บทที่ 10 โหมดนี้น่ากลัว
Ep.10 โหมดนี้น่ากลัว
ในห้องมาเฟียหนุ่ม
“เสร็จแล้ว กลับได้ยัง? ”
ก่อนการทำความสะอาดห้องน้ำจะเสร็จ ร่างบางบ่นมาเฟียหนุ่มไปหลายดอกเลย ห้องน้ำสะอาดขนาดนี้ยังจะใช้ให้เธอมาทำอีก กะจะแกล้งเธอแน่ๆ
“ใครอนุญาตให้เธอกลับ? ”
มาเฟียหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่ก็เอ่ยออกมา แต่สายตาของเขายังจดจ่อกับรายได้มากมายหลายร้อยล้านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่ได้จากการส่งอาวุธเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
“ฉันทำเสร็จแล้ว จะอยู่ทำไม? ” เธอพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ต้องมาขัดห้องน้ำให้เขา
“งานเธอยังไม่เสร็จ” สก๊อตเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยหน้าตาเฉยชา
“อย่าบอกน่ะว่า มีอีกอ่ะ? ” ‘ไม่น่ะ’ เขาจงใจเเกล้งฉันชัดๆ
“…..” มาเฟียหนุ่มไม่ตอบ แต่ยกคิ้วข้างเดียวเหมือนที่เธอเคยทำใส่เขา และเป็นการบอกด้วยว่ายังมีงานให้ทำอีก
“ฉันไม่ทำ” ร่างบางพูดออกมาอย่างจริงจังด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง
“แน่ใจว่าจะไม่ทำ? ” สก๊อตเลิกคิ้วถาม
“….. ” ทานตะวันเงียบไปสักพัก
“มีอะไรจะให้ทำก็ว่ามา”
สุดท้ายเธอต้องยอมจำนนให้กับไอ้คนตรงหน้า เพราะเธอไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะเขายังอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ของเธอ
สก๊อตเเสยะยิ้มอย่างพึงพอใจกับคำตอบ
“ตามมา” เขาพาฉันเดินมายังห้องๆหนึ่งที่เต็มไปด้วยหนังสือที่หลากหลายมีทุกรูปเเบบให้อ่าน
“จัดหนังสือพวกนี้ให้เรียบร้อยซะ” พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที เป็นคนพูดน้อยจริงๆ เชื่อเขาเลย
ร่างบางเมื่อเห็นอย่างนั้นก็พูดประชดประชันไปว่า
“ขอรับนายท่าน ข้าน้อยจะจัดให้เรียบร้อยไม่มีที่ติเลย ชิ” ทานตะวันเบะปากใส่สก๊อตไปหนึ่งกรุบ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
“หืยยย เสร็จสักที” ตอนนี้ใบหน้าที่น่ารักสดใสเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อหลายพันเม็ด ไหลอาบไปทั่วใบหน้า
แกร็ก!
เสียงประตูจากห้องหนังสือที่ร่างบางเข้าไปถูกเปิดออก
“เสร็จแล้ว ฉันจะกลับบ้าน” หน้าตาคนที่เปิดประเดินออกมาเดินไปหาคนที่ชอบเอาเเต่สั่งๆ ด้วยอารมณ์ที่บึ้งตึง
“งานยังไม่หมด” ร่างสูงตอนนี้ไม่ได้สนใจร่างบางแม้แต่น้อย เพราะสายตายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมเช่นเคย
แต่ตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยจนมาถึงบ่ายโมงสามสิบนาที ร่างบางที่ยังไม่ได้กินอะไรเข้าท้องมาตั้งแต่เช้าแล้ว แถมเจ้าหนี้ของเธอก็ใช้งานเธออย่างหนัก ตอนนี้ร่างกายเธออ่อนล้ามากๆ ต้องการพลังงานให้แก่ร่างกายอย่างเร่งด่วน!
“มีอะไรอีกก็ว่ามา จะได้ทำให้เสร็จ แล้วฉันจะได้กลับบ้านสักที”
ฉันอยากทำให้เสร็จ เพราะฉันอยากกลับบ้านไปพักผ่อนเต็มทีแล้ว เพราะเวลานี้ไม่มีแรงจะมาเถียงกับเขาหรอก
ครืดๆๆ
ไม่ทันที่มาเฟียหนุ่มจะได้พูดอะไรออกไป เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
‘แมกซ์’
พอเห็นว่าเป็นไอ้มือขวาของเขาโทรมา มือหนาก็กดรับสาย
“ว่ามา”
(มีเรื่องด่วนครับนาย) เสียงในสายพูดด้วยน้ำเสียงที่กังวล และประหม่าไปพร้อมกัน
“เรื่องอะไร? ” เสียงที่เคยเรียบนิ่งเริ่มเเปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด
(สินค้าที่จะส่งไปอังกฤษในเร็วๆนี้ ถูกปล้นครับนาย) สินค้าที่ว่าก็คือ อาวุธเถื่อนที่มาเฟียหนุ่มเตรียมจัดส่งไปยังประเทศอังกฤษ
เเถมคู่ค้าคนนี้ก็เป็นคู่ค้าประจำอีกด้วย โดยส่งทางเรือได้ถูกศัตรูปล้นไปหมด มันหมายถึงเงินมากมายหลายร้อยล้านที่เสียไป
สิ่งที่ได้ยินจากปากของมือขวา ทำเอามาเฟียหนุ่มโกรธเป็นอย่างมาก เขากัดฟันกรอดๆ ตอนนี้อารมณ์ความโกรธของเขาแทบจะระเบิดขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟ
ขนาดร่างบางที่ยืนอยู่ตรงนั้น พอเห็นหน้าของเขาเธอยังรู้สึกกลัวเขาไม่น้อย เวลาเขาโกรธมันช่างน่ากลัวเหลือเกินสำหรับเธอ
“เดี๋ยวกูรีบไป!!” ที่ที่เขาจะไปคือโกดังขนาดใหญ่ที่เขาไว้เก็บพวกสินค้าที่เตรียมส่งออก
(รับทราบครับนาย)
ตื๊ดๆ
สายถูกมาเฟียหนุ่มตัดทิ้งไป
ภายในห้องไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจเข้าออกของมาเฟียหนุ่มที่อยู่ในอารมณ์ที่ใครก็ไม่ปรารถนาจะเจอ ขนาดร่างบางยังรู้สึกกลัวไม่น้อย
“ฉันมีธุระ จะออกไปข้างนอก เดี๋ยวกลับ ถ้าอยากได้อะไรก็สั่งลูกน้องฉันที่อยู่ด้านนอก” พูดจบเขาก็เดินออกไปอย่างรีบเร่ง
“โถเอ๋ย เอาไงต่อดีล่ะตะวัน” เธอพึมพำอยู่คนเดียว
“ทำไมโหมดนี้ของไอ้มาเฟียหน้าเงินถึงโหดชะมัดเลย”
เอาจริงๆน่ะ ฉันไม่คิดว่าเขาจะดูโหดร้ายขนาดนี้ ฉันยังรอดมาถึงทุกวันนี้ก็บุญเเค่ไหนเเล้ว กวนตีนเขาเอาไว้ซะเยอะเลย เเต่ก็เเปลกที่เขาไม่ทำอะไรฉันเลย แล้วอีกอย่าง ฉันที่อยู่ในสถานะลูกหนี้ ถ้าสักวันต้องเจอโหมดนี้ของเขาอีก จะทำยังไงดี
ร่างบางถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาขนาดใหญ่ แล้วก็คิดอะไรต่างๆนาๆ จนในที่สุดเธอก็เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เพราะความอ่อนล้าอ่อนเพลีย
3 ชั่วโมงผ่านไป
เป็นเวลาสี่โมงครึ่ง
แกร๊ก!
เสียงของประตูถูกมือหนาเปิดเข้ามา มาเฟียหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ที่โซฟาที่ร่างบางยังคงหลับปุ๋ยอยู่
น่าตาน่ารักสดใส ขนตางอนงาม ริมฝีปากอมชมพูน่าจุ๊บคู่นั้น ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่เขาได้จ้องมองเธออยู่อย่างนั้น มันกลับทำให้อารมณ์โมโหที่เคยมีเหล่านั้นของเขาหายไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“อือๆ” ในขณะที่มาเฟียหนุ่มยังคงมองร่างบางที่หลับปุ๋ยเหมือนเเมวเหมียวอยู่นั้น ทันใดนั้นเสียงงัวเงียของเธอก็ทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์
พอร่างบางลืมตาขึ้นมา แต่ยังคงอยู่ในอาการงัวเงีย ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับร่างสูงที่ยืนมองเธออยู่ตรงหน้า อาการงัวเงียทั้งหลายทั้งปวงก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงหายวับไปกับตา
“นี่นาย มะ มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ” เสียงพูดของคนที่เพิ่งตื่นนอนตะกุกตะกัก
“กินข้าวยัง? ”
จู่ๆเขาก็มาถามฉันว่า ‘กินข้าวยัง? ’ แล้วโหมดน่ากลัวนั้นมันหายไปตอนไหนว่ะเนี่ย ฉันปรับอารมณ์ตามเขาแทบไม่ทัน ถ้าไม่รู้ว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ฉันคงคิดว่าเขาเป็นกิ้งก่าไปเเล้ว ยัยทานตะวันงงมากค่า!
“ตอบคำถามฉันก่อน”
คนเร่งให้ตอบคำถาม เพราะอยากรู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เพราะถ้าเขาเห็นฉันตอนหลับ เห้ยย ฉันรู้สึกอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน ที่มีคนมามองตอนที่ฉันหลับอยู่
ฉันได้แต่ภาวนาว่า เขาคงไม่เห็นตอนหลับหรอกน่ะ น่าอายชะมัดที่เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
“สักพักแล้ว” สก๊อตตอบคำถามทานตะวันเเบบส่งๆ
“นายอย่าบอกน่ะว่า เห็นตอนฉันหลับด้วยอ่ะ” เผลอหลับไปคงจะไม่ป็นไรถ้าเป็นที่บ้าน แต่นี่มันคือห้องทำงานของไอ้คนที่เธอไม่อยากให้เขาเห็นเธอสภาพตอนหลับ
“ไปกินข้าว และอย่าถามมากฉันรำคาญ” มาเฟียหนุ่มได้แต่คิดในใจว่า มันจะอะไรกันหนักกันหนาว่ะ กับอีแค่นอนหลับแล้วมีคนเห็น ยัยนี่แปลกคนชะมัด
