บทที่ 7 Chapter.6
เป็นเพราะตัวเธอเองนั่นแหละที่อ่อนแอเกินไป
เธอตั้งใจจะค่อยเป็นค่อยไปเริ่มจากการเป็นพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของที่นี่ นอกจากจะรับหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับแล้วเธอยังรับจ๊อบพิเศษเป็นแม่บ้านเก็บกวาดตามห้องต่างๆของทางโรงแรมด้วย เพราะช่วงนี้พนักงานขาดพอดีเธอเลยขอทำเพิ่ม
“พิม เลิกงานแล้วไปเที่ยวกับเราไหมเดี๋ยวพาไปกินของอร่อยด้วย”
“ไม่หรอกจ้ะรส วันนี้เรารับจ๊อบพิเศษต้องเก็บกวาดห้องช่วยหัวหน้าแม่บ้าน”
“ขยันจัง ไม่เหนื่อยเหรอเนี่ย”
“ ทำอีกแค่2ชั่วโมงเองสบายมาก เดี๋ยววันหลังจะไปด้วยนะ”
ขณะที่สองสาวคุยกันก็มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินตรงมายังสองสาว เขาหยุดยืนตรงหน้าพิมรภา ในมือถือดอกไม้ยื่นให้กับเธอ
“เอ่อ ผมชื่อนนท์นะครับ เป็นคนไทยยินดีที่ได้รู้จักครับ” มีชายหนุ่มหน้าตาดียื่นดอกไม้มาให้ขนาดนี้มีหรือเธอจะไม่หน้าแดง
“ขอบคุณค่ะ ฉันชื่อพิม มีอะไรแนะนำได้น้องใหม่อย่างฉันได้เลยนะคะ ฉันยังไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ขอตัวไปทำโอทีนะคะ เดี๋ยวจะสาย” “บายจ้า รส” เธอรีบเดินออกมาจากสถานการณ์อึดอัดนี้ พร้อมก้มลงหอมดอกไม้จากชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้น
“เห็นคนหล่อเข้าหน่อยก็ใจเต้นแรงเลยนะพิมเอ๊ย แต่ถึงจะหล่อแค่ไหนเธอต้องไม่เขวนะยัยพิม เพิ่งรู้จักเองอย่าไว้ใจใครง่ายๆ”
เธอพึมพำเตือนตัวเองแล้วรีบไปเก็บกวาดห้องตามที่รับมอบหมาย
เหตุการณ์ต่างๆไม่พ้นสายตาเพชรฌฆาตอย่าง ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล่ ที่มองเธออย่างเหยียดหยาม
“หึ ไม่ทันไรก็จะเปลี่ยนผัวแล้ว?”
หญิงสาวร่างบางในชุดกิโมโนสีหวานกำลังจัดวางผ้าปูที่นอน ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีงานเบาแรงแค่นี้ไม่เห็นเหนื่อยเลย เธออยากให้มีทุกวันเลยยิ่งดีเธอจะได้มีเงินเก็บเยอะๆ พ่อแม่จะได้สบาย
หญิงสาวทำงานไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมหวัง เธอร้องเพลงส่ายเอวไปพลางอย่างอารมณ์ดี ที่นี่ไม่มีใครอยู่และกว่าแขกจะมาพักก็อีกตั้งหลายนาที นี่แหละฟอร์เต้นรำของเธอ
เธอยักย้ายส่ายสะโพกโดยไม่รู้ว่าเดฟและโทนี่แอบย่องเข้ามาเห็นความน่ารักสดใส
ราฟาเอลที่เดินตามมาติดๆกระแอมขึ้นเบาๆ เดฟและโทนี่โค้งศีรษะให้โดยอัตโนมัติพร้อมเปิดทางให้เจ้านายหนุ่ม
“ฮืม ฮื้ม ฮืม..”
“อะฮึ่ม! มาเต้นยั่วแขกไกลถึงญี่ปุ่นเลยหรือ นังฆาตรกร”
หัวใจพิมรภาแทบจะหลุดออกมาจากอก พ่อแก้วแม่แก้วเธอจะทำอย่างไรดี ขนลุกวาบหวาดกลัว ลุกลี้ลุกลนถอยจนชิดผนัง นี่เขาจะตามมาฆ่าไกลถึงที่นี่หรือ? คิดแล้วทำนบน้ำตาเธอก็ไหลพรูออกมา
“ทำให้เพื่อนตายแล้วยังมีหน้ามาเต้นดีอกดีใจ? ลาออกจากงานมาอยู่เมืองนอกแล้วคิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ? หึ ต่อให้เธออยู่ในนรกขุมไหนฉันก็จะลากคอเธอมาลงทัณฑ์ จำไว้!!” เขาตะคอกพร้อมเอื้อมมือมาถลกผมเธอไปทางด้านหลังจนหน้าหวานต้องเงยหน้าขึ้น
“โอ๊ย ฟังฉันบ้างนะคะ ฉันไม่ได้ฆ่าถ้าฉันฆ่าจริงตำรวจคงไม่ปล่อยฉันมาแบบนี้หรอก ละ และ ฉันไม่ใช่เมียพัฒน์ด้วย”
“ออ กำลังจะมีผัวใหม่ที่นี่น่ะเหรอ เฮอะ ร่านซะไม่มี” เขาแสยะริมฝีปากขณะมองหัวจรดเท้า
“กฎหมายบ้านเมืองเธอจะเป็นยังไงฉันไม่สน แต่ถ้าใครมันบังอาจทำให้ผู้หญิงของฉันตาย ...ฉันนี่แหละจะตัดสินมันเอง คือ ตายสถานเดียว”
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ ได้โปรดเชื่อฉันสักครั้งนะคะ ฉันไม่ได้ฆ่าฟ้าใสหรือรู้เห็นเป็นใจใดๆทั้งสิ้น”
“โกหกหน้าตาย เธอส่งฟ้าใสให้ไอ้พัฒน์ฆ่ายังจะกล้าโกหกอีกเหรอ ฉันเสียเวลากับเธอมามากแล้วนะ บอกมาไอ้พัฒน์มันไปมุดหัวอยู่ไหน!”
“ฉันไม่รู้จริงๆ” เธอตอบขณะก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าเงยมองหน้าเขา เธอกลัวเหลือเกิน
เขารำคาญกับคำปฏิเสธเหล่านั้นจึงดึงคอเสื้อเธอขึ้นพร้อมบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“ถ้าจะตอบก็มองหน้าฉันสิ มอง!!!” เขาตวาดเสียงดังจนร่างเล็กสะดุ้ง ส่งผลให้เขาเห็นเหลือบไปเห็นร่องอกชิดติดกันกระเพื่อมหนักที่จากความตื่นกลัว
เขามองมันอย่างหื่นกระหายไม่ได้ลิ้มลองยอดปทุมถันสีหวานคู่นี้มาหลายวันแล้วรสชาติจะเป็นอย่างไรหนอ
“พวกแกออกไปก่อน ...ล็อคห้องด้วย” สิ้นประโยคลูกน้องรีบทำตามคำสั่งพร้อมความตกใจกลัวของหญิงสาวที่พยายามดิ้นอยากจะหลุดจากพันธนาการร้าย
"ทำเป็นสะดีดสะดิ้ง กับไอ้หน้าจืดนั่น อ่อยแทบจะแหกขารอ"
“คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉัน”
“สิทธิ์ความเป็นผัวได้มั้ยล่ะ”ไม่ทันขาดคำราฟาเอลดึงเสื้อเธออกอย่างแรง
“อวดดีอย่างนี้ต้องเจอ”
“ว้ายย ช่วย ช่วยด้วย”
“หึ รู้อะไรใช่มั้ยว่าไอ้โรงแรมหรูที่เธอทำงานอยู่เนี่ย เก็บเสียงได้ดีเลยแหละ”
เขาระดมจูบตามซอกคอระหงอย่างหื่นกระหายห่างมาหลายวันแล้วยังหอมละมุนเหมือนเดิม ริมฝีปากหยักได้รูปเลื่อนมาประกบริมฝีปากบางดุนดันลิ้นเข้าไปชิมความหวาวนในโพรงปากสาวควานหาลิ้นตวัดหยอกล้อแบบรุนแรงไม่นานเธอเริ่มได้กลิ่นคาวเลือดจากจูบดิบเถื่อน
