บทที่ 9 นอนด้วย
เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสี่ทุ่ม ความตึงเครียดอันหนักอึ้งในตอนแรกเริ่มละลายหายไป ดากานดาเดินเข้าไปในครัวชงโกโก้ร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นออกมารสองแก้ว ก่อนจะยื่นแก้วหนึ่งให้ชายหนุ่ม
"ขอบใจนะ"
"พี่ปุณคะ..."
"หืม?"
"คืนนี้... พี่ปุณจะนอนที่ไหนเหรอคะ" คำถามแผ่วเบานั้นทำให้ปุณชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตาเธอ
"โซฟานี่แหละ"
"ไม่ได้ค่ะ"
"ทำไมจะไม่ได้"
"โซฟามันสั้นจะตายไป พี่ปุณตัวโตขนาดนี้ขดนอนจนปวดหลังตายพอดี"
"พี่นอนได้ ไม่เป็นไรหรอก"
"แต่หนูเป็นค่ะ!" ดากานดายกแก้วโกโก้ขึ้นกอดอก ทำหน้าตาขึงขังจริงจัง "ถ้าพี่ปุณมานอนเฝ้าหนูแล้วเกิดปวดหลังจนทำงานไม่ได้ขึ้นมา คุณยายสายหยุดต้องบ่นด่าหนูหูชาแน่ๆ"
ปุณหลุดหัวเราะออกมาอีกหน "คิดไปไกลจริงเรา"
"เรื่องจริงนะคะ"
"งั้นจะให้พี่นอนไหนล่ะครับ"
"ห้องรับแขกชั้นล่างมีห้องนอนเล็กอยู่นี่คะ" หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้น "เดี๋ยวหนูไปจัดที่นอน ปูผ้าห่มใหม่ให้แป๊บนึงนะ"
ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางที่รีบวิ่งกุลีกุจอออกไปจัดแจงห้องหับให้เขา สายตาของสถาปนิกหนุ่มอ่อนแสงลงฉ่ำหวานโดยที่เขาเองก็ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
---
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ดากานดายืนพิงกรอบประตูห้องนอนแขกพลางส่งยิ้มให้
"โอเค เรียบร้อยแล้วค่ะ"
"ขอบใจมากนะกาน"
"พี่ปุณ... แล้วถ้าเกิดคืนนี้หนูฝันร้ายล่ะคะ" ปุณเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของยัยตัวเล็ก
"ถ้าฝันร้าย... ก็ลงมาเรียกพี่ได้ตลอด"
"จริงนะคะ"
"อืม"
"จะไม่ดุหนูใช่ไหม"
"ไม่ดุครับ" หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาทันที รอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บานนั้นทำเอาหัวใจของคนมองสะดุกไหวผิดจังหวะไปหนึ่งห้องใหญ่ๆ
ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้อง ปุณเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบบ้านอีกรอบ เช็กสลักกลอนประตูและหน้าต่างทุกบานจนมั่นใจว่าล็อกแน่นหนาดีแล้ว ยามที่เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่น สายตาคมสะดุดเข้ากับกรอบรูปไม้เก่าแก่ใบบนชั้นวาง
มันเป็นรูปถ่ายตอนดากานดาอายุประมาณสิบขวบ เธอกำลังยิ้มแฉ่งชูสองนิ้วอยู่ใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน โดยมีเด็กหนุ่มรุ่นพี่ข้างบ้านคนหนึ่งยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆ
ปุณจุดรอยยิ้มละมุนออกมา เขายำวันนั้นได้... จำรายละเอียดได้ทุกอย่าง เพราะดากานดาเคยเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่คอยวิ่งเตาะแตะตามหลังเขาไปทุกหนทุกแห่ง
และดูเหมือนว่า... ในตอนนี้ ตัวเขาเองเริ่มที่จะอยากให้เธอวิ่งตามเขาแบบนี้ไปตลอดชีวิตแล้วสิ
---
ขณะเดียวกัน... ที่ภายนอกตัวบ้าน ท่ามกลางทัศนียภาพอันดำมืดของค่ำคืนสงัด
รถยนต์ซีดานสีดำสนิทคันหนึ่งยังคงจอดดับไฟนิ่งสนิทอยู่ริมกำแพงห่างออกไปไม่ไกล ดวงตาแดงก่ำคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองตรงมายังบ้านหลังใหญ่ไม่กะพริบตา
ยามที่เห็นว่าแสงไฟในบ้านยังคงเปิดสว่าง และเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของปุณณพัฒน์เดินตรวจตราไปมาผ่านผ้าม่าน ความโกรธแค้นและริษยาในอกก็ยิ่งปะทุเดือดจนแทบทะลัก มือหนาจดเล็บลงบดขยี้รูปถ่ายในมือจนยับยู่ยี่... มันเป็นรูปถ่ายใบหน้าด้านข้างของดากานดาที่เขาแอบถ่ายและเก็บซ่อนมันเอาไว้นานหลายปี
"ทำไม..." เสียงแหบพร่าสั่นเครือเอ่ยพึมพำลอดไรฟัน "ทำไมต้องเป็นมัน... ทำไมว่ะ!"
แววตาของมันเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ความหวงแหนอันบ้าคลั่ง และความหมกมุ่นคุกรุ่นจนบิดเบี้ยวเกินกว่าจะเยียวยา ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่บานหน้าต่างห้องนอนชั้นสองของหญิงสาว...
รอยยิ้มวิปริตประหลาดค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าครึ่งซีกภายใต้ความมืด
"ไม่เป็นไร... ดากานดา"
"เดี๋ยวคุณก็จำผมได้แล้ว..."
"อีกไม่นานเกินรอหรอก"
กลางดึกสงัด...
บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงครางแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศ และเสียงสวบสาบของสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านใบมะม่วงด้านนอก ดากานดาขยับตัวไปมาบนเตียงกว้างด้วยความอึดอัด ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในความมืด
หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวอย่างไม่มีสาเหตุ เธอไม่รู้ว่าตัวเองสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนไหน หรือเพราะอะไรกันแน่ ทว่าสัญชาตญาณบางอย่างในส่วนลึกกำลังร่ำร้องเตือนว่า... มีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
หญิงสาวเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงขึ้นมาดูเวลา แสงสว่างจากหน้าจอบอกเวลา 02:17 น.
"เราฝันไปเองเหรอ..." เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปลอบประโลมอาการใจสั่น ก่อนจะพลิกตัวหมายจะข่มตาหลับใหลลงอีกครั้ง
