บทที่ 13 EP. 03|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (4/4)

“ค่อยยังชั่ว” ฉันถอนหายใจโล่งอกออกมาตอนแรกฉันเดินเข้าไปนั่งยองเรียกเขาแต่เห็นว่าไม่ตอบก็เลยลองตรวจอาการเบื้องต้นเพื่อให้แน่ใจว่าคนตรงหน้ายังไม่ตาย เมื่อรับรู้ได้ว่าเขายังคงหายใจอยู่ก็เลยเกิดอาการโล่งใจขึ้นมา

“เอาวะ เธอทำได้น้ำขิง”

ฉันเอาถุงผ้าที่สะพายมาด้วยใช้ปลายหูทั้งสองจับมันมามัดที่แขนของตัวเองจากนั้นก็จัดการแบกผู้ชายคนดังกล่าวโดยการสอดตัวเข้าไปใต้แขนของเขา แล้วก็พยุงคนตัวใหญ่ให้ลุกขึ้นมา

“ถ้าหนูส่งผู้ชายคนนี้ไปโรงบาลเสร็จหนูจะกลับมาซื้อของนะคะยาย” ฉันพูดกับฟ้าดินอากาศแทนเพราะยังไปไม่ถึงจุดหมายที่ต้องการจะไป เลยได้แต่พูดตรงนี้แทนและก็รีบพาผู้ชายคนดังกล่าวให้เดินไปตามทางมืดที่ฉันพอจะจำได้ว่าทางนี้คือทางออกไปตรงถนนใหญ่ เพราะมันเป็นทางที่ฉันเดินเข้ามานั้นแหละ

“ปล่อย! แค่ก ๆ”

ระหว่างที่ใช้เวลาเดินในความมืดอยู่นั้นผู้ชายคนดังกล่าวก็คงจะรู้สึกตัวขึ้นมาจากการที่ฉันลากเขามานานแล้วนั้นแหละ เขาดูเหมือนยังคงตกใจอยู่เลยผลักฉันอย่างแรงไปติดกำแพงอีกข้างแทน เจ็บชะมัด

“ใจเย็น ๆ นะคะฉันกำลังจะพาคุณไปโรงพยาบาลไม่ต้องกลัวนะฉันไม่ทำร้ายคุณหรอก” เป็นเรื่องที่ฉันไม่ค่อยจะคิดหาเหตุผลเท่าไหร่ว่าทำไมถึงมีคนเจ็บมานั่งหมดสติอยู่ในซอยเปลี่ยว เขาคนนี้คงต้องเพิ่งไปมีเรื่องกับใครมาอย่างแน่นอน

ดูเขาสิแค่ยืนก็เซแล้ว แต่กลับมีแรงผลักฉันออกย่างแรงได้ช่างเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก

“ไปซะ!”

ฉันขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ คนอุตส่าห์ช่วยแต่เขากลับมาทำท่าทางชี้นิ้วใส่ฉันเฉย ติดตรงที่ตรงนี้มันมืดมากเลยทำให้ไม่เห็นหน้าตาหรอกนะเพราะฉันเห็นเป็นเพียงเงาดำ ๆ ทำท่าทำทางแทนเท่านั้น

“คุณคะ ให้ฉันช่วยเถอะค่ะคุณ”

ฉันเดินตามผู้ชายร่างใหญ่ไป เมื่อเห็นว่าเขาหันหลังเดินเซโดยใช้มือค่ำยันกับกำแพงเป็นตัวช่วยพยุงแทน

จะว่าไปแล้วเสียงเขาแอบคุ้นนะ แต่ช่างมันก่อนเพราะถ้าขืนไม่เข้าไปช่วยเขาตอนนี้มีหวังเขาได้เป็นลมไปอีกรอบแน่เพราะเขาเสียเลือดมากแล้ว นอกจากเขาจะมีแผลฟกช้ำแล้วแผลจากการที่โดนของมีคมตรงบริเวณท้องของเขาก็มีด้วยเช่นกัน

“ก็บอกให้ออกไป! จะตามมาทำซากอะไรวะ!”

เขาตะโกนไปก็เดินไปด้วยและเริ่มจะโมโหขึ้นมาแล้ว

“ฉันเป็นพยาบาลนะคะ ถ้าขืนคุณยังเดินไปแบบนั้นอยู่แผลของคุณก็จะฉีกไปมากกว่าเดิมมันอาจจะส่งผลให้คุณเสียชีวิตได้เลยนะ”

ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ถ้าไม่ห่วงตัวเองเขาก็ควรห่วงความรู้สึกของครอบครัวที่รอเขากลับบ้านหน่อยไม่ดีกว่างั้นเหรอ

ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงไม่ปล่อยเขาไปเลยเพราะเขาเองก็เสียมารยาทน้ำใจกับฉันขนาดนี้ เอาเป็นว่าในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ฉันไม่สามารถทำได้ ฉันไม่สามารถทนเห็นคนเจ็บตายไปต่อหน้าในขนาดที่เราสามารถช่วยเขาได้หรอกนะ

“จะเป็นอะไรก็ช่างหัวสิวะ บอกว่าไม่ต้องตามมาไงพูดไม่รู้เรื่องเหรอ!” หรือว่าที่เขาไม่ต้องการให้ฉันตามไปอาจจะเป็นเพราะว่าเขากลัวพวกที่ทำร้ายเขายังอยู่แถวนี้หรือเปล่า

แต่เท่าที่ฉันแบกเขาออกมาจากตรงที่เดิมจนเกือบครึ่งของทางแล้วฉันก็ไม่เจออะไรเลยนะเพราะงั้นพวกนั้นเองก็คงรีบหนีไปแล้วเช่นกัน ทำร้ายคนแบบนี้ใครมันจะไปยืนรอกันเล่า

“คุณคะ!”

ฉันรีบวิ่งเข้าไปช่วยเขาเมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนั้นทรุดลงนั่งกับพื้นพร้อมกับกุมมือกดลงที่ท้อง ฉันลองเอามือลงไปแตะลงเบา ๆ ก็รู้สึกได้ว่ามันเปียกมากกว่าเดิม เพราะงั้นแผลอาจจะฉีกอีกแล้ว ไม่ได้การละแบบนี้

“ทำอะไรวะ ปล่อยดิ้!”

ฉันเพิ่งมารู้ว่าตัวเองสู้แรงผู้ชายได้ก็ตอนนี้แหละ ( เป็นแรงตอนที่ผู้ชายได้รับบาดเจ็บเท่านั้นนะ ) เพราะฉันฝืนตัวไม่ให้เขาผลักออกและพยุงเขาให้เดินออกไปตรงทางข้างหน้าแทน เมื่อเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ปลายทางออกแล้ว

“แท็กซี่!”

เมื่อแบกเขาออกมาถึงถนนใหญ่ประจวบเหมาะกับแท็กซี่ขับมาพอดีฉันเลยรีบเรียกโดยไม่สนใจเลยว่าผู้ชายคนนั้นเงียบไปตั้งแต่ตอนไหน

“…”

“สักครู่นะคะ” พอเห็นว่าแท็กซี่ลดกระจกหน้าลงฉันก็รีบเอ่ยบอกให้คนขับรอก่อน เมื่อคนขับเห็นว่าฉันแบกคนเจ็บมาด้วยเขาก็เลยรีบลงมาช่วยฉันด้วยเช่นกัน

“คุณเดินวะ...ไหวใช่ไหมคะ”

ฉันเกิดอาการพูดกระตุกขึ้นมาเมื่อหันไปถามคนเจ็บว่าเขาจะเดินขึ้นรถไหวไหมแต่หน้าตาของชายคนดังกล่าวกลับเป็น…เป็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป