บทที่ 6 Chapter.5
หล่อนมีปัญหาเรื่องเงินและหนี้สินทำไมถึงไม่บอกเขา ร่างใหญ่หันหลังกลับไปเขียนเช็คให้เธอจำนวนสิบห้าล้านเพื่อต้องการให้เพื่อนสาวจอมขูดรีดเลิกโทรมารบกวนหล่อนสักที
ฟ้าใสวางสายเสร็จต้องตกใจหนัก เมื่อเขายืนอยู่ด้านหลังและยื่นเช็คนั่นให้เธอ พร้อมประโยคคำถามที่ทำให้เธอตกใจอย่างหนัก
‘พัฒน์ คือใคร?’
‘ออ แฟนของยัยพิมค่ะ เค้าติดหนี้พนันบอลตั้งห้าล้านยัยพิมเลยต้องโทรมาเล่าปัญหาทุกข์ใจให้ฟัง’
คิ้วหนาขมวดขึ้นเป็นปม เพงมองคนตัวเล็กอย่างสงสัย
เงินแค่นี้เป็นแค่เศษเงินของเขา ทำไมเธอไม่เอ่ยปากขอกับเขาบ้าง?
‘ทำไมทำหน้าอย่างนั้นคะ หรือว่าแอบเสียดายที่รู้ว่าเพื่อนสาวหน้าหวานของฟ้ามีแฟนแล้ว?” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่อง เพราะเคยเอารูปพิมรภาเพื่อนสนิทที่คลั่งไคล้เขานักหนาให้เจ้าตัวดู สีหน้าเขาดูตะลึงในความสวยของพิมรภาแถมยังแกล้งหยอกเธอว่าน่าจะเจอพิมรภาก่อนจนสาวเจ้าเคยงอนไปสามวันกว่าจะหาย
‘ต่อให้สวยกว่านี้สักสิบเท่าก็ไม่รัก ถ้าไม่ใช่เธอ โอเค๊?’
บทสนทนาจบลงมีเพียงจูบอันดูดดื่มของเขาและเธอเนิ่นนาน ฝ่ามือทั้งสองต่างลูบไล้สัดส่วนพร้อมแลกลิ้นกันพัลวัน
บทสวาทเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ทั้งบนเตียงและห้องครัว เพราะครั้งเดียวคงไม่พอสำหรับเขา
“อื้อ เสียวค่ะ”
ร่างบางดิ้นเร่านอนส่ายหัวไปมาบนโต๊ะรับประทานอาหาร
‘เป็น อะไร หืม’ เขาหยุดขยับสะโพกพร้อมแกล้งหญิงสาว
‘ยะ อย่าทรมานฟ้าสิคะ’
‘ไหนบอกรักฉันสิ’
‘ฟะ ฟ้ารักคุณราฟนะคะ’
เขาสอดใส่เข้าไปใหม่อีกครา ส่วนมือบีบเคล้นหน้าอกหล่อนสลับกับการใช้ปลายนิ้วบดบี้ติ่งเสียว
‘อ๊าส์ เสียว’
‘โอ้วที่รัก ใกล้เสร็จแล้วใช่มั้ย’
“อูยยส์ค่ะ ฟ้าใกล้เสร็จแล้ว"
เขารัวสะโพกขยี้ร่องสาวรุนแรง ทั้งสองไปถึงสวรรค์พร้อมกัน น้ำกามสีขุ่นฉีดใส่โพรงนุ่มจนเอ่อล้นน้ำเจิ่งนองไหลมาตามซอกขา ราฟาเอลก้มลงไปดูดดื่มโพรงสวาทของเธออย่างไม่นึกรังเกียจ เขาไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน เขาเว้นให้แค่เธอคนเดียว เขาอ่อนโยนต่อเธอมาก นั่นเพราะเธอคือคนที่เขารักมากที่สุด
เมื่อผงกหัวขึ้นไปมองหน้าหล่อนที่กำลังเคลิบเคลิ้มช่างหวานเยิ้มอะไรอย่างนี้
ราฟาเอลสะบัดศีรษะไปมาอย่างแรงเพื่อพยายามควบคุมความขุ่นแค้นไม่ให้คลุ้มคลั่งไปมากกว่านี้ ไม่นานภาพพิมรภาที่กำลังร้องไห้ขณะโดนเขาข่มเหงก็ผุดทับซ้อนใบหน้าของฟ้าใสขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เขากุมขมับที่กำลังปวดหนึบขึ้นอย่างกะทันหัน
“โอ๊ย ปวดหัวชิบ!”
“นายครับ เอ่อผมว่านายไปพักก่อนเถอะนะครับ” โทนี่รวบรวมความกล้าก่อนเสนอแนะออกไป
"ไม่ กูขอนั่งอีกสักพัก"
“นายครับ มีความคืบหน้ามาบ้างแล้วครับ” เสียงเดฟที่พึ่งออกไปรับโทรศัพท์มาหมาดๆเดนกลับมาแจ้งข่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ว่ามา”
“เอ่อ เรื่องนายพัฒน์น่ะครับ เราสืบได้ว่ามันเอามือถือไปขายที่โรงรับจำนำในวันเกิดเหตุครับ”
ราฟาเอลเปิดดูข้อมูลในสมาร์ทโฟนทันทีที่สายของเขาส่งไฟล์ข้อมูลมาให้ เขาเจอแต่รูปพิมรภาเต็มไปหมด ที่มีทั้งถ่ายตอนเธอเผลอและตั้งใจยิ้มหวานใส่กล้อง
“ส่วนพิมรภาตอนนี้เธออยู่ที่ญี่ปุ่นครับ” เดฟพูดขึ้นแทรกขณะที่ราฟาเอลกำลังเลื่อนดูรูปหล่อนอยู่อย่างนั้น หากแต่หูยังรับฟังลูกน้องอยู่
“เมื่อไหร่?”
“สองวันแล้วครับ”
“แล้วเพิ่งมาบอกกู?”
“ผมเห็นสองสามวันมานี้นายดื่มหนักและอยากอยู่คนเดียวเลยไม่กล้าขัดครับ”
“ต่อไปนี้ต้องบอกกูทุกอย่างเกี่ยวกับพิมรภา เพราะนั่นอาจเป็นตัวล่อให้ไอ้พัฒน์โผล่หัวออกมา”
“ครับ”
“พวกมึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะไป กูอยากอยู่คนเดียว”
สายตาคมนั่งจ้องมองรูปของเธอจากมือถือพิพัฒน์ทั้งคืนด้วยความเคียดแค้น
‘พิมรภา เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ’
ช่วงเวลาสามวันกับการใช้ชีวิตในลำพังต่างบ้านต่างบ้านต่างเมืองสภาพอากาศที่แตกต่างกับวิวสวยๆนั้นช่วยเยียวยาสภาพจิตใจพิมรภาได้ดีขึ้นมาก เธอคุยสายกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วเบิกบาน เธอซาบซึ้งใจที่พ่อแม่เคารพการตัดสินใจและยอมปล่อยลูกสาวคนเดียวได้ลองออกมาใช้ชีวิตในต่างแดน
“ ค่ะคุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูพิมโตแล้วนะคะ”
“คิดถึงส้มตำมั้ยล่ะลูก”คนเป็นแม่ถาม
“มากๆค่ะ แต่ไม่เท่าคิดถึงพ่อกับแม่หรอก”
“คิดถึงก็กลับมาสิ” คนเป็นพ่อตอกกลับด้วยความน้อยใจ
“โถ พ่อคะหนูพิมพึ่งมาถึงก็ให้กลับเลยหรือ?”
สามพ่อแม่ลูกคุยกันกระเหง้ากระหงอดอย่างมีความสุข ก่อนวางสายคนเป็นพ่อเลยเอ่ยประโยคทิ้งท้ายเพื่อเตือนใจลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“พิม พิมลูกได้ยินไหม ฟังพ่อนะ”
“คะ?”
“อย่าไปไว้ใจ ให้ใจ ช่วยเหลือใครให้มากนะเดี๋ยวเราจะเดือดร้อน รักตัวเองให้มาก คิดถึงตัวเองก่อนจะช่วยอะไรใคร อย่าเกรงใจ อย่าใจกว้างจนเกินพอดี หวังว่าที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนให้เราพอตัวแล้ว เป็นห่วงนะ” “แม่ด้วยนะ บายลูก” ผู้แม่ส่งจูบก่อนวางสาย
เธอวางสายพลางปาดน้ำตาออกจากพวงแก้ม คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงบ้าน ทั้งนึกถึงเรื่องราวต่างๆทั้งร้ายดีที่ประสบมา ใช่ เธออาจจะเป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร หลายคนอาจมองว่าเธออ่อนแอ แต่เพราะคำว่ารักเพื่อน เธอช่วยเหลือและให้ใจไปเต็มร้อยเพราะฟ้าใสคือเพื่อนของเธอ เธอไม่เคยคิดโทษเพื่อนเธอเลยที่เธอต้องมาหลบคนใจร้ายแบบนี้ เป็นเพราะตัวเธอเองนั่นแหละที่อ่อนแอเกินไป
