บทที่ 6 EP. 02|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (1/4)

บทที่ 2

คอนโดของน้ำขิง

ช่วงเวลาเลิกงาน

“คุณมิรายังไม่นอนอีกเหรอคะ ?”

ฉันที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับคุณมิราที่กำลังนั่งถือถ้วยอะไรสักอย่างอยู่บนโซฟาของห้องโดยมีทีวีเปิดไว้อยู่ด้วยเช่นกัน

เวลาที่ฉันกลับมาจากที่ทำงานทีไรฉันก็จะมักเห็นว่าเธอเข้าห้องนอนไปแล้ว อาจด้วยเพราะเราสองคนเวลาทำงานแตกต่างกันจึงทำให้ไม่ค่อยเจอหน้ากันเท่าไหร่ถึงแม้จะอยู่ห้องเดียวกันก็เถอะ

“อืม อันที่จริงก่อนหน้านั้นก็หลับไปแล้วแหละ แต่เกิดฝันขึ้นมาก่อน มันก็เลยทำให้มิราไม่กล้านอนต่อน่ะ”

ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังพูดด้วยใจที่รู้สึกผิด พร้อมกับเดินไปเก็บรองเท้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างเธอ

“น้ำขิงขอโทษนะคะ” เมื่อนั่งลงเสร็จฉันก็หันไปมองหน้าเธอพร้อมกับเอ่ยขอโทษ ฉันพูดแบบนี้มาตลอดหลายปีแล้วที่เราอยู่กันมาโดยที่เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าฉันกำลังขอโทษเธอเรื่องอะไร เธอรู้เพียงแต่ว่าที่ฉันชอบขอโทษเธอมันก็เพราะ…

“ขอโทษอีกแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของน้ำขิงสักหน่อย มิราไม่ใช่เด็กนะที่จะต้องค่อยให้คนมาอยู่เป็นเพื่อนทุกเวลาน่ะ บอกไม่รู้กี่รอบแล้วว่าอย่ามาขอโทษมิราเรื่องนี้ไง”

ตามที่เห็น เธอมักจะคิดว่าฉันขอโทษเธอเพราะฉันทำงานตลอดหรือไม่ก็ปล่อยให้เธอเผชิญอยู่กับความฝันอันเลวร้ายนั้นคนเดียว

แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด...

ความหมายที่แท้จริงของมันคือสิ่งที่ฉันเก็บไว้ภายในใจมาตลอดหลายปีต่างหาก ถ้าเกิดเธอรู้ความจริงขึ้นมาแค่คำว่า ‘ขอโทษ’ ถึงเวลานั้นเธอก็คงไม่อยากได้ยินมันจากปากผู้หญิงที่นิสัยแย่แบบฉันหรอก

“ค่ะ” ฉันยิ้มตอบรับเธอไปเมื่อเธอเริ่มทำหน้างอเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจขึ้นมา ด้านนี้มันไม่ใช่ด้านที่แย่ของเธอหรอกนะ ถึงแม้ฉันจะบอกว่าเธอทำหน้างอแต่มันก็เป็นเพียงสิ่งที่เธอทำขึ้นมาเพื่อให้ฉันเลิกขอโทษเธอแบบนั้นมากกว่า

อันที่จริงเราสองคนยังไม่เคยทะเลาะกันเพราะเรื่องนิสัยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยด้วยซ้ำ

“อ้อ! มิราถามอะไรหน่อยสิ นี่ว่าจะถามน้ำขิงหลายรอบแล้วแต่เราก็ไม่เจอกันสักทีเลย”เธอนั่งคาบช้อนพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบรีโมตขึ้นมาเพื่อหรี่เสียงทีวีให้เบาลง จากนั้นเธอก็ขยับตัวนั่งหันมามองที่ฉันแทน

“คุณมิรามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ?”

ฉันเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำถามจากเธอเช่นกัน ดูเหมือนว่าเธอจะจริงจังกับคำถามดังกล่าวมากน่าดู

“อย่าว่ามิรางั้นงี้เลยนะ น้ำขิงกับ...กับพี่ราเดลรู้จักกันมาก่อนเหรอ ?” จบคำถาม ฉันก็เงียบไปสักพักแต่ก็พยายามประคับประคองใบหน้าให้เกิดพิรุธน้อยที่สุด เรื่องของเราสองคนมันเกิดขึ้นนานแล้วตั้งแต่สมัยที่ฉันยังเป็นเด็กวัยรุ่น

“ไม่นะคะ น้ำขิงไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน” ฉันแกล้งตีหน้าซื่อให้แนบเนียนที่สุดว่าฉันนั้นไม่เคยรู้จักกับผู้ชายที่ชื่อราเดลมาก่อน

“งั้นแสดงว่ามิราคงมองพลาดไปเอง พออายุมากขึ้นเซนส์ต่าง ๆ ก็อ่อนลงไปตามกาลเวลาสินะ”

เธอพูดพร้อมกับจับที่คางและพยักหน้าประมาณว่าเธอพูดคนเดียวมากกว่าต้องการความคิดเห็นจากฉันเสียอีก

“ดึกแล้วคุณมิรารีบเข้าไปพักผ่อนเถอะค่ะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีกเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ”

ฉันเอ่ยเตือนเธอด้วยความเป็นห่วงเห็นว่าช่วงนี้เธอทำงานหนักน่าดูเพื่อเอาใจประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่มันจะได้ง่ายต่อแผนการที่เธอได้วางเอาไว้

“พรุ่งนี้บริษัทมิราหยุดอะ แต่ต้องไปกับยัยแรนด้าอยู่ดี เฮ้อ~ มิราก็เริ่มง่วงละ เอาเป็นว่าน้ำขิงเองก็รีบเข้านอนนะ” เธอพูดเองตอบเองเรียบร้อยแล้วเดินไปเก็บจานที่ห้องครัวจากนั้นก็ตรงไปยังห้องนอนต่อ

“พรุ่งนี้ฉันก็หยุดนี่น่า”

เมื่อได้ยินมิราพูดถึงวันหยุดฉันก็เกือบจะลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าตัวฉันเองก็มีวันหยุดกับเขาเหมือนกันก็คือวันพรุ่งนี้ยังไงล่ะ แต่วันหยุดสำหรับฉันไม่ค่อยทำอะไรมากนอกจากนอนอย่างเดียว หรือไม่ก็ต้องออกไปซื้อของเข้าห้องอะไรแบบนั้นด้วย

เช้าวันต่อมา

ติ๊ด ~

ฉันเริ่มตาตื่นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก หลังจากที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของมือถึงที่ดังขึ้นจากโต๊ะข้างหัวเตียง ซึ่งเป็นตำแหน่งของมือถือที่ฉันได้วางชาร์จแบตไว้อยู่

“ใครส่งอะไรมาแต่เช้าเนี่ย หาว~” ฉันเอื้อมมือขึ้นไปเหนือหัวเล็กน้อยพร้อมกับบิดขี้เกียจไปในตัวด้วยจากนั้นก็ดึงสายชาร์จออกจากก้นของมือถือ ก่อนจะใช้หลังมือถูเบา ๆ ไปที่เบ้าตาทั้งสอง ก่อนจะปัดหน้าจอเพื่อให้มันแสดงถึงข้อความที่ถูกส่งเข้ามา

“บ่ายนี้มาเจอกันที่สนามกอล์ฟ**X”

ฉันนอนอ่านข้อความดังกล่าวด้วยใบหน้านิ่งและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีเหตุผลอะไรถึงได้เรียกฉันออกไปเจอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป