บทที่ 7 EP. 02|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (2/4)

“ค่ะ” ฉันตอบกลับไปด้วยคำสุภาพเนื่องจากคนที่ส่งข้อความนี้เข้ามาคือพ่อแท้ ๆ ของฉันนั่นเอง

ตลาดนัดตอนเช้า

หลังจากที่ได้รับข้อความนั้นมาก็เล่นทำเอาฉันนอนต่อไม่ได้ ก็เลยคิดว่างั้นออกมาหาซื้ออะไรเข้าห้องแทนน่าจะเป็นการฆ่าเวลาที่ดีกว่านอนนิ่ง ๆ แล้วคิดอะไรไปเรื่อยให้ความรู้สึกตัวเองต้องแย่ อีกอย่างทั้งชีวิตฉันตื่นเช้ามาตลอดมันก็เลยทำให้ร่างกายบางส่วนชินแล้ว

งานพยาบาลมันต้องขยับตัวและต้องตื่นตัวรวดเร็วอยู่ทุกเวลาเพราะงั้นถ้าให้ฉันมานั่งแบบไร้จุดหมายเกรงว่าฉันคงจะต้องเบื่อก่อนแน่นอน

“วันนี้เอาเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ หนูน้ำขิง” ป้าแม่ค้าคนเดิมที่คุ้นหน้าคุ้นตาเอ่ยทักทายฉันเมื่อฉันเดินเข้าไปถึงแผงขายของ

“ค่าป้า เอาเหมือนเดิมเลยค่ะ” ฉันอมยิ้มให้กับป้าเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงไปล้วงมือคว้านหากระเป๋าสตางค์ในถุงผ้าที่ฉันพกมาด้วย

ข้างหน้าฉันคือแผงร้านขายผักของป้าเจ้าประจำที่ฉันมักจะมาซื้อของแกเข้าห้องอยู่บ่อยครั้ง เพราะผักของป้าแกทั้งสดและปลอดเชื้อหรือที่เรียกกันง่าย ๆ ก็คือ ออแกนิกมาก จากวิถีชาวบ้านราคาเลยไม่ได้แรงเหมือนตามห้างสักเท่าไหร่

“เมื่อไหร่จะควงหนุ่ม ๆ มากับเขาบ้างล่ะน้ำขิง พ่อหนุ่มนั้นเลิกกันไปแล้วเรอะ ไม่เห็นมาด้วยกันนานเลย”

ระหว่างที่ฉันเอื้อมมือไปรับของจากป้าพร้อมกับเงินที่ต้องจ่าย ป้าแกก็ถามถึงคนอื่นขึ้นมา จะบอกว่าเป็นคนอื่นก็ไม่ได้สิเพราะพี่เขาถือว่าเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเรียนมากกว่า

“อ่อ ป้าหมายถึงพี่คิวเทเหรอคะ” ฉันพูดชื่อรุ่นพี่คนที่คิดว่าป้าน่าจะหมายถึงคนนี้ออกไป เพราะครั้งหนึ่งพี่เขาเคยอาสามาช่วยฉันซื้อของเข้าห้องนี่แหละ

วันนั้นพี่เขาผ่านมาแถวคอนโดฉันพอดี พี่เขาก็เลยแวะมาทักทายเผอิญกับที่ฉันกำลังหิ้วถุงผ้ากำลังจะไปจ่ายตลาด พี่เขาก็เลยขอมาด้วยนั้นแหละ

ตอนแรกก็แอบเป็นกังวลนะว่าพี่เขาจะโอเคแน่เหรอ เพราะฉันไปตลาดไม่ได้ไปห้างไง อีกอย่างพี่คิวเทคงไม่เคยต้องมาซื้อของเองในแหล่งแบบนี้แน่เพราะพี่เขาบ้านรวยจะตาย ไม่พอโรงพยาบาลที่ฉันทำอยู่ครอบครัวของพี่เขานั้นแหละที่เป็นเจ้าของ

“ใช่ ๆ พ่อหนุ่มที่ดูหน้าตาดุหล่อ ๆ คนนั้น เอ็งเลิกกันแล้วหรือไง” ฉันเกาหัวเล็กน้อยเหมือนป้าแกพูดอะไรออกมา ฉันว่าป้าแกต้องเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว

“คนนั้นรุ่นพี่น้ำขิงจ้าป้า ไม่ใช่แฟนน้ำขิงสักหน่อย ป้าเข้าใจผิดแล้ว” ฉันอธิบายความจริงออกไปแต่ป้ากลับส่ายหัวแทน

“เลิกก็คือเลิกกันไปแล้วสิเอ็งจะอายทำไม น้ำขิงสวย ๆ แบบเอ็งหาใหม่ได้สบายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวัยกำลังเอ๊าะด้วยแล้วละก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าไหมอีแตงไทย” ป้าแกพูดอินมากจนถึงกับหันไปถามความคิดเห็นจากป้าอีกแผงที่ขายพวงมาลัยอยู่

“ก็ใช่นะสิ ไม่ต้องเสียใจไปผู้ชายมีอีกเยอะให้เราเลือกถ้ามันหายากนักก็ซื้อกินเอาเหมือนอีแม่ค้าขายผักแถวนี้ที่มันเคยทำสมัยยังวัยรุ่น” ป้าแตงไทยพูดพร้อมกับโบ้ยปากมาที่ป้าคนดังกล่าว

“อะ! อีนี่มึงนี่มันปากดีจริง สงสัยตอนตายไม่ต้องอมแล้วเหรียญมาอมมะขามที่กูใช้ขัดตีนแทนดีกว่าไหม!”

ฉันว่าเรื่องราวมันกำลังไปกันใหญ่แล้ว ~ สงครามอะไรนี่ T^T

สนามกอล์ฟ X

คลับเฮาส์

“ว่ามา” เสียงเข้มของคนมีอายุพูดขึ้นหลังจากที่เราสองคนเข้ามานั่งในร้านอาหารของทางสนามกอล์ฟพียงแค่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

ผู้ชายคนที่พูดขึ้นเขาคือพ่อแท้ ๆ ของฉันเอง แม้ฉันจะบอกว่าเขาคือพ่อของตัวฉันเองก็จริงแต่ตัวเขากลับไม่เคยคิดว่าฉันเป็นลูกเลยสักครั้งตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ได้มีเพียงแค่ฉันหรอกนะที่พ่อไม่ต้องการ

แม้กระทั่งแม่ของฉันพ่อก็ทำเหมือนเธอเป็นเพียงเครื่องมือแก้แค้นก็เท่านั้น บอกแล้วไงว่าเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของฉันมันไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไหร่หรอก

“คุณมิราไม่ได้สงสัยพวกเราเลยค่ะคุณลุง ตอนนี้คนที่คุณมิรากำลังโฟกัสอยู่ก็ยังคงเป็นคุณแดนเหมือนเดิมค่ะ” ฉันรายงานออกไปตามความจริงที่ตัวเองได้สังเกตเห็นมาเป็นเวลาสักระยะแล้ว

“หึ งั้นก็ดี แล้วยาที่ฉันให้แกไว้ล่ะได้เอาให้มันกินทุกเวลาอย่างที่ฉันบอกหรือเปล่า”

ฉันเงียบลงเมื่อพ่อของฉันพูดถึงเรื่องยาที่เขาอ้างว่ามันคือยาที่จะทำให้คุณมิราผ่อนคลายและไม่ฝันร้าย แต่ด้วยรูปร่างกลิ่นหลายอย่างมันทำให้ฉันสงสัย ฉันจึงให้พี่คิวเทช่วยตรวจสอบให้อย่างละเอียดอีกทีซึ่งผลออกมา ก็เป็นอะไรที่น่าตกใจเหมือนกัน

ภายในตัวยามีส่วนผสมของสารต้องห้ามของร่างการมนุษย์หลายอย่างต่อในปริมาณของส่วนผสม มันไม่ได้มากก็จริง แต่ถ้ารับประทานเข้าไปเยอะก็อาจจะส่งผลถึงชีวิตได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป