บทที่ 5 EP. 01|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (4/4)

คนที่ฉันกำลังเดินเข้าไปหาเขาชื่อว่า ราเดล เราเคยมีอดีตที่ไม่ดีต่อกันสักเท่าไหร่ และเมื่อโอกาสมันทำให้เราได้มาเจอกันอีกครั้ง ฉันก็อยากเดินเข้าไปทักทายเขาและขอโทษเขาอย่างเป็นทางการด้วย ต่อให้มันจะดูทุเรศมากก็เถอะ แต่ฉันหนีอะไรแบบนี้มาหลายปีแล้วมันมากพอแล้วสำหรับฉัน

ฉันได้แต่หวังว่าเขาจะไม่รู้สึกเกลียดฉันไปมากแล้วก็พอ เพราะให้เทียบกับช่วงเวลานั้นกับตอนนี้มันก็ผ่านมานานแล้วอย่างที่บอก บางทีความรู้สึกโกรธมันอาจจะมีน้อยลงแล้วก็ได้

ฉันนี่เหมือนพวกตบหัวแล้วลูบหลังเลยว่าไหม ?

แต่ทำไงได้ เพราะก่อนหน้านั้นฉันกลัวมากเนื่องจากเรายังเด็ก แต่ตอนนี้เราโตกันแล้วมันควรคุยแบบผู้ใหญ่ได้แล้วสิ

อีกอย่างท่าทางของฉันตอนเจอเขาที่คอนโดมันก็ดูแย่ด้วยบางทีอาจเป็นฉันเองมากกว่าที่คิดมากไปจนไปทำตัวเสียมารยาทกับเขาเข้า

“สะ...สวัสดีค่ะ พี่ราเดล” เมื่อเดินไปถึงผู้ชายดังกล่าวที่ตัวสูงอยู่ในชุดธรรมดาแต่ใส่ออกมาแล้วดูดีจนคนรอบข้างถึงกับมองตาไม่กะพริบ ฉันก็เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายเขาก่อน

“…”

เขาละใบหน้าออกมาจากจอมือถือก่อนจะเงยขึ้นมามองที่ฉันที่เป็นฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้าของเขา นัยน์ตาของเขามันดูว่างเปล่าใบหน้าไม่แสดงถึงความรู้สึกอะไรเลยสักนิด เขายืนขึ้นเต็มความสูงจากการพิงกำแพงพร้อมกับเก็บมือถือเข้าไปในกระเป๋าด้านข้างของกางเกง จากนั้นก็กอดอกมองฉันที่ยืนยิ้มอยู่

ฉันรับรู้ได้เลยว่ารอบข้างตอนนี้กำลังมีสายตาของคนที่คิดไม่ดีและไม่ชอบหน้าฉันอยู่เท่าไหร่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องมาทักเขาตอนนี้ด้วย ทำไมไม่รอให้คนน้อยกว่านี้ก่อนนะฉันลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย

จากที่มีคนไม่ชอบหน้าเยอะอยู่แล้วตอนนี้คงทั้งจะโรงพยาบาลแน่

“ไม่ทราบว่า...ผมรู้จักคุณด้วยเหรอครับ ?”

เหมือนเวลารอบตัวหยุดหมุนลงดื้อ ๆ เมื่อเขาเอ่ยคำแรกออกมาพร้อมกับใบหน้าที่อ่านไม่ออกเพราะมันดูว่างเปล่ามาก คนรอบข้างต่างพากันหัวเราะคิกคักกันใหญ่

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะราเดล ?”

เหมือนช่วงจังหวะเวลาทุกอย่างเป็นใจ เพราะผู้หญิงที่เดินเข้ามาควงแขนของเขากับเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบหน้าฉันอยู่แล้วนั้นก็คือ เบล คนที่พักอยู่ข้างห้องของฉันยังไงล่ะ

พวกเขาสองคนควงแขนกันอย่างกับ ฟะ...แฟน

งั้นแสดงว่าเสียงที่ฉันได้ยินเมื่อเช้ามืดก็มาจากพวกเขาสะ...สองคนงั้นสินะ

“ถามเธอดูสิเบล เพราะผมเองก็ไม่รู้จักเธอคนนี้เหมือนกันครับ”

ฉันยืนเงียบอยู่อย่างนั้นเพราะทำตัวไม่ถูกจากการที่เขาพูดออกมา แล้วไหนจะสายตาที่เบลเริ่มมองเหยียดฉันด้วย มันทำให้ฉันเงียบอย่างเดียว

“เธอนี่ไม่ไหวเลยนะ หัดห้ามใจหน่อยสิ ผู้ชายคนนั้นเป็นของฉันยะไม่ใช่ของเธอ! เก็บนอหน่อย”เบลเธอเดินเข้ามาก้มหน้าลงกระซิบพูดข้างหูของฉัน ส่วนเขาก็แค่ยืนมองเราสองคน แต่เมื่อเขาเห็นเบลก้มหน้าลงมา กลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกใจกระตุกแทน ไม่ใช่เพราะคำพูดของเบล แต่เพราะเป็นรอยยิ้มมุมปากของเขาต่างหาก

“น้ำขิง! อยู่นี่เอง”

ฉันละความสนใจออกจากใบหน้าของเขาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของรุ่นพี่ เบลเองก็รีบเดินกลับไปหาผู้ชายของเธอเช่นกัน

“มีเรื่องอะไรกันอีก ?”

ตอนนี้เป็นช่วงที่ฉันนั่งพักกินแซนด์วิชอยู่ตรงม้านั่งที่ไร้ผู้คนโดยตรงนี้มีแค่ฉันกับรุ่นพี่ผู้หญิงที่พาฉันเข้าห้องผ่าตัดนั่นแหละ

และที่พี่เขาถามแบบนี้ก็ไม่แปลก หลายคนรู้ดีว่าเบลไม่ชอบหน้าฉันเพราะอะไรและเธอก็ยังมักเข้ามาหาเรื่องฉันอยู่บ่อยครั้ง

แต่แค่ก่อนหน้านั้นเป็นฉันที่เข้าไปเองมากกว่า ถึงจะไม่ได้ไปหาเรื่องเธอโดยตรงก็เถอะ รุ่นพี่แกเห็นก็เลยทำเป็นช่วยฉันให้ออกไปจากตรงนั้นโดยการบอกว่าฉันต้องไปดูแลผู้ป่วยแทน

ซึ่งมันก็ดี เพราะถ้าไม่มีคนเข้ามาพาฉันออกไปฉันก็คงยืนเหมือนคนบ้าเพราะก้าวขาไม่ออกนั่นแหละ

“พอดีขิงเข้าไปทักคนผิดน่ะค่ะ เบลก็เลยคิดว่าขิงไปยุ่งกับผู้ชายของเธอเข้า” ฉันเล่าให้รุ่นพี่ฟังบางอย่างเท่านั้นซึ่งรุ่นพี่เธอเองก็พยักหน้ารับรู้และไม่ได้ถามอะไรต่อ

จากนั้นเราสองคนก็นั่งกินแซนด์วิชกันเงียบ ๆ โดยที่ในหัวสมองของฉันคิดไปหลายเรื่องว่าเขาคงจะเกลียดฉันมากแล้วจริงสินะ ถึงได้พูดแบบนั้นกับฉัน ไม่พอรอยยิ้มนั้นมันไม่สมกับเขาที่ฉันเคยรู้จักเลย

เขาสุภาพ อ่อนโยน อบอุ่น ไม่เคยทำอะไรไม่ดีเลย แต่คงจะโทษเขาไม่ได้หรอกเพราะคนที่ไปทำลายความหวังดีความดีของเขาจนหมดมันก็เป็นเธอเองไม่ใช่หรือไง น้ำขิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป