บทที่ 2 .

จูบหนักหน่วงจากริมฝีปากหนายังควานหาความหวานทั่วโพรงปากพร้อมตวัดลิ้นรัดอย่างเผ็ดร้อนจนหญิงสาวแทบขาดใจตาย เขาไม่เปิดทางให้หล่อนได้พักหายใจหายคอ

“อะอื้อ”

เธอพยายามขัดขืนแล้วแต่สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้ได้ช่วยเข้ามาดึงเธอออกไปจากสถานการณ์นี้ที

ปากหยักได้รูปไล่ลงมาขบกัดลำคอระหงจนเป็นรอยทั่วซอกคอ

"อ๊ะ! อือ ไม่"

แคว๊กกก เสียงเสื้อเชิ้ตตัวข้างนโดนฉีกทึ้งออกจนกระดุมกระเด็นหลุดไม่เหลือชิ้นดี หญิงสาวไม่มีคำร้องขอใดๆนอกจากน้ำตาเต็มดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ดูน่าเวทนายิ่งนัก หน้าอกอวบใหญ่ถูกมือหนาบีบเคล้นอย่างแรง ส่วนหวนมสีชมพูโดนปากร้อนคาบงับจนเป็นรอย เธอร้องเสียงหลงเมื่อถูกรุกราน แต่คนกระทำเธอนั้นกลับยิ้มเยาะหยัน

 “นังร่าน โดนแค่นี้ครางใหญ่เลยนะ” เขารีบถอดกางเกงออกจากความตุงที่คับแน่นตรงกลางกาย จ่อที่ปากทำเอาเธอตกตะลึง นี่คือครั้งแรกที่เธอได้พานพบกับสิ่งที่เรียกว่า องคชาติ 

​“ดูดมันซะ” พูดจบเขายัดความเป็นชายเข้าปากเธออย่างแรงจนมิดลำ

มีเพียงเสียงต่อต้านอู้อี้จากหล่อน น้ำตาไหลอาบหน้าเมื่อปากคับแน่นไปด้วยบุรุษความเป็นชายที่เธอไม่เคยประสบมัน

เขาเร่งซอยความอวบใหญ่เข้าออกปากเธออย่างเมามันในขณะที่มือยังกอบกุมบีบบี้ปลายปทุมของเธอสร้างความเจ็บปวดปนหวาดกลัวให้เธอยิ่งนัก

“ซี้ดด เสียวชิบ” เสียงแหบพร่าสบถหยาบอย่างพอพึงขณะกระแทกถี่ยิบเมื่อใกล้ถึงขอบสวรรค์ เสียงครางราวกับสัตว์ร้ายเปล่งออกมาพร้อมลาวาสีขาวขุ่นพุ่งเข้าเต็มปากหญิงสาว มันไหลลงลำคอโดยที่เธอไม่ต้องการกลืนมันลงด้วยซ้ำ เขาจัดการเช็ดคราบและใส่กางเกงให้เข้าที่ โดยไม่สนใจใยดีหล่อนที่นั่งร้องไห้ไปมือเช็ดปากอย่างพะอืดพะอม

“หยุดมารยาแกล้งร้องไห้ได้แล้ว"

เธอรีบควานหาสูทตัวนอกมาสวมอย่างรนราน

"คงค้างเติ่งอยู่สินะ แต่เสียใจด้วยแค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว"

เธอกำหมัดแน่น

"เห็นว่าแอบชอบฉันอยู่ไม่ใช่หรือพิมรภา? เหอะ น่าขันจริง เธอไม่มีสิทธ์เทียบขั้นฟ้าใสหรอกนะ จำไว้”

เขาเดินออกจากห้องอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอปล่อยโฮออกมาอย่างสุดขีด นี่หรือผู้ชายที่เธอเคยใฝ่ฝันอยากเจอตัวจริงสักครั้ง..

‘ยัยฟ้า ดูนี่แฟนในอนาคตของฉัน หุ่นเซ็กซี่มาก หน้าก็หล่อยิ้มทีนี่โอ๊ยฉันจะละลาย’

“ไหนๆ ขอดูโปรไฟล์ซิ อาห์ ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล่ มาเฟียอิตาลี ทายาทเจ้าพ่อมาเฟีย ดาเรนโด้ ลีโอนาร์ด สเป็กแกนี่อินเตอร์เลยนะยัยพิม ว่าแต่ฝันเกินตัวไปมั้ยเนี่ย”

ฟ้าใสหันไปมองดูรูปพร้อมอ่านประวัติชายในฝันของเพื่อนสาวผ่านอินเตอร์เน็ต

“นี่ถ้าฉันได้เจอตัวจริงเค้าได้ถ่ายรูปคู่กันคงดีนะ” หญิงสาวพร่ำเพ้อให้เพื่อนฟังอย่างลมๆแล้งๆ

“ฮ่าๆๆ พอเหอะยัยพิม ไหนล่ะข้อมูลโปรเจคที่ฉันให้แกหา ก่อนอื่นคือทำโปรเจคให้เสร็จไวๆจะได้เรียนจบ แล้วแกจะได้ทำงานหาเงินขอเค้าแต่งงานซะ” เสียงสนทนาอย่างสนุกสนานของสองสาวช่างมีความสุขเหลือเกินเมื่อในอดีต

..แต่ดูสภาพเธอตอนนี้สิ เธอร้องไห้จนตัวโยนภายในห้องอันเวิ้งว้าง ถูกชายผู้ตนเองแอบปลื้มข่มเหงย่ำยีราวกับเธอไม่ใช่คน

เธอคงอ่อนแอเกินไปใช่ไหม เขาถึงได้ทำร้ายจิตใจเธอขนาดหนักแบบนี้

อย่างน้อยเขาควรสงสารและเห็นใจในฐานะความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน เธอไม่เคยหวังให้เขามารักเธอตอบเพราะมันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เธอรู้

ขอเหอะชาตินี้อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย

พิมรภาพยายามรวบรวมสติ ดึงผ้าคลุมโต๊ะมาไว้บนไหล่ตนเองแทนเพื่อปกปิดร่องรอยตามซอกคอ และเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น

จะไม่ให้ใครเห็นเธอสภาพนี้เด็ดขาด สภาพที่...เหมือนโดนรุมโทรม

เธอรีบวิ่งออกไปทางบันไดหนีไฟโบกรถแท็กซี่กลับบ้าน โดยไม่สนใจเรื่องงานที่เธอทำมากว่า2ปี ไม่มีอีกแล้ว นี่คือครั้งแรกที่เธอคิดอยากลาออก

“อ้าวหนูพิมลูกมาพอดีเลยมาๆ นั่งนี่มาโซ้ยส้มตำกะพ่อมา แม่แกทำเพิ่งเสร็จรสชาตินี่แซ่บเวอร์” ผู้พ่อกวักมือเรียกลูกสาวพลางตบเก้าอี้รอ เมื่อสังเกตดูอาการของลูกสาวกับผ้าคลุมไหล่ลายแปลกตาแล้วจึงอดถามไม่ได้ “เอ่อ หนูหนาวเหรอลูก?”

“ค่ะพ่อหนูไม่สบายทานข้าวทานยาเรียบร้อยแล้ว หนาวมากค่ะ บอกแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ขอตัวไปนอนพักผ่อนก่อนนะคะพ่อ” เธอรีบร่ายยาวก่อนวิ่งขึ้นบันได

“ไอ้ลูกคนนี้เนี่ย ห่มผ้าหนาๆนะ” พ่อผู้อารมณ์ดีตะโกนไล่หลังบอกลูกสาวคนเดียวอย่างห่วงใย

ครอบครัวที่แสนอบอุ่นอาศัยอยู่ร่วมกันสามคนพ่อแม่ลูกในบ้านสองชั้นหลังเล็กกะทัดรัด ด้านหลังบ้านมีสวนผักหลากหลายชนิดให้พ่อแม่เธอได้เก็บไปขายในตลาดได้ตลอดปี พ่อแม่ลูกรักใคร่อบอุ่น อารมณ์ดีกันทั้งบ้าน จนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างอิจฉาในความน่ารักของบ้านนี้ ร่างบางนั่งกอดเข่าบนเตียงเล็กในห้องสีชมพูหวานแหวว ช่างขัดกับสภาพจิตใจในตอนนี้นัก

 ‘พิม’ เสียงเรียกอันคุ้นหูที่เธอไม่ได้ยินนานหลายเดือน ทำให้เธอหันมามองด้วยความดีใจ

‘ยัยฟ้า’ สองสาวโผเข้าหากันด้วยความดีใจ ‘แกมาทำไมไม่โทรบอกฉันล่วงหน้าจะได้รอรับที่สนามบินล่ะ’

‘ไม่อยากรบกวนแกไง อีกอย่างฉันไม่ได้มาแท็กซี่’ เธอพยักเพยิดสายตาไปที่รถหรูคันนั้น

‘นั่งคันนั้นมาเหรอ?’ พิมรภาเบิกตาโต

 ‘อืมใช่ คุณราฟเค้ามีธุระที่เมืองไทยพอดี ฉันเลยขอมากับเค้าน่ะ’

‘หวานจริงนะ’ เธอแซวพลางเอนกายชนสีข้างเพื่อนรัก ‘ว่าแต่จะไม่ให้ฉันขอถ่ายรูปด้วยจริงหรือ แหม ทำเป็นหวงไปได้’

ฟ้าใสหุบยิ้มลงพลัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป