บทที่ 4 Chapter.3
“ใครบอกล่ะ นอนลงแหกแคมออก”
“ได้ค่ะ”
เธอนอนหงายอ้าขาออกกว้างทำตามอย่างว่าง่าย
“แหกให้กว้างอีก”
“ค่ะๆ”
ท่อนเอ็นใหญ่พรวดเข้าไปร่องเยิ้มอีกครั้ง ทั้งสองครวญครางประสานกัน
“เดี๋ยวกูออกไป” แม้จะคาด้ายคาเข็มอยู่ เขายังไม่ลืมสั่งลูกน้องเสียงสั่นพร่า
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ”
“กูรู้น่า” ภาษากายที่ตอดเขาหนุบหนับมันบอกแทนแล้ว จังหวะท่อนเอ็นสอยเข้าออกนั้นเป็นไปอย่างหนักหน่วง นางแบบสาวหัวสั่นหัวคลอนกรีดร้องเสียแหลมเมื่อใกล้จะแตะขอบสวรรค์ เธอร่ำร้องไม่ขาดปากทั้งคำหวานและคำหยาบโลนอย่างไม่อาย
“อูย เสียวรู”
“ขยี้ติ่งให้ฉันดูสิ”
“ค่ะ”
เธอทำตามพร้อมสูดปากครวญครางจนเขาเอานิ้วแหย่เข้าปากให้เธอดูด
เสียงน้ำอาบรูที่ถูกเอ็นใหญ่กระแทกบวกกับเสียงดูดนิ้วและเสียงสะโพกปะทะโหนกนูนเกิดขึ้นพร้อมกันดังสนั่น ทำเอาลูกน้องที่ยืนหน้าห้องพลอยงุ่นง่านไปตามกัน
ดาวิเด้สาวท่อนเอ็นออกจากร่องเลื่อนกายขึ้นไปจ่อใบหน้าให้น้ำขาวขุ่นพุ่งกระฉูดจนเลอะเต็มไปหมด แม่โมนิก้าอ้าปากเลียน้ำพลางใช้มือลูบไล้ใบหน้าเปื้อนน้ำสีขุ่นของเขาอย่างลุ่มหลง
“มีอะไร” ดาวิดออกมาหาลูกน้องที่รออยู่หน้าประตู
“เอ่อ คนของเราตายแล้วครับ คาดว่าพวกนั้นจะรู้แล้วว่านายสั่งมัน”
“Shitt!! ..อยู่เฉยๆว่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร”
เขาสบถเสียงดังลั่น เดินหันหลังกลับเข้าห้อง แล้วก็ต้องตื่นตัวอีกรอบเมื่อเห็นนางแบบสาวยังอยู่ที่เดิมแถมเธอยังช่วยตัวเองด้วยนิ้วทั้งสาม
“โอ้วว โมนิก้า เธอกำลังจะปั่นหัวฉัน”
เธอสาวเข้าออกพร้อมส่งสายตาชักชวนมาเฟียหนุ่ม เจอแบบนี้มีเหรอเขาจะอดใจไหว
เขาเคลื่อนใบหน้าคมสันจ่อปากแอ่งสวาทที่มีน้ำไหลเยิ้ม...มันน่าชิมชะมัด
แต่เขาไม่ทำ แถมยังใช้สามนิ้วยัดเข้าแทน
“โอ๊ย เสียวรู”
หล่อนกระเด้งขึ้นสู้มือที่ชักเข้าชักออกรุนแรง
“อู้ย อย่าขบแรง”
โมนิก้าหวีดจนเสียงแหบแห้งก่อนเกร็งกระตุกเฮือกใหญ่
“ต่อกันอีกรอบก่อนค่อยพัก กูจะเอาให้รูมึงบานเลย”
พูดจบเขาเสือกลำดุ้นใหญ่พรวดเดียวมิดลำ
“โอ้ว ฟัค”
แล้วสาวออกจนเกือบหลุด หล่อนยกสะโพกขึ้นตามกลัวจะหลุด
เขาเสียบเข้าๆออก จนโมนิก้าแทบสำลักรสสวาทที่ถูกปลุกเร้าปั่นป่วนจวนจะขาดใจตาย
“ขมิบสิ เร็ว”
เขาออกคำสั่งเมื่อเครื่องกำลังร้อนได้ที่ แต่ติดตรงที่ร่องฉ่ำเยิ้มของหล่อนยังแน่นไม่พอ คาดว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายที่จะใช้บริการหล่อน เขายกร่างเปลือยไปนั่งบนหัวเตียงแล้วสั่งให้เธอขยำนมตนเอง
“โมนิก้า ฉันจะส่งท้ายเธอให้หนัก ไหวมั้ย?”
“แทงมาค่ะ แทงมาเลยฉันยังไหว”
สะโพกสอบอัดเข้าใส่โหนกเนื้อไร้ขนอย่างเอาเป็นเอาตายกระทั่งใกล้เสร็จ
“ดูดกินน้ำฉัน” เขาฟาดแก้มให้อ้าปากรอรับ เธอรีบลุกนั่งอ้าปากหวอปล่อยให้น้ำขาวพุ่งเข้าปากกระเด็นกระดอนเต็มหน้าอีกครั้ง
“สบายตัวเป็นบ้า” เขาสบถออกมาหลังสิ้นเกมสวาท ร่างสูงเดินไปหยิบเช็คให้นางแบบสาว
“ถ้าเธออยากได้มากกว่านี้สองเท่าและมีงานเดินแบบตลอดปีช่วยอะไรหน่อยได้มั้ย?”
“หูยได้อยู่แล้วค่ะรับสั่งมาเลยฉันจะทำให้คุณทุกอย่าง” โมนิก้าตาโตกับข้อเสนอที่เธอจะได้รับ
“พยายามเข้าหา ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล่แล้วหาทางแบล็กเมล์มัน นั่นคืองานของเธอ”
พูดจบก็เดินตรงมายังหล่อนแล้วจับร่างอ่อนเปลี้ยจัดแจงหันหลังในท่าหมา
“ฉันจะเอาเธอให้หลวมเลยแม่ร่านสวาทของฉัน” เขาได้ที่ระบายความโกรธชั้นดีแล้วคืนนี้อย่าหวังว่าโมนิก้าจะได้นอน เวลาที่เธอจะเป็นอิสระคงเป็นเวลารุ่งสางเท่านั้น
สามวันแล้วที่พิมรภาหวาดกลัวจนไม่ไปทำงานที่โรงแรมนั่นอีก ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปลาออกด้วยตนเองถึงรู้ว่าไม่เหมาะสมที่เลือกลาออกผ่านทางโทรศัพท์จนใครต่อใครค่อนขอดว่าเธอทำไม่ถูกก็ช่างเถอะ
สิ่งที่ต้งการคืออยากทำงานที่ไกลๆเผื่อสภาพจิตใจเธอจะดีขึ้นและที่สำคัญเธอต้องการหนีไอ้คนใจโหดคนนั้น
“สู้สิพิม จะมาเศร้าอะไรมากมาย” พิมรภายิ้มให้ตัวเองในกระจกแล้วรีบวิ่งลงบันไดไปหาพ่อหมูแม่อ้อยอย่างอารมณ์ดี
“อ้าว หายดีแล้วสินะลูกถึงได้ยิ้มหน้าบานขนาดนั้น” แม่อ้อยเห็นลูกสาวอาการดีขึ้นก็พลอยดีใจไปด้วย
“วันนี้ไม่ห่มผ้าห่มอีกเหรอลูก สองสามวันก่อนนี่ห่มผ้าเดินรอบบ้าน พ่อนึกว่าคนบ้า” คนพ่อเอ่ยติดตลก
“พ่อก็แซวลูกสาวเราจัง ดูสิเมื่อกี้หน้าบานตอนนี้หน้าบูดเป็นตูดเป็ดแล้ว”
“พ่อคะแม่คะ มาๆนี่มาหนูมีเรื่องจะขอพ่อแม่หน่อยค่ะ”หญิงสาวยิ้มหวานให้ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ท่านทั้งสองคงไม่อนุญาต
“หนูได้ลาออกจากที่ทำงานเก่าแล้วนะคะ ข่าวดีคืองานใหม่ที่จะทำนั้นอยู่ในญี่ปุ่นค่ะ”
“ห๊ะ ทำไมอ่ะ” คนเป็นพ่อสงสัย
“หรือว่าหนูโกหกพ่อกับแม่ว่าหนี้ของฟ้าใสที่ทำงานมันมากกว่าสองแสนใช่มั้ยลูก รถหนูที่เอาไปขายมันไม่พอใช้ใช่มั้ย” คนเป็นแม่เค้นถามและคาดเดาไปต่างๆนาๆอย่างเป็นห่วง
