้องวิ่งไล่ฟัดกันเหมือนหมาไล่ไก่ เดี๋ยวนี้เป็นไรล่ะ มานั่งจีบกันต่อหน้าคนแก่ตาใสๆ ซะงั้น"

"ตุณยายอะ!" ดากานดาหน้าร้อนฉ่าจนถึงใบหู ส่วนคนตัวโตฝั่งตรงข้ามกลับยิ้มรับอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือเขินอายสักนิด ยิ่งเห็นแบบนั้นเธอก็ยิ่งนึกหมั่นไส้เขาในใจ


หลังจากมื้ออาหารกลางวันสิ้นสุดลง ดากานดาขอตัวกลับมายังบ้านของตัวเอง เธอตั้งใจจะจัดแต่งห้องทำงานเล็กๆ สำหรับเตรียมถ่ายคอนเทนต์และตัดต่อวิดีโอในช่วงที่พักผ่อนอยู่ประเทศไทย

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้านเข้ามา หญิงสาวก็ต้องชะงักกึก

บนโต๊ะรับแขกตรงโถงหน้าประตู มีช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ถูกวางทิ้งไว้... มันคือดอกลาเวนเดอร์สีม่วงพาสเทล ส่งกลิ่นหอมอบอวล ผูกด้วยริบบิ้นผ้าซาตินสีขาวบริสุทธิ์อย่างประณีต

"ของใครกัน..."

คิ้วเรียวขมวดมุ่นขณะก้มลงหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมา ก่อนจะพบการ์ดกระดาษอาร์ตมันใบเล็กเสียบอยู่ด้านใน แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าหวานก็ค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อได้อ่านตัวอักษรบนนั้น

"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"

ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ไม่มีเบาะแสใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงข้อความสั้นๆ สลักสลวยด้วยลายมือบรรจง

"แฟนคลับส่งมาหรือเปล่านะ..." เธอพึมพำกับตัวเองเพื่อปลอบใจ ทว่าส่วนลึกกลับรู้สึกเย็นยะเยือกอย่างประหลาด เพราะการกลับมาพักที่บ้านคุณย่าในครั้งนี้ เธอไม่ได้ประกาศบอกใครล่วงหน้า... อย่างน้อย แฟนคลับก็ไม่น่าจะรู้พิกัดและมาส่งของได้รวดเร็วขนาดนี้

ตกเย็น วันเดียวกัน

ดากานดานั่งไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลเพื่ออัปเดตชีวิตตามปกติ ยอดผู้เข้าชมพุ่งทะลุหลักหมื่นภายในเวลาไม่กี่นาที

‘พี่กานกลับไทยแล้วเหรอคะ!’

‘งื้อออ คิดถึงจัง พักผ่อนเยอะๆ นะคะ’

"ใช่ค่ะ ตอนนี้กานอยู่ไทยแล้ว พักผ่อนยาวๆ เลย ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ" หญิงสาวยิ้มหวาน ตอบคำถามและพูดคุยกับผู้ติดตามด้วยความเป็นกันเอง จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นคอมเมนต์หนึ่ง...

มันเป็นข้อความเดิมๆ ที่ถูกส่งเข้ามาซ้ำๆ ถี่ๆ จนระบบแชทดันขึ้นมาไม่หยุด

‘ผมคิดถึงคุณ’

‘ผมคิดถึงคุณ’

‘ผมคิดถึงคุณ’

‘ผมคิดถึงคุณ’

ดากานดาขมวดคิ้วจ้องหน้าจอด้วยความฉงน ก่อนที่ทีมแอดมินหลังบ้านจะไหวตัวทันและกดบล็อกบัญชีอวตารนั้นออกไป หญิงสาวพยายามสลัดความลนลานทิ้งแล้วยิ้มสู้กล้องต่อ คิดเสียว่าเป็นแค่พวกเกรียนคีย์บอร์ดในอินเทอร์เน็ตที่เรียกร้องความสนใจ

เวลาสามทุ่มตรง

หลังอาบน้ำชำระร่างกายจนสดชื่น หญิงสาวในชุดนอนผ้าแพรสีอ่อนเดินเปิดประตูออกมาสูดอากาศตรงระเบียงห้องนอน สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาเอื่อยๆ หอบเอาความเงียบสงบมาปกคลุม จนความตึงเครียดตลอดทั้งวันเริ่มผ่อนคลายลง

แต่แล้ว... สัญชาตญาณบางอย่างในกายกลับตื่นตัว

ความรู้สึกสั่นสะท้านแล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง... เหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเธอมาจากเงามืด

ดากานดาหันขวับไปมองรอบกาย บ้านข้างเคียงปิดไฟเงียบสนิท ถนนยางมะตอยหน้าบ้านว่างเปล่า ไร้เงาของสิ่งมีชีวิตใดๆ

"เราคงคิดมากไปเอง... ละครจังหวะซิทคอมทำพิษแน่ๆ" เธอหัวเราะแห้งๆ ให้กับความขี้ระแวงของตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนและปิดประตูกระจกบานเลื่อนลงกลอนอย่างแน่นหนา

โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร ภายใต้เงาครึ้มของต้นไม้ใหญ่ รถยนต์ซีดานสีดำคันเดิมยังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม ชายปริศนาในเงามืดกำลังนั่งมองเรือนร่างระหงของเธอผ่านเลนส์กล้องซูมระยะไกลราคาแพง สายตาคู่นั้นดุดันและกระหายอยาก จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อ

บนเบาะผู้โดยสารด้านข้าง มีสมุดอัลบั้มปกหนังเล่มหนาวางอ้าอยู่ เมื่อเปิดดูภายใน... จะพบว่ามันอัดแน่นไปด้วยภาพถ่ายของดากานดาหลายร้อยใบ!

ตั้งแต่รูปถ่ายวัยเด็กหัดเดิน วัยมัธยม วันที่เธอเข้ารับปริญญา วันที่เธอเดินทางไปลอนดอนประเทศอังกฤษ จนกระทั่งถึงรูปถ่ายที่เพิ่งกดชัตเตอร์เมื่อกลางวัน... ทุกหน้ากระดาษ มีเพียงภาพของเธอ... เธอผู้เป็นโลกทั้งใบของเขา

ชายปริศนาจรดปลายปากกาหมึกซึมสีดำลงบนพื้นที่ว่างใต้ภาพล่าสุด

"วันที่ 13 เมษายน เธอกลับมาหาผมแล้ว"

มุมปากหยักลึกเหยียดยิ้มบางเบา ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองเลือดในกายเย็นเฉียบจนถึงขั้วหัวใจ

"ผมรอคุณมานานเหลือเกิน... กาน"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป