บทที่ 10 EP. 03|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (1/4)

บทที่ 3

กองพล** **Talk

ห้องพักส่วนตัว

“ดูเหมือนว่า...มึงจะไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่นะ”

ผมเอนหลังพิงเข้ากับโซฟานุ่มที่ตัวของผมเองได้นั่งอยู่จากนั้นก็ควงน้ำมึนเมาภายในแก้วเล่น และเอ่ยถามคนที่ไม่ได้เจอกันมานานออกไป เมื่อเห็นว่ามันเอาแต่จ้องมองบุคคลที่ผมกำลังพูดถึงอยู่

“แล้วมีเหตุผลอะไรที่กูจะต้องไม่ชอบ” มันละสายตาออกจากเธอคนนั้นพร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบซองบุหรี่ของผมไป

“มึงสูบด้วยเหรอวะ ?”

ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เท่าที่จำได้สมัยที่ผมมาเมืองไทยครั้งแรกกับครอบครัวเนื่องด้วยเหตุผลส่วนตัว

คือครอบครัวผมต้องอพยพจากประเทศที่เราเคยอยู่มาตั้งตัวที่ประเทศไทยแทน ก็มีมันและไอ้แดนอีกคนที่ค่อยช่วยเหลือผมกับครอบครัวมาตลอดจนครอบครัวผมสามารถตั้งตัวได้

แต่ว่าตอนนั้นเท่าที่จำได้ไอ้ราเดลมันเป็นประเภทเจ้าสำอางจะตาย ห่าม ๆ หน่อยก็เห็นทีจะมีแต่ไอ้แดน

ไม่คิดเลยว่าช่วงที่ผมกลับไปจัดการปัญหาส่วนตัวที่ประเทศหลักของตัวเองหลายปีมานี้ จะได้เห็นไอ้ราเดลมันเกเรขึ้นมาบ้างก็ตอนกลับไทยมารอบนี้นี่แหละ

“แปลกขนาดนั้นเลย” นอกจากผมจะได้เห็นว่ามันทำในสิ่งที่แปลกตาสำหรับผมแล้ว การพูดการวางตัวของมันก็ดูแตกต่างไปจากเดิมมาก สงสัยคงอยู่กับไอ้แดนมากไปแหง ๆ

“ไม่รู้สิ ดูเหมือนว่าช่วงที่กูไม่อยู่ กูน่าจะ...พลาดเรื่องราวอะไรบางอย่างไปเยอะเหมือนกันนะ” ผมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เพิ่งพูดออกไป มันทำให้ไอ้คนที่นั่งวางมาดเข้มอยู่เกิดอาการหน้าตึงขึ้นมา เพราะเรื่องที่ผมพูดมันน่าจะไปจี้โดนจุดของมันเข้า

ต่อให้ในช่วงเวลานั้นผมจะไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยก็จริง แต่ลูกน้องของผมบางส่วนก็ยังอยู่ ด้วยความที่ผมไม่ชอบลืมบุญคุณใคร เมื่อได้ดีผมก็ให้ลูกน้องที่มีตามดูแลเพื่อนสนิทอย่างพวกมัน เลยทำให้ผมได้ข่าวเกี่ยวกับไอ้ราเดลขึ้นมา

ทว่าผมไม่สามารถไปรู้ลึกอะไรขนาดนั้นได้ เนื่องจากข่าวที่ผมได้ยินมาก็เป็นเพียงข่าวผิวเผินเท่านั้น

**น้ำขิง **Talk

“ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้มันรักแกขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม อย่างน้อยถ้าตัดกำลังของพวกมันได้สักนิด* แผนของฉันจะได้ไปได้ไกลกว่านี้ เพราะหมากสำคัญของเรื่องก็อยู่กับฝ่ายเรามาตั้งแต่แรกแล้ว” *

“แต่ว่าลุงคะ*”*

“หรือแกอยากจะเนรคุณฉันที่อุตส่าห์เลี้ยงแกจนได้ดิบได้ดีได้งานการที่ดีทำเหมือนทุกวันนี้ แกจะตอบแทนฉันด้วยการไม่เชื่อฟังหรือไง*!” *

“สถานีต่อไป ลองนา ประตูจะเปิดทาง...” ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อมีเสียงอัตโนมัติพูดขึ้นมา ก่อนหน้านั้นที่ฉันกำลังจะออกจากสนามกอล์ฟพ่อของฉันก็ได้สั่งให้ทำสิ่งนั้นอีกครั้ง

ฉันอยากจะปฏิเสธออกไปตรง ๆ ก็ไม่สามารถทำได้เลย เพราะพ่อของฉันมักจะพูดถึงเรื่องบุญคุณขึ้นมาตลอด ฉันไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้ว อีกอย่างต่อให้ฉันทำยังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีทางมาหลงกลหรือเชื่อฉันอีกหรอก คงได้เกลียดถึงขั้นอยากจะฆ่าฉันแน่ถ้าเขารู้ว่าฉันกำลังจะไปทำแบบนั้นอีกรอบ

“เมื่อไหร่เธอจะเป็นอิสระ อยากจะทำอะไรก็ทำได้สักทีน้ำขิง” ฉันพูดด้วยเสียงแผ่วเบาพลางมองหน้าตัวเองที่สะท้อนบนกระจกของประตูอัตโนมัติ

ตรงที่ฉันยืนอยู่ไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่เนื่องจากเวลาดังกล่าวมันดึกมาเกินกว่าจะมีผู้คนแออัดเหมือนตอนเย็นหรือช่วงเช้าที่ทุกคนต่างต้องไปทำงานและเลิกงานเช่นกัน

ฉันเหนื่อย ฉันแค่อยากอยู่อย่างสงบและไม่ต้องการสร้างศัตรูกับใคร แต่ฉันก็ไม่สามารถทำได้ดังใจ จนตอนนี้หลายคนต่างเกลียดฉันไปกันหมด และถ้าสุดท้ายคุณมิรารู้เรื่องนั้นฉันก็คงไม่เหลือใครอีกแล้ว

เช้าวันต่อมา

**โรงพยาบาล **X

พักกลางวัน

“ไง...มาหลบอยู่ตรงนี้นี่เอง”

ฉันเงยหน้าจากแซนด์วิชที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอยู่บนม้านั่งหลังสวนของโรงพยาบาล เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูของใครบางคนที่ฉันคิดว่าน่าจะเดาถูกดังขึ้นมาตรงหน้า

“หลบอะไรกันเล่า ก็ตรงนี้มันที่ประจำของขิงต่างหากเป็นพี่หรือเปล่าเหอะที่กำลังหลบใครอยู่”

ฉันยู่หน้าใส่อีกคนเมื่อพี่เขาพูดอย่างกับว่า ฉันเป็นพวกที่ทำอะไรไม่ดีมาแล้วมานั่งหลบตรงนี้ในที่ที่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากฉันและเขา แต่ก็ไม่ลืมที่จะยอกย้อนอีกคนไปด้วยเช่นกัน

“งั้นเราสองคนก็ไม่ต่างกันสินะ”

นอกจากพี่เขาจะไม่โกรธหรือโมโหกับคำพูดของฉันแล้วเขายังทำหน้าตายิ้มแย้มพร้อมกับเดินมานั่งเบียดจนฉันต้องเป็นฝ่ายขยับออกไปเองอีกต่างหาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป