บทที่ 4 เป็นห่วง
เช้าวันต่อมา...
ออด~~~
เสียงกริ่งหน้าบ้านแผดเสียงดังลั่นตั้งแต่แปดโมงเช้า ดากานดาที่อยู่ในชุดลำลองเดินแกมวิ่งออกมาเปิดประตูรั้ว ทว่าเบื้องหน้ากลับว่างเปล่า... มีเพียงกล่องพัสดุผูกโบสีดำขนาดเล็กวางนิ่งอยู่บนพื้น
อีกแล้ว...
ความรู้สึกดิ่งวูบและไม่สบายใจเริ่มก่อตัวเป็นก้อนหนา หญิงสาวก้มลงหยิบกล่องนั้นขึ้นมา บนกล่องไม่มีชื่อผู้ส่งหรือจ่าหน้าซองใดๆ เธอค่อยๆ แกะฝากล่องออกช้าๆ ก่อนจะระงับเสียงกรีดร้องไว้ในลำคอ
ภายในกล่อง... มีสร้อยข้อมือเงินแท้ดีไซน์แปลกตาเส้นหนึ่ง และรูปถ่ายโพลารอยด์เก่าเก็บใบเล็ก
มันคือรูปของเธอตอนอายุประมาณสิบขวบ กำลังนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน!
ดากานดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เพราะรูปใบนี้... ไม่เคยถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ ไม่เคยอยู่ในอัลบั้มรูปของครอบครัว และไม่ควรจะมีใครในโลกนี้ครอบครองมันได้! ยกเว้น... คนที่แอบถ่ายเธอในวันนั้น
"นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกัน..." ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาจนแทบประคองรูปถ่ายไว้ไม่อยู่
"กาน! เกิดอะไรขึ้น"
เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ปุณณพัฒน์ในชุดลำลองเพิ่งเดินข้ามรั้วเตี้ยมาจากบ้านข้างๆ ดากานดารีบหันขวับไปหาเขาเหมือนเจอที่พึ่งสุดท้าย เธอยื่นรูปถ่ายและกล่องปริศนาในมือให้เขาดูด้วยมือที่สั่นระริก
"พี่ปุณ..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนควบคุมไม่ได้ "หนูว่า... มีบางอย่างไม่ปกติแล้วค่ะ"
ดากานดาส่งรูปถ่ายในมือให้ชายหนุ่ม สีหน้าของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ปุณณพัฒน์รับรูปนั้นมาพิเคราะห์ ภาพเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีเหลืองกำลังนั่งแกว่งขาอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน รอยยิ้มสดใสไร้เดียงสานั่นเป็นภาพในวัยเด็กของกานดาอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว... คือมุมกล้อง
คนถ่ายยืนอยู่หลังแนวพุ่มไม้ทึบ มันเหมือนเป็นการจงใจ 'แอบถ่าย' มากกว่าการลั่นชัตเตอร์ตามปกติ
"ใครส่งมา"
"ไม่รู้ค่ะ"
"อีกแล้วเหรอ"
ดากานดาพยักหน้าแกนๆ ก่อนจะยื่นการ์ดใบเล็กส่งให้เขาดู ข้อความบนนั้นยังคงเหมือนเดิม ไร้ชื่อผู้ส่ง ไร้เบอร์โทรศัพท์ ไร้ร่องรอยใดๆ ทั้งสิ้น
ปุณเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบเลื่อนจากตัวอักษรบนการ์ดไปมองกล่องของขวัญในมือเธอ "เมื่อวานดอกไม้"
"ค่ะ"
"วันนี้รูปถ่ายกับสร้อย"
"ใช่ค่ะ"
"แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ เคยได้รับอะไรแบบนี้บ้างไหม"
ดากานดานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า "ตอนอยู่ประเทศอังกฤษเคยมีคนส่งดอกไม้เข้ามาที่สตูดิโอบ้างค่ะ"
"บ่อยไหม"
"ไม่นะคะ"
"มีข้อความแปลกๆ แนบมาด้วยหรือเปล่า"
"ส่วนใหญ่ก็เป็นคำอวยพรและกำลังใจจากแฟนคลับทั่วไปค่ะ"
ปุณพยักหน้ารับรู้ แต่ในใจกลับรู้สึกไม่ชอบมาพากล ประสาทสัมผัสและประสบการณ์ชีวิตสอนให้เขารู้ว่า ความบังเอิญเกิดขึ้นได้ครั้งสองครั้ง... แต่ไม่ใช่ทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนส่งรู้ดีว่ากานดากลับมาพักที่บ้านคุณย่า ทั้งที่เรื่องนี้เจ้าตัวยังไม่มีการประกาศบอกใครไปด้วยซ้ำ
"ช่วงนี้อย่าอยู่คนเดียว" เขาโพล่งขึ้น
"หืม?"
"ถ้าจะไปไหน...ให้บอกพี่"
ดากานดากะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "พี่ปุณเป็นห่วงหนูเหรอคะ"
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "หรือจะให้พี่บอกว่าไม่ห่วง?"
"..."
"เด็กข้างบ้านทั้งคน"
คำตอบเรียบง่าย ทว่ากลับเกิดความอบอุ่นให้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจของคนฟัง แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าห้ามคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป แต่ดากานดาก็อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้เลย
ช่วงบ่าย ดากานดาเดินทางออกไปถ่ายคอนเทนต์เทศกาลสงกรานต์ในตัวเมือง โดยมีเมย์ ผู้จัดการส่วนตัวเดินทางมาสมทบ
"โอ๊ยยย ยัยดา!" เมย์โผเข้ากอดทันทีที่เจอหน้า "คิดถึงแกจะตายอยู่แล้ว"
"เวอร์ไปละ"
"ไม่เวอร์ย่ะ"
"เมื่อวานเรายังวิดีโอคอลคุยกันอยู่เลยนะเมย์"
"โอ๊ย มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ"
ทั้งคู่หัวเราะคิกคักพร้อมกันก่อนจะเริ่มลุยงาน บรรยากาศรอบตัวคึกคักและเนืองแน่นไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยว เสียงดนตรีจังหวะโจ๊ะๆ เสียงหัวเราะ และสายน้ำที่สาดเข้าหากันอย่างสนุกสนานช่วยละลายความเครียดเมื่อเช้าไปได้โข กานดาเดินถ่ายรูปและพูดคุยกับแฟนคลับที่เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง ทุกอย่างดูราบรื่นและเป็นปกติดี
จนกระทั่ง... เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่
อีกแล้ว...
ดวงตาคู่สวยตวัดกวาดมองไปรอบตัว ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาขวักไขว่ ไม่มีใครที่มีท่าทีผิดสังเกต แต่สัญชาตญาณกลับร่ำร้องว่าความรู้สึกอึดอัดนั้นยังอยู่ เหมือนมีใครบางคนคอยมองตามเธออยู่ตลอดเวลา
"เป็นอะไรหรือเปล่าแก" เมย์เอ่ยทักเมื่อเห็นเพื่อนสาวนิ่งไป
"เปล่า..." กานดาส่ายหน้า พยายามสลัดความระแวงออกไปและบอกตัวเองว่าเธอคงคิดมากไปเอง
