บทที่ 8 พี่ปุณ
"นี่มัน..." ดากานดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความลืมตัว ก่อนจะชะงักกึก หัวใจเต้นกระหน่ำรัวอย่างรุนแรง "นี่มันของหนูนี่คะ..."
ปุณหันขวับมามองทันที "แน่ใจเหรอ"
"แน่ใจค่ะแน่ใจมากๆ" หญิงสาวเอื้อมมืออันสั่นเทาไปรับตุ๊กตาตัวนั้นมาประคองไว้ "หนูทำมันหายไปตอนอายุประมาณสิบเอ็ดขวบ... ตอนนั้นหนูร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตั้งหลายวันเลยค่ะ"
คิมหันต์กับปุณสบสายตากันทันทีด้วยแววตาเคร่งเครียด บรรยากาศรอบตัวทวีความกดดันขึ้นจนถึงขีดสุด เพราะหลักฐานชิ้นนี้มันชี้ชัดแล้วว่า คนร้ายไม่ใช่แค่แฟนคลับโรคจิตธรรมดาๆ แต่เป็นคนที่รู้จักและเฝ้ามองกานดามาตั้งแต่เด็ก... นานจนถึงขั้นรู้ว่าของเล่นชิ้นไหนที่เธอทำหาย และที่น่ากลัวที่สุดคือ... มันอาจจะเป็นคนใกล้ตัวที่อยู่ใกล้เธอมากกว่าที่ทุกคนคิด
"กาน" ปุณเรียกเสียงแผ่ว
"คะ?"
"คืนนี้พี่ไม่กลับนะ"
ดากานดาชะงักค้างไปทันที ขณะที่คิมหันต์หันขวับมาเลิกคิ้วสูงมองเพื่อนสนิทตาโต "หือ? อะไรของมึงวะไอ้ปุณ"
"กูหมายถึงกูจะอยู่เฝ้าที่บ้านหลังนี้" ปุณหันไปสวนกลับเพื่อนสนิทด้วยสีหน้านิ่งสนิทไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับหญิงสาวอีกครั้ง "พี่จะอยู่เฝ้า...จนกว่าคุณย่ากับพ่อแม่เราจะกลับมา"
"แต่ว่ามันจะรบกวนพี่ปุณ..."
"ไม่มีแต่ครับ และห้ามเถียงพี่ด้วย" น้ำเสียงและสายตาคู่เนียนนั้นเด็ดขาดจนดากานดาจำต้องยอมสยบกลืนคำค้านลงคอไป
ขณะที่คิมหันต์แอบจุดรอยยิ้มล้อเลียนอยู่ข้างหลัง เพราะเขาดูออกอย่างทะลุปรุโปร่งเลยว่า ไอ้สถาปนิกปากแข็ง หน้ามึนคนนี้... กำลังเกิดอาการ **'หวงก้าง' และห่วงเด็กข้างบ้านจนแทบคลั่งเข้าให้แล้ว
ทว่า... ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
สายตาเยือกเย็นคู่หนึ่งจากเงามืดหลังพุ่มไม้นอกรั้วบ้าน กำลังจับจ้องภาพความสนิทสนมนั้นอยู่เงียบๆ ยามที่เห็นปุณณพัฒน์ขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้างและปกป้องดากานดา ความอิจฉาริษยาอันดำมืดก็ค่อยๆ ก่อตัวและลุกโชนขึ้นในอกช้าๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ยากจะควบคุม
คิมหันต์มองหน้าปุณณพัฒน์สลับกับดากานดาไปมา ก่อนที่มุมปากจะค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
"งั้นกูหมดหน้าที่แล้วมั้ง"
"หือ?" ดากานดาหันไปมองตำรวจหนุ่มตาแป๋ว "อะไรนะคะผู้กองคิม"
"ก็กูเห็นว่าน้องกานดามีบอดี้การ์ดส่วนตัวคอยเฝ้าแล้วไง" คิมยักคิ้วพยักพะเผยิดไปทางปุณ "ตัวใหญ่กว่าตำรวจอย่างกูอีกมั้งน่ะ ปลอดภัยหายห่วง"
"ไอ้คิม" ปุณเอ่ยปรามเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า ‘ถ้ามึงไม่หยุดพูด มึงโดนแน่’
แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ มีหรือคนอย่างคิมหันต์จะยอมพลาดโอกาสทอง "อะไรวะกูพูดผิดตรงไหน"
"ผิด"
"ตรงไหนล่ะครับคุณสถาปนิก"
"ทุกตรง"
คิมหลุดหัวเราะลั่นบ้านอย่างสะใจ ส่วนดากานดาที่อยู่ตรงกลางเริ่มหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
"เออๆ งั้นคืนนี้กูกลับก่อนละกัน" คิมหันต์ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ "เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูแวะเข้ามาหาใหม่"
ปุณพยักหน้ารับ "อืม ขอบใจมาก"
"แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติระหว่างนี้ มึงโทรหากูได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ" คิมหันไปบอกดากานดาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "ไม่ต้องเกรงใจพี่นะครับน้องกาน"
"ขอบคุณมากนะคะพี่คิม"
"แต่ผมว่า..." ตำรวจหนุ่มแอบทิ้งท้ายพลางยิ้มกวน "คงมีคนพร้อมวิ่งมาช่วยเร็วกว่าสายตรวจสภ.แถวนี้อยู่แล้วล่ะมั้ง"
"ไอ้คิม!"
"ไปล่ะๆ ยอมแล้วคร้าบ!" คิมรีบก้าวขายาวๆ เดินออกจากบ้านทันทีด้วยความรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นมีหวังคงได้โดนฝ่าเท้าของเพื่อนรักประทับกลางหลังลอยละลิ่วออกไปแน่ๆ
ไม่นานนัก เสียงเครื่องยนต์รถของคิมหันต์ก็ดังห่างออกไปจนความเงียบสงัดกลับคืนสู่ตัวบ้านอีกครั้ง ทิ้งให้ภายในบ้านเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน...
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกทันที ดากานดานั่งกอดขากระชับตุ๊กตาหมีตัวเก่าสีครีมไว้บนโซฟา ส่วนปุณนั่งอยู่อีกฝั่ง ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จะเริ่มประโยคสนทนายังไงก่อน จนสุดท้ายหญิงสาวก็เป็นคนทำลายความอึดอัดนั้นลง
"พี่ปุณคะ"
"ว่าไง"
"หนูรู้สึก... แปลกๆ บอกไม่ถูก"
"กลัวเหรอ"
ดากานดาพยักหน้าแกนๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองตุ๊กตาในอ้อมแขน "หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มันกลับคืนมา น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลง "ตอนเด็กๆ ที่มันหายไป หนูร้องไห้หนักมากเลยนะพี่ปุณ"
"พี่จำได้"
ดากานดาเงยหน้าขึ้นทันควัน "พี่ปุณจำได้ด้วยเหรอคะ"
"อืม" ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักโซฟา แววตาคมดุดันเมื่อครู่ดูอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดยามสบตาเธอ "จำได้สิ ร้องไห้โยเยจนตาบวมตุ่ยเป็นลูกมะนาว"
"โห ขนาดนั้นเลยเหรอคะ"
"ขนาดนั้นแหละ"
"โอ๊ย..." หญิงสาวยกมือขึ้นปิดใบหน้าตัวเองด้วยความเขิน "น่าอายชะมัด"
ปุณหลุดหัวเราะเสียงเบาในลำคอ "ตอนนั้นใครนะที่ประท้วงประชดชีวิตด้วยการบอกว่าจะไม่ยอมกินข้าว"
"ตอนนั้นหนูยังเด็กนี่คะ!"
"แล้วเด็กที่ไหนที่เดินร้องไห้แงๆ ตามหลังพี่ทั้งวัน"
"..."
"ใครกันนะที่ร้องไห้บ้านแตกเพราะตุ๊กตาหาย"
"พี่ปุณอ่า! หยุดล้อหนูเลยนะ" ดากานดาหน้าแดงจัด ยิ่งทำให้คนตัวโตกว่าหลุดยิ้มกว้างออกมา หลายปีที่ผ่านมาที่เขาจมอยู่กับกองงานสถาปนิก เขาแทบไม่เคยหลุดหัวเราะผ่อนคลายได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย
