บทที่ 8 ต่อรอง
Ep.8 ต่อรอง
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
เป็นเวลา 9 โมงเช้า ทานตะวันมีนัดที่เธอจะต้องมาเคลียร์เรื่องหนี้ นี่เป็นโอกาสสำคัญที่เธอจะขออะไรบางอย่างกับเจ้าหนี้หน้าเงินของเธอ เธอได้เเต่หวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
พอมาถึงร้านอาหารร่างบางก็มานั่งรอตรงโต๊ะที่ได้จองเอาไว้แล้วโดยเจ้าหนี้ของเธอ รอไม่นานหนัก เธอก็ได้ยินเสียงรองเท้าหนังดังมาจากทางด้านหลังของเธอ
ลืมไป วันนี้ร่างบางใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด กางเกงยีนส์ขายาวสีซีดขาดๆนิดๆแถวบริเวณหัวเข่า และรองเท้าคอนเวิร์สหุ้มข้อสีดำ
“…..”
ร่างสูงเดินมาถึงแล้วก็ย่อนสะโพกนั่งลงตรงข้ามกับร่างบางโดยไม่พูดอะไร เขาขมวดคิ้วขึ้น แล้วสำรวจการเเต่งกายของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้าเช่นเคย อย่างที่ชอบทำเวลาเจอเธอ
“เข้าเรื่องเลยละกัน” ทานตะวันตัดสินใจทำลายบรรยากาศที่เงียบสงับอย่างกับอยู่ในป่าช้า
“ที่ฉันมาวันนี้ก็เพื่อมาเจรจา…แล้วก็ เออ” ทานตะวันเม้มริมฝีปากเข้าหากันเเน่น เพราะความประหม่า ไม่กล้าพูดสิ่งที่ต้องการออกไป เธอไม่เคยต้องมาขอร้องคนตรงหน้ามาก่อน เเต่ตอนนี้มันจำเป็นจริงๆ ไม่งั้นเธอไม่มีทางพูดมันหรอก
ร่างสูงจ้องมองร่างบางเพื่อฟังในสิ่งที่เธอจะพูดถัดไปจากนี้
“มาต่อรองเรื่องหนี้ที่พ่อแม่ฉันกู้ไป”
ตอนเเรกไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ ทำให้บรรยากาศตอนนี้มีเเค่เพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ทานตะวันรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกที่อีกฝ่ายไม่พูดจาสักคำ เขาทำเพียงจ้องหน้าเธออยู่อย่างนั้น เเต่เธอไม่สามารถเดาความรู้สึกจากเเววตาเขาได้เลย
เเต่พอเวลาผ่านไปสักพักเขาถึงตอบกลับเธอ
“แล้ว? ” สำหรับคนใจร้อนที่รอฟังคำตอบของคนตรงหน้าอย่างลุ้นๆ ไม่กี่นาทีเหมือนเป็นปี เเต่เขาคนนี้กลับตอบมาเเค่พยางค์เดียว อะไรกัน?
“ฉันขอเวลาอีกได้ไหม? เวลาเเค่สองเดือน ฉันจะไปหาเงินทันได้ยังไง? เงินตั้งมากมายขนาดนั้น” ทานตะวันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง จากเเต่ก่อนเวลาเจอหน้ากัน เธอใส่ไม่ยั้ง
“ทำไมไม่บอกพ่อแม่เธอบ้างตอนกู้ไปไม่คิด” เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
“แล้วฉันจะไปรู้ได้ไง พ่อแม่ฉันอยู่แต่ต่างประเทศ กว่าจะกลับมาที ก็นานๆครั้ง และตอนนี้..." ทานตะวันทำหน้าตาเศร้าลง เเล้วเอ่ยต่อ "ท่านก็ไม่อยู่แล้ว”
เธออธิบายเพื่อให้เขาเข้าใจด้วยใบหน้าที่เศร้า และอยากให้เขาเห็นใจเธอบ้าง แต่ไม่เป็นไปตามที่เธอคาดไว้สักนิด แถมเขายังพูดกลับมาว่า
“นั้นมันก็เรื่องของเธอ” 'ไอ้คนใจร้าย ไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์'
“งั้นนายต้องให้เวลาฉันเพิ่ม”
“แล้วฉันจะได้อะไร? กับเวลาที่เสียไป”
“…..” ร่างบางนั่งคิดสักพัก แล้วพูดขึ้นมาว่า
“แล้วแต่นายจะให้ฉันทำอะไร ฉันทำได้หมด แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยน่ะว่า ห้ามผิดกฎหมาย ต้องสุจริตเท่านั้น ไม่งั้นฉันไม่ทำ”
เธอเป่าประกาศบอกร่างสูงด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แต่ทว่าท่าทางของเธอกลับดูน่ารัก น่าเอ็นดู ร่างสูงได้แต่ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลห์เหลี่ยม และซ่อนไปด้วยความร้ายกาจ
“แล้วเธอคิดว่าคนอย่างเธอจะมีประโยชน์อะไรให้ฉัน? ”
“ประโยชน์หรอ ฉันมีเยอะแยะ ให้บอกสรรพคุณชาตินี้ก็บอกไม่หมด” ร่างบางพูดออกมาอย่างหน้าตาที่จริงจัง เธอคิดว่าตัวเธอเองมีดีมากมายหลายอย่าง ให้ไปทำอะไร เธอก็ทำได้สบายๆ เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ STRONG มากก!!
พอพูดจบ ทานตะวันก็ยักคิ้วข้างเดียวใส่ร่างสูงไปหนึ่งกรุบ เพื่อให้เขารับรู้ว่าเธอทำได้อยู่เเล้ว
“…..” ร่างสูงแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับท่าทางที่คนตัวเล็กได้แต่โอ้อวดตัวเองอย่างโน่นอย่างนี้ ‘ยัยนี่ขี้โม้ชะมัด’
“แล้วเธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ทำงานอะไร? นอกจากทำธุระกิจพวกนี้แล้ว”
“…..”
“งานของฉัน เบื้องหลังเเล้วมันมีแต่งานสีเทา คิดว่าเธอคงพอจะเข้าใจ”
“นี่ นา…นายเป็นมาเฟียหรอ? ” ร่างบางถามมาเฟียหนุ่มด้วยความประม่า และตกใจไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่างานสีเทาคืออะไร เธอรู้ดีเธอเคยได้ยินมาก่อน มันล้วนเเต่เป็นงานที่ผิดกฎหมายทั้งนั้น
มาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มชอบใจกับคำตอบที่ได้ยินจากปากอมชมพูของร่างบาง เด็กผู้หญิงคนนี้ทำเขาทึ่งใช้ได้
“ฉลาดดีหนิ งั้นเธอมาเป็น…อะไรก็ได้ที่ฉันอยากกก...ให้เป็น” เขาย้ำอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
“…..” ‘อีหยังว่ะ!!!’
“แล้วฉันจะพิจารณาเรื่องหนี้อีกที”
ไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ จะให้ลูกหนี้มาเป็นอะไรก็ได้ที่เขาต้องการให้เป็นเนี่ยนะ
“สมองนายต้องได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักมาแน่ๆ”
อะไรของเขาล่ะเนี้ย ยัยทานตะวันล่ะหัวจะปวดกับไอ้มาเฟียหน้าเงินคนนี้ซะจริงๆ
“ก็แล้วแต่เธอ”
ขณะที่มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง185 และกำลังจะก้าวขาออกจากตรงนั้น ร่างบางก็เอ่ยขึ้น
“ฉันตกลงก็ได้ แต่ขอย้ำอีกทีไว้ตรงนี้เลยน่ะ ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งกับพวกธุรกิจสีเทาอะไรของนายเด็ดขาด เข้าใจ? ” คำตอบของเธอทำให้มาเฟียหนุ่มแสะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
“งั้นเริ่มงานพรุ่งนี้ 8 โมงเช้า และก็ต้องตรงต่อเวลาด้วยน่ะ เพราะฉันไม่ชอบคนผิดต่อเวลา” เพราะว่าเขาเกลียดคนไม่ตรงต่อเวลาเป็นอย่างมาก
“มาเจอฉันที่นี่” หลังจากพูดจบมาเฟียหนุ่มตวัดเท้าเดินไปอย่างกับนายเเบบกำลังโชว์ตัวอยู่บนรันเวย์
จากนั้น เสียงการแจ้งเตือนของไลน์จากโทรศัพท์ของร่างบางก็ดังขึ้น
“…..”
ร่างบาง ตอนนี้มีแต่ความมึนงง เธอล่ะอยากจะตะโกนว่า OMG! ให้คนทั้งโลกได้ยินสะจริงๆ เขา
ไปเอาเบอร์เธอมาจากไหน แล้วรู้ได้ไงว่านี้คือเบอร์ของเธอ
ช่วงสาย
“อ้าว กลับมาแล้วหรอตะวัน” ยายของเธอที่ไม่รู้ว่าหลานออกจากบ้านไปตอนไหน เพราะตอนที่เธอ
ออกไปก็ไม่ได้บอกใครเลยว่าจะไปไหน ทำอะไร
“จ๊ะยาย”
“แล้วนี่ไปไหนมาล่ะลูก”
“อ๋อ เออ ตะวันไปหาแสงเหนือกับท๊อปฟี่มาน่ะจ๊ะ พอดีคิดถึงเพื่อน”
ทานตะวันไม่รู้จะตอบยังไง เพราะกลัวผู้เป็นยายจะเป็นห่วง จะให้ตอบไปว่าไปเจรจาเรื่องหนี้ก็คงไม่ได้ เลยจำใจต้องโกหกยายของเธอไปว่า ไปหาเพื่อนมา
“งั้นหรอ? แล้วกินอะไรมายังล่ะลูก” ไม่วายเป็นห่วงว่าหลานสุดที่รักจะกินอะไรมายัง
“อ๋อ กินมาแล้วจะยาย แล้วตาล่ะจ๊ะ? ”
“ตาเข้าเมืองไปซื้อปุ๋ยเพิ่มสำหรับดอกทานตะวันจ๊ะลูก”
“อ๋อ งั้นตะวันขอตัวขึ้นห้องก่อนน่ะจ๊ะ”
“ตามสบายเลยลูก แต่อย่าลืมลงมาทานข้าวเที่ยงล่ะกัน”
“คร๊าบบบบคุณยายคนสวยของทานตะวัน” เธอตอบยายของเธอด้วยเสียงที่หวานฉ่ำราวกับฝนที่เพิ่งตก ไม่วายชมยายของเธอว่าสวย
พอทานตะวันเดินดุ๊กดิ๊กๆขึ้นห้องของตัวเองไป ยายของเธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับความขี้เล่นของหลานรักคนนี้...
