บทที่ 4 EP. 01|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (3/4)

ฉันพูดออกไปแบบนอบน้อมและรู้สึกผิดด้วย เพราะถึงฉันจะทำงานมาได้สักพักแล้วแต่การเข้าไปช่วยเรื่องจัดการหยิบอุปกรณ์เตรียมอุปกรณ์และอื่น ๆ สำหรับเคสยากในกรณีที่ต้องผ่าตัดแบบนี้ก็เล่นทำเอาฉันเกร็งและกลัวไปหมดเลย

เพราะส่วนมากฉันทำอยู่แผนก OPD มากกว่า Scrub Nurse ที่ต้องอยู่ร่วมในทีมการผ่าตัดยังดีนะที่รุ่นพี่เขาเป็น Assistant

ซึ่งพี่เขาเป็นนางพยาบาลที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญที่จะสามารถช่วยแพทย์ผ่าตัดได้ ผนวกกับพยาบาลที่เหลืออยู่มีแค่ฉันที่คิดว่าพี่เขาน่าจะนึกขึ้นมาได้ จากการที่แมวเอาไปพูดถึงฉันแน่ ๆ พี่เขาถึงได้โทรสายด่วนมาหาแบบนี้

ซึ่งมันเป็นกรณีฉุกเฉินความปลอดภัยของผู้ป่วยต้องมาก่อนฉันเลยไม่ถามอะไรมากก็พยายามใช้วิชาที่อุตส่าห์เล่าเรียนมาทำหน้าที่ให้มันดีที่สุดเท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว

“แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว ยังไงเรายังว่างอยู่นะ อยากจะย้ายมาช่วยงานพี่เลยไหม”

“โอ้~ ขิงว่าขอผ่านก่อนดีกว่าค่ะ แค่นี้ขิงก็เหงื่อไหลจนเกือบจะหมดตัวแล้ว ไม่นับรวมกับการเกร็งเป็นระยะอีกนะคะ ขิงว่าขิงคงได้ไปทำกายภาพบำบัดแน่ระหว่างที่ช่วยงานรุ่นพี่”

ฉันพูดออกไปพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเห็นได้ชัด ฉันว่าทำงานข้างนอกเครียดน้อยกว่านี้อีก

“ฮ่า ๆ ดูพูดเข้าสิเด็กคนนี้”

พี่เขาหัวเราะเสียงดังออกมาเมื่อฉันพูดอะไรที่เป็นความจริงออกไป จะว่าไปแล้ววันนี้ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่หาได้ยากเลยนะ อย่างน้อยก็ถือเป็นบทเรียนชีวิตจริงที่ฉันต้องเจอแล้วกัน

หน้าเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล

“หน้าซีดมาเลยนะยะยัยขิง” ขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าไปทักทายเพื่อนสนิทของตัวเอง ยัย ‘โลร่า’ ที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ก็ส่งเสียงเอ่ยทักขึ้นมาก่อนที่ฉันจะเดินไปถึงตัวเธอเสียอีก

“ลองไปทำไหมล่ะ ฉันว่าแกคงตรงคลานออกมาแทนการเดินแน่นอน” เมื่อมันเอ่ยแซวฉัน ฉันเองก็ไม่น้อยหน้าที่จะพูดใส่มันไปบ้าง เราคือเพื่อนสนิทที่รักกันจริง ๆ นะ ต่อให้บางทีเราจะทำเหมือนทะเลาะกันบ้างก็เถอะ แต่มันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ

“อย่าท้านะโว้ย!”

มันทำเป็นพูดเสียงดังที่ไม่ได้ดังมากเพราะยังมีผู้ป่วยอยู่

“จะทำว่างั้น ?”

ฉันกอดอกพิงเคาน์เตอร์พร้อมกับเลิกคิ้วถามมัน

“เรื่องอะไรยะ ท้าไปเถอะฉันไม่ทำหรอก”

มันว่าจบก็หมุนเก้าอี้เข้าหาเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องเพื่อคีย์ข้อมูลของผู้ป่วยที่เพิ่งเดินเข้ามา

“ดีนะที่หนูทำงานมานานแล้ว ไม่งั้นหนูคงคิดว่าพวกพี่ไม่ถูกกันแน่ ๆ”

เสียงรุ่นน้องที่ทำงานกับเพื่อนของฉันเอ่ยขึ้นมาซึ่งเธอก็มักจะพูดแบบนี้ตลอดจนฉันชินและไม่ได้ตอบกลับอะไรแล้ว เพราะน้องมันเองก็ไม่ได้ต้องการให้ฉันพูดอะไรกลับเช่นกัน เนื่องจากเธอละความสนใจจากฉันไปรับหน้ากับผู้ป่วยอีกท่านต่อ

ส่วนฉันว่างก็เลยมายืนคุยเล่นกับมันแก้เหงาบวกกับอยากออกมานั่งมองผู้คนด้านนอกด้วย

ต่อให้ฉันทำงานด้านนอกก็จริง แต่ฉันก็ไม่ค่อยมีเวลามานั่งมอง นิ่ง ๆ นาน ๆ แบบนี้เท่าไหร่ เอาเข้าจริงฉันทำไปทั่วเลยบางทีฉันก็ต้องไปแผนกผู้ป่วยในบ้างนอกบ้างสลับกันไป เพราะฉันไม่ค่อยไปเที่ยวไหนสักเท่าไหร่คนส่วนมากเลยขอมาแลกวันหยุดกับฉันบ่อยเหมือนกัน

“หืม ?”

ระหว่างที่ฉันรอให้สองคนนี้ทำหน้าที่ของตัวเองไปสายตาของฉันก็ดันไปเห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยืนพิงกำแพงอยู่ เขายืนกดมือถือโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเลยว่าตอนนี้เขาเป็นจุดสนใจมากแค่ไหน

แถมหน้าตาของเขาก็คุ้นมาก มากจนฉันไม่ต้องยืนเดาเลยว่าใช่คนที่ฉันคิดไหม

ซึ่งมันก็เป็นเขาอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเอามือเสยผมที่มันคงจะไปเกะกะลูกตาของเขาเข้า ท่าทางนั้นก็สูบความรู้สึกของเหล่าผู้หญิงวัยรุ่น หมอ และพยาบาลผู้หญิงได้เป็นอย่างดีเลย

“แหมเพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย ว่าน้ำขิงผู้หญิงที่ใครหลายคนบอกว่าเธอนั้นเป็นพวกไม่สนใจผู้ชายคนไหนตอนนี้กับกำลังยืนมองผู้ชายที่หล่อราวเทพบุตรตาค้างอยู่”

เสียงของโลร่าเอ่ยแซวขึ้นแต่ฉันไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะเสียงของเธอก็เหมือนเสียงนกเสียงกานั้นแหละเนอะ

“เดี๋ยวฉันมานะ”

มันมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อฉันไม่ยอมตบมุกท้าทายมันต่อ แต่มันเองก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะดันมีญาติของผู้ป่วยเข้ามาพอดี

และที่ฉันบอกเดี๋ยวมาก็เพราะฉันกำลังทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันบ้ามากต่างหาก“เธอรู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่เธอกำลังทำมันบ้ามากน้ำขิง เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ”

ระหว่างทางที่เดินฉันก็พูดย้ำกับตัวเองไปด้วยแต่ขามันกับก้าวออกไปไม่หยุดเหมือนกับว่ามันกำลังทำให้ฉันเลิกเป็นคนหนีปัญหา เก่า ๆ สักทีอย่างไงอย่างงั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป