บทที่ 9 8
อีวานลุกขึ้นยืน ร่างสูงกำยำสมส่วนบ่งบอกว่าออกกำลังกายมาอย่างดี ไหล่กว้างที่ยืนบังแสงไฟจากแชนเดอเรียจนมิดเมื่อเขายืนเต็มความสูง
“คุณ” น้ำเสียงสั่นเพราะกลัว คนตรงหน้าเธออันตรายเกินกว่าจะล้อเล่นด้วยจริง ๆ
“จำคำพูดตัวเองได้ใช่ไหม”
อีวานกระชากตัวเล็กขึ้นมาจากโซฟา มือหนาย้ายมากอดรัดเอวคอดกิ่วที่ไม่น่าเกิน 24 นิ้วของเธอแนบชิดติดกับตัวเขา
“..”
“ตอบ!”
“จะ..จำได้ค่ะ”
“จำได้ว่า”
“อืม.. ค่ะจำได้ ฉันพูดว่าถ้าเจอกันอีก จะให้เห็นขาอ่อน..” เธอตอบแล้วหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง ซ่อนใบหน้าแดงก่ำ ‘ไม่น่าไปปากดีใส่เขาเลยขนมปัง’
“ให้เปิดให้ดูตอนนี้เลยไหมคะ ก็แค่ดู”
ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำยังกล้าล้อเล่นกับเขาอีก ‘หึ ท้าทายเก่งเป็นบ้าเลยนะยัยลูกกวางน้อย’
“หึ แต่ฉันไม่ได้อยากแค่ดู”
“อึก!”
มาเฟียหนุ่มกระแทกริมฝีปากบางสีอมชมพูจาง ๆ ของตัวเองลงจูบหนัก ๆ ใส่ปากอวบอิ่มเป็นกระจับของขนมปัง เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ จากรสชาติของจูบจากอีวาน
“บอกแล้วว่าอย่าให้ฉันหาเธอเจอ เพราะหลังจากนี้ ชีวิตเธอมันจะขึ้นอยู่กับฉัน!”
อีวานลากเธอออกจากห้อง โยนเธอไปให้บอดี้การ์ด
“โอ๊ย! คุณ!” ไอ้ยักษ์นี่ทำไมถึงได้ชอบทำรุนแรงจังเลยนะ!
“พาตัวไปขึ้นรถ”
“ให้พาเธอไปที่ไหนครับ” ฮาร์ททำหน้างง ถามกลับไปเพราะไม่รู้ว่าเจ้านายจะให้เขาพาตัวเธอไปไว้ที่ไหน
“เพนท์เฮ้าท์! ชั้นบนสุด”
“เพนท์เฮ้าส์เหรอครับ? ครับเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุด!” ฮาร์ทเอียงคอเล็กน้อย แต่เมื่อเจอสายตาแข็งกล้าดุดันเข้าก็ก้มหน้ารับคำสั่งแต่โดยดี
‘ปกตินายท่านไม่ใช่คนที่จะให้ใครเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวเลยนะ..’ ฮาร์ทแปลกใจเมื่อเจ้านายเลือกพาเธอไปเพนท์เฮ้าส์แทนการพาไปโรงแรม
“แล้วนายท่านล่ะครับ ไม่ไปพร้อมกันเหรอครับ..” ก็ว่าแปลกใจทำไมให้คนเอารถมาให้เพิ่ม
“กูต้องไปที่หนึ่งก่อน” อีวานยืนมือล้วงกระเป๋ากางเกงเอ่ยปากสั่งลูกน้องคนสนิท
“นายท่านจะไปไหนครับ ให้ผมไปด้วยไหมครับ” อามอร์เอ่ยถามอย่างกังวล นายท่านไม่น่ามีที่ให้ไปในเวลานี้นี่นา
“ไม่ต้อง กูไปหาเนเรีย”
“รับทราบครับ” เมื่อรับรู้ว่าคนที่นายท่านไปหาคือใคร บอดี้การ์ดหนุ่มก็ไม่ได้ซักไซ้หรือถามอะไรต่อ
“พวกมึงแค่พาเธอไปรอกูไว้ก็พอ”
“ทำตัวให้ดี คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าต้องเตรียมตัวยังไงระหว่างที่รอฉัน..!” อีวานบีบกรอบหน้าเล็กกระชากมาจูบอีกรอบและผละออกอย่างแรง แสยะยิ้มใส่เธอก่อนเดินจากไป
ขนมปังทำได้แค่นั่งเงียบมาตลอดการเดินทาง ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่ากำลังจะไปที่ไหน ตอนแรกก็พยายามจะจดจำเส้นทางไว้อยู่หรอก แต่เพราะเรื่องเส้นทางไม่ใช่สิ่งที่สมองเธอจะจดจำมันได้เลย
เธอหายไปจะมีคนรู้ไหม ปกติเธอก็ไม่ค่อยกลับบ้านด้วยสิ ก็เพราะชอบเที่ยวกลางคืนแล้วเปิดโรงแรมนอนจนทุกคนที่บ้านชินชากับการกระทำนี้ไปแล้ว
‘ขอให้ลูกรอดกลับไปในคืนนี้ด้วยนะคะ ลูกยังไม่อยากตาย’ เธออ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้คุ้มครอง
เพนท์เฮ้าส์ E-van
บอดี้การ์ดหนุ่มทั้งสองพาขนมปังมายังเพนท์เฮ้าส์สุดหรูหรา จอดรถที่ชั้นใต้ดินพื้นที่ส่วนตัวของ vip ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากกว่าปกติของผู้อาศัยทั่วไป
“เชิญทางนี้ครับ” อามอร์อ้อมมาเปิดประตูรถให้ขนมปัง ร่างบางเดินออกมาแต่ก็หยุดชะงัก
“เจ้านายคุณใจร้าย ไม่สิ เขาเคยใจดีไหมคะ”
อยากถามว่าใจร้ายมากไหมแต่จากที่เธอฟังแล้วคงต้องถามหาความใจดีจากเขาเสียมากกว่า
“เรื่องนั้น ผมไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามครับ” อามอร์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ค่ะ คุณควรตอบฉันมาก่อน แล้วเขาจะทำอะไรฉันบ้าง ฉันจะรอดไปถึงพรุ่งนี้เช้าไหม”
“ไว้คุณผู้หญิงเก็บไว้ถามกับนายท่านจะดีกว่าครับ” อามอร์เอ่ย ส่วนฮาร์ทก็ดันหลังเบา ๆ ให้ขนมปังขยับตัวเดิน
“เชิญครับคุณผู้หญิง”
‘อะไรเนี่ย ไม่ใช่ว่าฉันต้องโดนฆ่าตายเพราะสองคนนี้ก่อนหรอกนะ..’
“ฉันควรเขียนจดหมายสั่งเสียก่อนไหม ให้ฉันเขียนจดหมายสั่งเสียก่อนได้ไหมล่ะคะ!”
“เขาจะกลับมาเมื่อไหร่คะ แล้วที่ว่าเตรียมตัว ฉันต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง”
“ฮือ ขอเขียนจดหมายก็ไม่ได้เหรอคะ”
“ฉันตายแน่เลย ถ้าฉันตายส่งข้อความบอกพ่อแม่ให้ด้วยได้ไหม”
“หรือว่าพวกคุณจะทำลายหลักฐานหลังฆ่าฉันกันคะ?!!”
เสียงพูดเจื้อยแจ้วราวกับนกแก้วนกขุนทองขับร้องในยามเช้า
“ใจเย็นนะครับ ไม่มีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงหรอกครับ ทำให้เจ้านายพอใจก็พอครับ” ฮาร์ทพยายามบอกให้เธอใจเย็น
“คะ!!?”
“แล้วคุณผู้หญิงจะปลอดภัยเองครับ”
“เชิญคุณผู้หญิงเข้าลิฟต์ครับ”
บอดี้การ์ดหนุ่มทั้งสองพาเธอเข้าไปในลิฟต์ กดไปชั้นเพนท์เฮ้าส์ ซึ่งอยู่ชั้นด้านบนสุดของตึกสูง58 ชั้น และนอกจากทั้งชั้นนี้ อีกสามชั้นลงไปยังเป็นของอีวานทั้งหมด.. รวมก็ 4 ชั้น..
เพราะคำว่า ‘หวงความเป็นส่วนตัว’
อีวานทุ่มเงินกว่า 790 ล้านบาท ซื้อ 4 ชั้นมาครอบครองคนเดียว
โดยชั้นบนสุดคือ พื้นที่ส่วนตัวที่อีวานใช้เป็นที่พักผ่อน ชั้นที่2 เป็นชั้นสำหรับที่พักให้เพื่อนและดื่มสังสรรค์ ชั้นที่3 เป็นที่ไว้พูดคุยงาน ธุรกิจ และให้พื้นที่สำหรับพักผ่อนของเหล่าลูกน้อง
ชั้นสุดท้าย ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร จึงปล่อยว่างเอาไว้ก่อน..
มากกว่านั้นคือเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดมีสี่ชั้นแยกในตัวมากกว่าเพนท์เฮ้าส์ชั้นอื่น ๆ
ติ๊ง!
“OMG!”
“เจ้านายคุณเขาทำอาชีพอะไรกันแน่คะ!”
ขนมปังตาโต ตื่นเต้นเมื่อได้มายืนอยู่ในห้องเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของตึกสูง 58 ชั้น คือต่อให้เธอจะรวยหรือที่บ้านพอมีฐานะ ก็ใช่ว่าใครจะสามารถซื้อเพนท์เฮ้าส์ใจกลางกรุงเทพมหานครสุดหรูที่ราคาแพงยิ่งกว่าทำบ้านหนึ่งหลังที่ว่าหรูหราเสียอีก
เดินวิ่งพล่านไปทั่วทั้งชั้นล่าง จนเผลอลืมความกลัวไปชั่วขณะ ขนมปังไปยืนชิดกระจกจ้องมองแสงระยิบระยับของไฟตึก คอนโด รถยนต์ที่อยู่ต่ำกว่าและเมืองที่ไม่มีวันหลับใหลนั้น
“ฉันขึ้นไปชั้นสองได้ไหมคะ” ขนมปังหันมาถามบอดี้การ์ดหน้าขรึมสองคนที่ยืนกุมมือยืนเฝ้าเธอ
“เกรงว่าจะไม่ได้นะครับ” อามอร์ตอบขนมปังไปเสียงเรียบ
เวลาผ่านไปนานพอสมควร จนความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ว่า ‘หงุดหงิด!’
ติกต่อก ติกต่อก ความรู้สึกเหมือนมีนาฬิกาจับเวลาระเบิดอยู่ในหัวขนมปัง มันดังก้องจนเธอแทบระเบิดอารมณ์
“แล้วนี่เจ้านายคุณจะมาเมื่อไหร่คะ”
“คือต้องให้ฉันรอเขาไปทั้งคืนเลยไหมคะ!”
“มาขู่ให้กลัวไม่พอ ยังมาปล่อยให้ผู้หญิงรออีกเป็นชั่วโมง ถ้าเจอนะจะ..!”
“จะทำไม ถ้าฉันให้รอทั้งคืนจะทำไม?”
ความรู้ชาไปทั้งตัวเพียงแค่ได้ยินเสียง ขนมปังหันไปตามเสียง
“ทำไม”
-รบกวนเขียนจดหมายสั่งเสียเมื่ออยู่ต่อหน้าอีวาน..-
