บทที่ 5 ดูออกค่ะพี่

ทว่าห่างออกไปไม่ไกลนัก... ภายในร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม

ชายคนหนึ่งนั่งหลบอยู่มุมในสุดของร้าน หมวกแก๊ปสีดำถูกกดลงต่ำจนเกือบชิดโครงหน้า ใบหน้าครึ่งล่างซ่อนอยู่หลังหน้ากากอนามัยสีเข้ม สายตาของเขาไม่เคยละไปจากร่างระหงของหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ยามที่กานดาหัวเราะ... เรียวปากภายใต้หน้ากากนั้นจะขยับยิ้มตาม

ยามที่กานดาพูดคุยหัวเราะกับคนอื่น... แววตาของเขาก็จะหม่นแสงลง

จนกระทั่งมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้าไปหาเธอ... ปุณณพัฒน์

เพียงแค่เห็นภาพนั้น ชายลึกลับคนนั้นก็ขบกรามแน่น มือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันจน

"มาได้ยังไงคะเนี่ย" กานดาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นปุณเดินเข้ามาหา

"ผ่านมา"

"ผ่านมาไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ"

"พอดีมีคุยงานแถวนี้น่ะ"

คำตอบนิ่งๆ ของเขาทำให้เมย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาทันที "โกหกตาใสเลยค่ะคุณปุณ"

ปุณหันไปมองผู้จัดการสาว "อะไรนะครับ"

"แหม ฉันเป็นผู้หญิงนะคะ" เมย์ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างรู้ทัน "ดูแวบเดียวก็ออก"

"ดูออกว่าอะไรครับ"

"ก็ดูออกว่าตั้งใจมาดูแลน้องกานดาน่ะสิค้า"

ดากานดาหน้าแดงแป๊ดขึ้นมาทันที "เมย์! พูดอะไรเนี่ย"

"อะไรล่ะ ฉันพูดความจริงผิดตรงไหน" เมย์ยังคงแซวต่อ ปุณได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ แต่กลับไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธคำพูดนั้น ซึ่งนั่นยิ่งทำให้กานดาทำตัวไม่ถูกจนหน้าร้อนฉ่าเข้าไปใหญ่

เย็นวันนั้น หลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำ ปุณรับหน้าที่ขับรถพากานดากลับบ้าน ภายในห้องโดยสารเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงสากลจังหวะเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องยนต์

"พี่ปุณคะ"

"ว่าไง"

"หนู...คิดมากไปเองหรือเปล่าคะ"

"เรื่องไหน"

"เรื่องคนส่งของพวกนั้น..."

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่หรอก"

"แต่บางทีเขาอาจจะเป็นแค่แฟนคลับที่ชื่นชอบหนูเฉยๆ ก็ได้นะคะ"

"ถ้าเป็นแฟนคลับปกติ เขาไม่ส่งรูปถ่ายในวัยเด็กที่กานดาไม่เคยโพสต์ลงโซเชียลที่ไหนหรอก"

ดากานดาเม้มปากแน่น เธอเองก็คิดแบบนั้น... เพียงแต่ลึกๆ แอบปฏิเสธเพราะความหวาดกลัวมันคืบคลานเข้ามาในจิตใจ "แล้วถ้า...ถ้าเขาเป็นคนอันตรายล่ะคะ"

คำถามแผ่วเบานั้นส่งผลให้มือที่กุมพวงมาลัยของปุณกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พี่จะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับเราเด็ดขาด"

กระแสเสียงที่มั่นคงและสายตาที่แน่วแน่ของเขา ทำหใความหวาดหวั่นในใจของเธอสงบลงได้อย่างน่าประหลาด

คืนนั้น หลังจากส่งกานดาเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว ปุณกลับมายังห้องทำงานของตัวเองที่บ้านข้างๆ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคน ปลายสายกดรับอย่างรวดเร็วราวกับรออยู่แล้ว

(ว่าไงมึง) เสียงทุ้มเข้มของชายหนุ่มดังลอดออกมา

"คิม" ปุณเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง "กูมีเรื่องให้ช่วยหน่อย"

(เกี่ยวกับอะไรวะ)

"มีคนกำลังตามส่องผู้หญิงคนหนึ่งอยู่"

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง (แฟนมึงเหรอ)

ปุณนิ่งไปหนึ่งวินาที แล้วตอบเรียบๆ "...ยัง"

(โอ้โห ไอ้วัวแก่กินหญ้าอ่อน!) เสียงหัวเราะลั่นดังมาจากฝั่งตรงข้ามทันที

"ไอ้คิม" ปุณปรามเสียงต่ำ

(เออๆ ไม่แซวแล้ว) ตำรวจหนุ่มหัวเราะร่วนก่อนจะปรับน้ำเสียงเป็นงานเป็นการขึ้น (ส่งข้อมูลมาเลยมึง เดี๋ยวเซ้นส์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของกูจัดการสืบดูให้เอง)

"ขอบใจมาก"

ปุณวางสายลง แล้วทอดสายตามองไปยังบ้านหลังข้างๆ บ้านที่ไฟชั้นสองยังคงเปิดสว่าง... ห้องนอนของกานดา

โดยที่เขาไม่มีวันรู้เลยว่า ในเวลาเดียวกันนั้น...

ใครอีกคนหนึ่งก็กำลังจับจ้องไปยังหน้าต่างบานเดียวกันนั้นจากเงามืดอันมิดชิดเช่นกัน

และในครั้งนี้... ชายปริศนากำลังเดือดดาลจนถึงขีดสุด เพราะผู้หญิงที่เขาเฝ้าทะนุถนอมและมองมาตลอด กำลังกลับไปใกล้ชิดกับคนที่เขาเกลียดที่สุดอีกครั้ง!

เสียงลมยามค่ำคืนพัดผ่านยอดไม้เบาๆ ส่งเสียงสวบสาบแว่วมาตามลม

ปุณณพัฒน์ยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงาน สายตาคมทอดมองผ่านกระจกหน้าต่างไปยังห้องนอนของดากานดาฝั่งบ้านข้างๆ แสงไฟสีเหลืองนวลยังคงเปิดสว่าง... เธอยังไม่นอน

เขาก้มลงมองรูปถ่ายในมืออีกครั้ง ภาพเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีเหลืองใต้ต้นมะม่วง ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ เพราะเขาสามารถจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้แม่นยำ วันนั้นกานดาอายุได้เพียงสิบขวบ เธอร้องไห้โฮเพราะขี่จักรยานล้มจนเข่าถลอก เขาเป็นคนอุ้มเธอไปล้างแผลและควักเงินซื้อไอศกรีมปลอบขวัญ

ภาพนี้ถูกถ่ายในวันเดียวกันนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย... แต่เท่าที่เขาจำได้ วันนั้นไม่มีใครถือกล้องอยู่แถวนั้นเลยสักคน

"แสดงว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น..." ชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่วในความมืด

หากเจ้าของรูปนี้เป็นคนเดียวกับคนที่ส่งของมาตลอดสองวัน นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายเฝ้ามองและรู้จักกานดามานานมาก... อาจจะนานกว่าที่ใครจะคาดคิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป